ไม่คาดฝันว่าวันนี้บ้านผมจะเจอมิจฉาชีพ...
ประมาณหกโมงเย็นกว่า ๆ ขณะที่ผมกำลังจะเริ่มออกกำลังกาย แม่โทรศัพท์มาบอกว่ามีหญิงแก่ที่ไหนก็ไม่รู้มาโวยวายหน้าประตูรั้วบ้าน บอกว่าโดนหมาในบ้านกัดแล้วจะให้ป้าน้อยออกไปกับเขาเพื่อพาไปฉีดยาและจ่ายค่ารักษา... แต่ป้าน้อยบอกว่าไม่ใช่เจ้าของหมาให้รอตอนสองทุ่มครึ่งค่อยมาใหม่ หญิงคนนั้นก็จะพาไปให้ได้... แต่แม่ก็บอกป้าน้อยว่าอย่าออกไปเด็ดขาด สุดท้ายเขาก็ออกไป แม่ก็เลยโทร.มาบอกแล้วก็บอกว่าหญิงคนนั้นจะมาอีกตอนสองทุ่มครึ่ง ... ได้ยินแล้วก็รู้สึกได้เลยว่าท่าทางจะไม่ดีจึงรีบออกจากฟิตเนตกลับบ้านทันที
จากการเข้ามาคุยกับป้าน้อยได้ความว่า...
เป็นหญิง อายุประมาณห้าสิบปีกว่า ๆ สูงประมาณร้อยหกสิบเศษ ๆ ผิวพรรณ หน้าตาจำไม่ได้เพราะมาตอนเวลามืดโพล้เพล้แล้ว และก็ยืนคุยกันโดยมีประตูรั้วสูง ๆ กั้นไว้
เขามาโวยวายว่า เมื่อตอนแปดโมงเช้ากว่า ๆ ของวันนี้เขาเดินผ่านหน้าบ้านพร้อมหิ้วถุงหมูมาด้วย พอผ่านหน้าบ้าน มีเด็กผู้หญิงเปิดประตูรั้วแล้วมีหมาสีดำวิ่งออกไปกัดเขา ป้าน้อยถามว่ากัดตรงไหน ขอดูแผล เขาก็เลยชี้ไปที่บริเวณเข่ามีรอยถลอก ไม่ใช่รอยเขี้ยว และหญิงคนนั้นบอกว่าหมาจะมาแย่งถุงหมูเลยพลาดไปข่วนเอาขา...
ป้าน้อยถามว่าแล้วบ้านอยู่ไหน มาทำอะไรแถวนี้ เขาตอบว่า บ้านอยู่แถวเกียกกาย แต่ไม่บอกว่าอยู่ตรงจุดไหนอย่างชัดเจน ถามซ้ำก็บ่ายเบี่ยงไม่ตอบ ถามว่ามาทำอะไรแถวนี้ก็ไม่ตอบ พูดแต่เพียงว่าจะให้ป้าน้อยออกไปกับเขา พี่เขาเป็นหมอที่ศิริราช พี่ชายเขาบอกว่าต้องไปฉีดยา ห้าเข็ม ให้ออกไปตอนนี้เลย แล้วเขาจะมาส่ง แต่ไม่มีรถ ไม่ใครมากับหญิงคนนี้ด้วยเลย
สุดท้ายเมื่อป้าน้อยยืนยันว่า ไม่ใช่เจ้าของบ้าน ให้เขากลับมาอีกทีตอนสองทุ่มครึ่ง เขาก็พูดว่าบ้านเขาอยู่ไกล แล้วก็ไป...
เหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นป้าน้อยและแม่จะอยู่ภายในประตูรั้วบ้าน ส่วนเขาจะอยู่ข้างนอก ผมก็เลยกำชับอีกครั้งว่า ต้องไม่ให้เขาแตะต้องตัวเราเด็ดขาด และต้องไปออกไปไหนกับใครเด็ดขาด
จากที่เล่ามามีข้อที่ผิดสังเกตอยู่มากมาย คือ
1. ที่บ้านไม่มีหมาสีดำ มีแต่หมาสีขาวลายดำเล็กน้อย ถ้ามองตอนแรกจะไม่มีใครบอกว่ามันเป็นสีดำ
2. หมาที่บ้านไม่เคยกระโจนใส่อาหาร หรือของในถุงที่คนหิ้วมาเด็ดขาด ไม่เคยเลย ที่สำคัญหมาตัวขาวลายดำ เป็นหมาที่กลัวคนมาก พอเห็นคนแปลกหน้าจะรีบวิ่งหนีทันที และหมาตัวอื่น ๆ อีกหลายตัวในบ้านจะไม่วิ่งออกจากประตูรั้วบ้าน แม้จะเปิดประตูรั้วทิ้งไว้ก็ตาม (เว้นแต่จะเห็นหมาตัวอื่นเดินผ่าน)
3. ที่บ้านไม่มีเด็กผู้หญิง จะมีก็เป็นผู้ใหญ่ไปเลย หรือไม่ก็เด็กไปเลยไม่สามารถเปิดประตูรั้วได้ และเวลาแปดโมงเช้าของวันนี้ผมยังอยู่ที่บ้าน ยังไม่ออกไปทำงาน
4. เขาบอกอีกว่าเห็นแม่ผมเดินอยู่ในบ้านด้วยตอนที่เขาโดนหมากัด จึงมีคำถามว่า ทำไมตอนที่หมาออกไปกัดเขา เขาไม่บอกเด็กผู้หญิงคนนั้น หรือบอกแม่ผมว่าโดนหมาวิ่งออกไปกัด ทำไมกลับมาบอกเอาเย็นย่ำค่ำคืนเวลาโพล้เพล้เช่นนี้
5. ทำไมเมื่อรู้ว่าเจ้าของบ้านจะอยู่ตอนสองทุ่มครึ่งจึงไม่กลับมาอีก ถ้าโดยหมาที่บ้านนี้กัดจริง
คิดได้ดังนี้ แล้วเพื่อความสบายใจ ผมจึงตัดสินใจไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันที่สภ.นนทบุรี เรียบร้อยแล้ว บอกกับตำรวจว่า น่าจะเป็นพวกมิจฉาชีพที่คิดไม่ดีแน่ ๆ เผื่อว่าตำรวจจะวางแผนมาสำรวจตรวจตรา หรือถ้าวันอื่นมีอะไรเกิดขึ้นจะได้เป็นข้อมูลตำรวจไว้
อยากเตือนทุกคนว่า ใครจะมาบอกอะไรกับเราต้องคิดให้ดี อย่าเชื่ออะไรง่าย ๆ และระมัดระวังตัว อย่าให้เราไปใกล้กับคนแปลกหน้ามากเกินไป ที่สำคัญมีลูกมีหลาน มีสามี ภรรยาต้องบอกให้เขารู้ ส่วนบ้านที่มีแต่คนแก่ เด็ก และผู้หญิง ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ
วันนี้ไม่รู้ว่ามิจฉาชีพกำลังมาสำรวจอะไรผม หรืออีกหลาย ๆ บ้าน แต่เราก็ต้องเตรียมตัวและตั้งรับให้ดี ช่วยกันบอก ช่วยกันเล่า ช่วยกันเตือน อย่าให้คนเลวในสังคมนี้ได้เจริญเติบโตกันเลย
ขอบคุณครับ อ.โสภณ ครับ
น่ากลัวจังเลยนะคะ
วันจันทร์กลางวัน ช่วงบ่าย ข้างบ้านถัดไป 2 หลัง ก็มีขโมยปีนเข้าบ้านค่ะ
ได้ไปหลายรายการ Notebook และของมีค่าชิ้นเล็ก ๆ แต่ไม่ยกโทรทัศน์
หมาตัวใหญ่มาก..ปกติขนาดเพื่อนบ้านยังเห่า
แต่ขโมยคงมีวิธีเข้ากับหมาได้ดีนะคะ
คุณหมอครับ ถัดมาอีก ๒ - ๓ วัน เป็นผู้ชาย มาอ้างแบบเดียวกันกับเพื่อนข้านต้นซอย คราวนี้โดยดีเลยครับ บ้านนั้นเขาโวยวายจะไปแจ้งตำรวจ คนร้ายเลยรีบหนีไปเลยครับ คนแบบนี้ต้องเจอคนจริงเข้า จะได้ไม่กล้าทำชั่วอีก
ว้าว น่ากลัวจังเลยอ่ะ