ลมหนาวกรูเกรียวกรรโชกมาเป็นระยะ กระท่อมลุงผ่อนอยู่ใกล้กอไผ่ช่วยบังลมหนาวได้บ้างเล็กน้อย

พุทธทำนายความฝันของพระเจ้าปเสนทิโกศล

โสภณ เปียสนิท

..............................................

          ผมรำพึงเบาๆ ทั้งที่รู้ดีว่าเป็นความฝันของพระราชาผู้ยิ่งใหญ่พระองค์หนึ่งแห่งอินเดียในสมัยพุทธกาล นี่คงเป็นปริศนาธรรมอีกอย่างหนึ่งที่ถูกบันทึกไว้ เพื่อให้ข้อคิดสะกิดใจคนรุ่นต่อๆ ไป ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าใด ลุงจึงเล่าถึงคำพยากรณ์โดยผมไม่ต้องตั้งคำถามใดๆ “ข้อนี้พระบรมศาสดา ตรัสพยากรณ์ว่า เมื่อมนุษย์ปล่อยตัวปล่อยใจตามกิเลสราคะ สามีจะตกอยู่ในอำนาจของเมียเด็ก และจะถูกดุด่าว่ากล่าวเช่นเดียวกับคนรับใช้ เหมือนเขียดตัวเล็กแต่กลับกินงูได้” เป็นคำพยากรณ์ที่ผมคาดไม่ถึง และนึกไม่ออกว่า ปัจจุบันเป็นอย่างนั้นบ้างหรือไม่อย่างไร

 

                ลมหนาวกรูเกรียวกรรโชกมาเป็นระยะ กระท่อมลุงผ่อนอยู่ใกล้กอไผ่ช่วยบังลมหนาวได้บ้างเล็กน้อย เสียงกอไผ่เสียดกอยามลมโยกดังอย่างต่อเนื่องคล้ายเสียงดนตรี นกกลางคืนร้องเสียงแปลกมาจากดงไผ่ นึกไม่ออกว่าเป็นเสียงนกชนิดใด เสียงหรีดหริ่งเรไรยังระงมอยู่ข้างบ้าน แม้ระหว่างการสนทนาจะไม่ค่อยได้ยิน

 

                ลุงผ่อนทอดสายตาฝ่าความมืดออกไปที่ถนนนิ่งนาน จนผมต้องชวนคุยต่อ “อีกสองข้อเท่านั้นลุง ข้อ15 และข้อ 16” ลุงเหมือนจมอยู่ในภวังค์ของอดีต ค่อยๆ กลับคืนสู่เรื่องราวที่กำลังสนทนา “ข้อที่ 15 พระเจ้าปเสนทิโกศลทรงสุบินนิมิตว่าฝูงพญาหงส์ทองที่มีขนเป็นทองถูกแวดล้อมด้วยกาจำนวนมาก” “หงส์ทองแวดล้อมด้วยกา น่าจะเป็นเรื่องของคนดีคนชั่ว คนมีชาติตระกูลกับคนไม่มีชาติตระกูล” ผมเดาแนวทางของเรื่องตามที่ได้ฟังมาตั้งแต่ต้น “สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าพยากรณ์พระสุบินข้อนี้ว่า ต่อไปในอนาคตผู้มีตระกูลต้องไปเที่ยวประจบและสาวามิภักดิ์ต่อผู้ไม่มีตระกูลเหมือหงส์ทองแวดล้อมด้วยกา” ความคิดวิ่งไปทางสภาพการณ์ปัจจุบันของสังคมในประเทศและต่างประเทศตามที่รับทราบจากสื่อทุกประเภท “ดูก็เข้าเค้านะครับลุง”

 

ลุงผ่อนทอดถอนใจยาว นิ่งคิดสักครู่ ก่อนคล้อยตามความคิดเห็นที่นำเสนอ “ข้าก็ว่าเหมือนเอ็ง นักเลง ผู้ค้ายาเสพติด นักเลงการพนัน พ่อค้าของหนีภาษี เจ้าของบ่อน เข้าสู่แวดวงการปกครองมากขึ้น” ผมเริ่มรู้สาเหตุที่ลุงถอนใจเฮือกใหญ่เมื่อสักครู่ เริ่มตามรอยความคิดของลุงทัน โดยไม่รู้ตัวเองว่าเผลอทอดถอนใจตามลุงไปบ้างหรือไม่ “อย่างนี้บ้านเมืองก็วุ่นวายซิครับลุง” ลุงยิ้มแบบแห้งแล้งชอบกล “เอ็งก็รู้อยู่แล้วจากข่าวสารบ้านเมือง” ผมลองหยั่งเชิงแนวคิดของลุง “ลุงว่า มาจากสาเหตุอะไรแน่”

 

สีหน้าของลุงเรียบเฉยมีแววจริงจัง “สนิมเหล็กเกิดแต่เนื้อในตน” กล่าวคำที่ผมไม่ค่อยได้ยินบ่อยนัก “หมายความว่าอย่างไรครับลุง เหมือนว่าจะเป็นปรัชญาอะไรสักอย่าง” ผมกล่าวยิ้มๆ นึกชมความคมคายในถ้อยคำที่ลุงนำมาใช้ “ก็พวกเขาเองไม่ช่วยกันกลั่นกรองคนเข้าเป็นพวกตนเอง” คราวนี้ผมตามไม่ทันความคิดของลุง “หมายความว่า...” “รู้อยู่ว่า คนที่เข้ามานั้นเป็นคนเช่นไร แต่ว่าลำเอียง เพราะเขามีเงินบ้าง เพราะเขาเป็นพวกบ้าง จึงยอมรับ ในที่สุดก็เสื่อมทั้งคณะ”