ประเด็นสำคัญจาก Dr. Charles H. Christainsen ในหัวข้อ Occupational Therapy as a Solution for Global Disease of Meaning จากงาน APOTC2011

จากข้อมูล WHO/WorldBank, 2006 ระบุความชุกของโรคในโลกนี้ ณ ปัจจุบันถึงปี คศ. 2030 เช่น โรคซึมเศร้า โรคจากสารเสพติด โรคเครียดจากภาวะเรื้อรัง โรควิตกกังวล เป็นต้น

Gold Community = World "สุขภาวะของชุมชน" เป็นบริบทที่ควรศึกษาและช่วยเหลืออย่างยิ่ง

เริ่มจากการศึกษาวรรณกรรมและบทกวี ที่สะท้อนความต้องการพื้นฐานของมนุษย์ ได้แก่ ความดีและความเมตตาย่อมแทนที่กฎหมายและความยุติธรรม ศึกษาเพิ่มเติมจาก William Carlos Williams. The Red Wheelbarrow, 1923 ทำให้เห็นคุณค่าของมนุษย์ที่สร้างความรู้สึกและความสัมพันธ์ในรูปแบบ Agents, Objects, Places, และ Actions ที่เป็นกระบวนการทางจิตวิทยาบนโลกใบนี้ที่แต่ละบุคคลจะเชื่อมโยงทุกสรรพสิ่ง (Baumeister, 1991)

ดังนั้นนักกิจกรรมบำบัดควรทำความเข้าใจเรื่อง "Function of Meaning" ได้แก่

Needs for Meaning: 1. Events must have a purpose (Goals/fulfillments - desire internal เช่น ความสุข เชื่อมโยงภายนอกกับการทำกิจกรรมใดๆ ระหว่างบุคคล เช่น ความสุขกับการทำงาน) --> 2. Events must conform to one's system of value & justification (เช่น ความรู้สึกสูญเสียจากสถานการณ์อยุติธรรม)  --> 3. Efficacy: events must demonstrate that one can make a difference --> 4. Self-worth: positive confirmation/advantage circumstance (เช่น วิตกกังวลจนแยกตัวและขาดคุณค่าในตนเอง)

นอกจากนี้ควรสนใจ Meaning dilemma ที่ส่งผลให้มีการสะท้อนความคิดเห็นที่แปรความหมายตรงกันและต่อเนื่องกับการดำเนินเรื่องราวชีวิตที่เป็นสุข นักกิจกรรมบำบัดจะวิจัยและประยุกต์ความรู้สู่งานบริการทางคลินิกโดย:-

  1. Meaning in line - What role does meaning serve in human adaptation?
  2. Meaning is contexual dertemination - life creation when adapted/satisfied for species survival (Well-being).
  3. Universal needs in relation with human/animal needs across life situation - via emotional regulation; stress hormone/immune system (Bio influence), energy conservation (organizing perception of sensory infomation related social & biological benefits provided by emotional regulation)
  4. Narrative role in the creation of meaning - When people cannot do things, meaning cannot be made.

นักกิจกรรมบำบัดควรสื่อสาร/แสดงประสบการณ์ที่สัมพันธ์กับเรื่องราวชีวิตจริงของผู้รับบริการ เช่น ช่วยอธิบายบุคลิกภาพ ช่วยเล่าเรื่องทางสังคม ช่วยบูรณาการประสบการณ์ชีวิต และบรรยายความพึงพอใจในสถานการณ์ชีวิต ซึ่งมีความเฉพาะเจาะจงในแต่ละบุคคล ไม่ควรนำไปเปรียบเทียบกับคนอื่นๆ เว้นแต่เชื่อมโยงในแก่นเรื่องที่กลับคืน/ปนเปื้อน (themes of redemption/contamination) กับในรูปลักษณะทั่วไป (features in common) เช่น ครอบครัวที่อบอุ่นอาจสัมพันธ์กับภรรยาและลูกที่เป็นคนดี แต่อาจไม่สัมพันธ์กับการเอาชนะกับอุปสรรคของโรคซึมเศร้า เป็นต้น

อีกกรอบความรู้ที่น่าสนใจคือ Theory of Salutogenesis ของ Aaron Antonovskyที่เน้น Managable, understandable, meaningful life for meaning of happiness ซึ่งเกิดจากองค์ประกอบแรงจูงใจที่ได้รับการสนับสนุนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในชีวิต...ก่อให้เกิดการจัดการสิ่งท้าทายในชีวิตและเป้าหมายที่เป็นศูนย์กลางของความหมายในชีวิต นั่นคือ Sense of Coherence & Well-being (Self-worth & Satisfied by sense of coherance)

นักกิจกรรมบำบัดจะค้นหากิจกรรมที่มีความหมายโดยสัมพันธ์กับการปรับตัวต่อความหมายของชีวิตในแต่ละผู้รับบริการ พร้อมเพิ่มความเชื่อมั่นในสมรรถนะของตนเอง (Self-efficacy) ที่นำมาซึ่งความหมายของตนเอง (Self-meaning) ต่อสุขภาวะในสถานการณ์ชีวิตที่เจ็บป่วยหรือทุกข์ทรมาณ

นักกิจกรรมบำบัดเป็น Technologists และ custodians of meaning enable activity (participation and the creation of meaning)...เมื่อเราล้มเหลวกับการพิจารณาประเด็นเชิงพรรณาในเรื่องราวชีวิตที่นำมาซึ่งการสูญเสียคุณค่าของตนเอง...จะทำให้เกิดความยากลำบากในการสร้าง Sense of Coherence ในผู้รับบริการ...จงทำให้ผู้รับบริการมีคำตอบในชีวิต You know who you are and you know what you want (Lao Tzu's Tao Te Ching)