ความเสี่ยงที่จะมีลูกเป็นธาลัสซีเมีย

รู้เท่าทันธาลัสซีเมียก่อนมีลูก

 โรคโลหิตจางธาลัสซีเมีย เป็นโรคที่เกิดจากกรรมพันธ์ สำหรับประเทศไทย มีอัตราการเปฦนร้อยละ 1 หรือประมาณ 6 แสนคน ส่วนอัตาของผู้เป็นพาหะนั้นอยู่ที่ร้อยละ 30 40 หรือประมาณ 25 ล้านคน ซึ่งนับว่าเป็นอัตราที่สูงมากเมื่อเทียบกับโรคอื่นๆ 

ดิฉันอยากให้ทุกคนใส่ใจและเห็นความสำคัญของเรื่องนี้ค่ะ เพราะประเทศไทยมีผู้ที่เป็นพาหะของโรคเยอะมาก ก็คือว่า หากผู้เป็นพาหะของโรคมาแต่งงานกัน ลูกที่เกิดมาก็จะสามารถก็จะเป็นโรคโลหิดตจาง ธาลัสซีเมียได้ซึ่งจะส่งผลกระทบกับตัวเด็ก พ่อ แม่ และสังคม โดนส่วนรวมเป็นอย่างมาก จากการคาดการณ์ของกระทรวงสาธารณสุขพบว่า การดูแลผู้ที่ป่วยเป็นโรคนี้ตั้งแต่เกิดจนเสียชีวิตจะต้องใช้งบประมาณสูงตั้งแต่6 ล้านบาทเลยทีเดียว ซึ่งจะเป็นภารนะอย่างมากของครอบครัวผู้ป่วย และประเทศไทยโดยรวม

ใครจะเป็นพาหะ

 1.ผู้ที่มีญาติพี่น้องเป็นโรคนี้ 

2.ผู้ที่มีลูกเป็นโรคนี้ 

3.ผู้ที่มีประว้ติบุคคลในครอบครัวเป็นธาลัสซีเมีย 

4.ลูกของผู้ที่ป่วยเป็นโรคโลหิตจางธาลัสซีเมืยที่แต่งงานกับคนปกติจะเป็นพาหะทุคน 

5.ผู้ที่มีผลของการตรวจชนิดของฮีโมโกลบินแล้วพบความผิดปกติ 

 

ความเสี่ยงที่จะมีลูกเป็นโรคโลหิตจางธาลัสซีเมีย 

ถ้าทั้งพ่อและแม่เป็นโรคชนิดนี้

  • ลูกจะเป็นโรคทุกคน 

แต่ถ้าทั้งพ่อและแม่มียีนแฝง (เป็นพาหะทั้งคู่) 

  • ลูกจะมีโอกาสเป็นปรกติ ร้อยละ25 หรือ1 ใน 4 
  • ลูกจะมีโอกาสเป็นพาหะของโรค ร้อยละ50 หรือ 1 ใน 2 
  • ลูกจะมีโอกาสเป็นโรคร้อยละ25 หรือ1 ใน 4 

ถ้าพ่อ หรือ แม่ มียีนแฝงเพียงคนเดียว (เป็นพาหะเพียงคนเดียว) 

  • ลูกจะมีโอกาสเป็นปรกติ ร้อยละ50หรือ1 ใน 2 
  • ลูกจะมีโอกาสเป็นพาหะของโรค ร้อยละ50 หรือ 1 ใน 2 

 

ถ้าพ่อหรือแม่เป็นโรคโลหิตจางธาลัสซีเมียคนเดียว

  • ลูกทุกคนจะเป็นพาหะของโรค

ถ้าพ่อหรือแม่เป็นโรคโลหิตจางธาลัสซีเมียส่วนอีกคนเป็นพาหะของโรค

  •  ลูกจะมีโอกาสเป็นโรคธาลัสซีเมีย ร้อยละ50 หรือ1 ใน 2
  • ลูกจะมีโอกาสเป็นพาหะของโรค ร้อยละ50 หรือ 1 ใน 2
  • ไม่มีลูกที่ปกติเลย

ดังนั้จึงสำคัญมากที่ควรจะทำการตรวจร่างกายก่อนตัดสินใตมีลูก เพื่อป้องกันการเกิดปัญหา หรือความเสียใจที่อาจเกิดขึ้น

ที่มา : modernmom vol.16 No. 189 July2011