ไม่รู้จะดีใจหรือเสียใจกับคนไข้ที่ตั้งครรภ์แฝด เป็นห่ีวงว่าที่คุณแม่จริงๆค่ะ

"ที่ทำงานของดิฉัน มักจะเห็นคุณแม่ที่มีบุตรยาก มาทำกิ๊ฟ(ผสมเทียม) และเลือกที่จะตั้งครรภ์แฝด หรือพูดง่ายๆ ทำลูกเที่ยมทั้งที ขอมีให้คุ้มไปเลย ขอแฝดสองบ้าง แฝดสามบ้าง  คนไข้บางคน เดินมาบอกดิฉันว่า คุณพยาบาลคะ ติดลูกแฝดแล้วค่ะ ดิฉันก็อยากจะเเสดงความยินดีหรอกนะคะ แต่สมองมันดันคิดได้ก่อนค่ะว่า อันตรายมาสู่คุณแล้วอย่าเพิ่งดีใจไปเลย (พูดในใจค่ะ 555) วันนี้เรามารู้จักครรภ์แฝด และอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ทั้งต่อแม่และต่อลูก เผื่อจะได้นำไปบอกเล่าเก้้าสิบกับญาติๆของคุณค่ะ"

การตั้งครรภ์แฝดเกิดจาก
การตั้งครรภ์แฝดสามารถเกิดได้ทั้งตามธรรมชาติ  และเกิดจากเทคโนโลยีช่วยเจริญพันธุ์ แฝดมี 2 ชนิดคือ

  • แฝดเหมือน เกิดจากไข่ 1 ใบได้รับการผสมตามกระบวนการธรรมชาติ  แล้วแบ่งตัวออกเป็น 2 จึงมีหน้าตาเหมือนกัน  เปอร์เซ็นต์การเกิดแฝดชนิดนี้คือ 1 : 250
  •  แฝดไม่เหมือน เกิดจากไข่ 2 ใบ (หรืออาจมากกว่า) อาจเกิดจากการผสมทั้งตามธรรมชาติและจากการผสมเทียม เปอร์เซ็นต์การเกิดไม่แน่นอน ขึ้นกับหลาย ๆ ปัจจัยด้วยกัน และใช้เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์นั่นเองที่ทำให้พบภาวะนี้ได้บ่อยมากขึ้นกว่าเดิม

รู้ได้อย่างไรว่าตั้งครรภ์แฝด
            ในช่วงแรกนั้นอาการอาจไม่แตกต่างจากครรภ์ปกติ แต่คุณแม่บางคนมีอาการแพ้ท้องมากกว่าปกติ  อาจเป็นเพราะฮอร์โมนที่เพิ่มมากขึ้นและที่ชวนให้สงสัยมากขึ้นคือขนาดของมดลูกโตกว่าที่ควรจะเป็น เช่น อายุครรภ์จริง 3 เดือน แต่มดลูกโตเท่าอายุครรภ์ 4 เดือน เป็นต้นเราสามารถรถวินิจฉัยครรภ์แฝดได้อย่างแน่นอนโดยการตรวจอัลตราซาวด์  ทั้งจำนวนของทารกในครรภ์ และผลของความสมบูรณ์และการเจริญเติบโตของเด็ก


ท้องแฝดต้องดูแลตัวเองอย่างไร

  • สิ่งแรกที่ควรทำคือไปฝากครรภ์ ซึ่งคุณหมอจะนัดตรวจบ่อยกว่าปกติ  เนื่องจากโอกาสที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนมีมากกว่า  และเพื่อตรวจดูการเจริญเติบโตของเด็กว่าเป็นอย่างไร
  • เรื่องของอาหารการกิน  คุณแม่ครรภ์แฝดต้องเพิ่มปริมาณการรับประทานอาหารมากกว่าแม่ตั้งครรภ์ปกติ  อาหารที่ให้พลังงานต้องเพิ่มจากปกติอย่างน้อย 200-300 กิโลแคลอรี่ต่อวัน  ควรเป็นอาหารพวกเนื้อสัตว์ ส่วนจำพวกแป้งและน้ำตาลคุณหมอไม่แนะนำมาก เพราะอาจทำให้เกิดปัญหาอ้วนได้
  • เรื่องของยาบำรุงต่าง ๆ เช่น ธาตุเหล็กและโฟลิก โดยทั่วไปตอนฝากครรภ์คุณหมอจะต้องให้เสริมอยู่แล้ว ยิ่งครรภ์แฝดก็ต้องเพิ่มขนาดตามไปด้วย เช่น ยาธาตุเหล็กแทนที่จะรับประทานวันละเม็ด ก็อาจจะต้องรับประทานวันละ 2-3 เม็ด

