การฉ้อราษฎร์บังหลวง ฉ้อโกง และเล่นพวก ทำลายบ้านเมืองอย่างไร
คำตอบอยู่ที่ประเทศกรีซครับ บทความเรื่อง On the Precipice: Can Greece Save Itself — and the Dream of a United Europe? ช่วยให้ตำตอบที่เป็นรูปธรรมจากตัวอย่างจริงของประเทศกรีซ ที่นักการเมืองผู้ ทำลายประเทศ ไม่ผิดกฎหมาย รวมทั้งประชาชนเสียงส่วนใหญ่ก็เลือกตั้งให้เขาตั้งรัฐบาลปกครองประเทศด้วย เพราะชอบนโยบายประชานิยมของเขา “โกงบ้างก็ไม่เป็นไร”
สภาพเช่นนี้ของกรีซเริ่มตั้งแต่ปี ๒๕๑๗ หลังหมดยุคทหารครองเมือง เข้าสู่ระบอบประชาธิปไตย มีรัฐบาลที่ผ่านการเลือกตั้งและได้เสียงข้างมากเข้ามาปกครองบ้านเมือง ๓๗ ปีให้หลังประเทศชาติจึงล้ม ละลายทางเศรษฐกิจ คนตกงานร้อยละ ๑๗.๖ มีคนไร้บ้านจำนวนมาก ผู้จัดการบริษัทจัดสรรที่ดินกลายเป็น คนสวน
ทุกคนในประเทศต้องรับกรรมที่ตนเองยอมรับพรรการเมืองและนโยบายประชานิยมมาเป็นเวลานาน คล้ายกับสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง ที่คนเยอรมันต้องรับกรรมที่ตนเลือกพรรคนาซีขึ้นมาบริหารประเทศด้วย เสียงท่วมท้น เป็นการเลือกนโยบายชาตินิยม ตามด้วยนโยบายคลั่งชาติ ผลที่สุดคือต้องก้มหน้ารับกรรมกันทั้ง ประเทศ
ผมอยากให้กรณีประเทศกรีซเตือนสติคนไทย ว่านโยบายประชานิยมสุดขั้วดูเหมือนดี เพราะเข้าใจความต้องการของชาวบ้าน แต่มันเลยพอดี
และที่สำคัญ นโยบายประชานิยมมันปลูกฝังความเชื่อว่าคนเราต่างก็มุงผลประโยชน์ตน ดังนั้น เพื่อเอื้อประโยชน์ชาวบ้าน ชาวบ้านก็ต้องยอมรับการเอาประโยชน์เข้าตนของนักการเมืองด้วย จึงเกิดวลี “ทำงานเก่ง โกงบ้างไม่เป็นไร” ที่จะนำความฉิบหายมาสู่บ้านเมือง
ความพินาศจะมาสู่ ในระยะยาว
วิจารณ์ พานิช
...ในอินเดีย..มีผู้นำ..ต่อต้าน..การโกงกิน..เมือง..เจ้าค่ะ.."บ้านเรา"น่าจะใช้..วลีว่า..ทำงาน ให้เก่ง..กินข้าวมื้อเดียว..เป็นค่าจ้าง..รับใช้ประชาชน..แทนการแจก..เงินที่มีแต่ตัวเลข(จึงคงต้องรอชาติหน้า..บ่ายๆๆ..อ้ะ..)...