อันตรายจากการตั้งครรภ์แฝด

  1. การตั้งครรภ์แฝดจะทำให้แม่มีเลือดจางมากขึ้น เพราะปริมาณของน้ำเลือดเพิ่มขึ้นและความต้องการธาตุเหล็กมีมากกว่าครรภ์เดี่ยว  แม่ที่ตั้งครรภ์แฝดจะเกิดอาการครรภ์เป็นพิษหรือโรคความดันโลหิตสูงระหว่างตั้งครรภ์ได้ถึง ร้อยละ 20 หรือ 1 ใน 5  นับว่าผิดปกติมาก และมากกว่าผู้ที่ตั้งครรภ์ปกติถึง 3 เท่า
  2. อาจเกิดภาวะรกเกาะต่ำ เนื่องจากรกมีขนาดใหญ่ (หรือมีรก 2 อัน) แผ่ขยายลงมาใกล้หรือปิดบริเวณปากมดลูก ทำให้ตกเลือดก่อนคลอด
  3. คุณแม่จะแน่น อึดอัด ไม่สะดวกสบาย หายใจไม่ออก อาเจียนบ่อยๆ เพราะมดลูกขนาดใหญ่ไปกดอวัยวะต่างๆ ทั้งในช่องท้องและทรวงอก
  4. เมื่อเจ็บครรภ์และถุงน้ำแตก มักจะมีสายสะดือโผล่ออกมามากกว่าครรภ์ปกติ 6-7 เท่า อันตรายต่อลูกในท้องจังมีมาก เพราะสายสะดือถูกกด ทำให้เลือดไปเลี้ยงตัวลูกไม่พอ ลูกอาจจะเสียชีวิตได้
  5. ในการคลอดอาจจะต้องใช้เครื่องมือช่วย ต้องดมยาสลบ หรือต้องได้รับการผ่าตัดมากกว่ารายปกติ เพราะท่าของลูกผิดปกติ หรือมีรกขวาทางคลอด
  6. มีอาการตกเลือดหลังคลอดมาก เพราะมดลูกใหญ่ การหดรัดตัวไม่ดี
  7. มักคลอดก่อนกำหนดและลูกน้ำหนักน้อย  โดยทั่วๆ ไป คุณแม่จะเจ็บครรภ์ คลอดก่อนกำหนดราว 3-4 สัปดาห์ ลูกเองก็จะตัวเล็กเพราะปอดยังไม่แข็งแรง มีปัญหาในด้านการเลี้ยงดู แม้จะตั้งครรภ์ครอบกำหนด แต่น้ำหนักเฉลี่ยของเด็กแฝดสองจะน้อยกว่าน้ำหนักของเด็กคนเดียว ประมาณ 1,000 กรัม (1 กิโลกรัม) ถ้ามีแฝดสาม แฝดสี่ น้ำหนักเฉลี่ยก็ยิ่งน้อยลงไปอีก และอาจจะคลอดเร็วขึ้นด้วย
  8. อัตราการตายของทารกสูง เป็น 2-3 เท่า ของทารกครรภ์เดี่ยว แฝดน้องมีโอกาสเสียชีวิตมากกว่าแฝดพี่ถึงร้อยละ 30 เพราะ ท่าของทารกมักจะผิดปกติ เช่น อาจจะขวางตัวหรือเอาก้นลง สายสะดือโผล่ หรือลอกตัวก่อนกำหนดก่อนที่ทารกคนที่สองจะคลอด หรือแม้แต่การช่วยคลอดที่ช้าเกินไปก็อาจจะทำให้ทารกมีโอกาสเสียชีวิตได้มาก

ขอบขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก หนังสือคู่มือตั้งครรภ์และเตรียมคลอด