ในช่วงปิดเทอมของการสอนพิเศษภาคฤดูร้อน  ครูในระดับสาย  ป.1  ได้สังเกตเห็นนักเรียนหญิงคนหนึ่ง  เวลามาเรียนแล้วไม่ค่อยพูด  เรียกชื่อให้มารับสมุดก็ไม่ค่อยได้ยิน  ครูก็เลยปรึกษากันว่า  เด็กคนนี้น่าจะผิดปกติทางด้านการฟัง  ครูจึงได้ทำการสอบถามเพื่อนที่อยู่ชั้นเดียวกันว่า  แตงกวาเมื่ออยู่ที่ห้องเป็นอย่างไรมีการพูดคุยกับเพื่อนบ้างหรือเปล่า   เพื่อนก็บอกว่า  แตงกวาพูดเสียงเบาและไม่ชัดเจน   ต่อมาได้สอบถามจากครูอนุบาลที่เคยสอนแตงกวามาก่อนว่าเป็นอย่างไร  ครูอนุบาลก็บอกว่า เวลาที่ครูพูดด้วยแตงกวาจะไม่โต้ตอบ   ครูจึงสอบถามผู้ปกครองว่าแตงกวามีพฤติกรรมอย่างไรเมื่ออยู่ที่บ้าน  และเล่าพฤติกรรมที่อยู่ในโรงเรียนให้ผู้ปกครองฟัง  ผู้ปกครองบอกว่าเคยพาแตงกวาไปตรวจแล้ว แต่หมอบอกว่าแตงกวาไม่ได้เป็นอะไรเพียงแค่          หูอักเสบเท่านั้น  ครูจึงแนะนำให้ครูพยอมที่มีความรู้เรื่องเด็กพิเศษมาทดสอบ  ครูพยอมจึงให้ความเห็นว่า ควรเรียกผู้ปกครองมาคุยด้วยเพื่อทำการสอบถาม  เมื่อครูพยอมได้พูดคุยกับผู้ปกครอง  แล้วจึงแนะนำให้ผู้ปกครองพาไปให้หมอเฉพาะทางตรวจ  หมอจึงลงความเห็นว่า  แตงกวามีความบกพร่องทางการได้ยินทั้ง  2  ข้าง  ต่อมา หมอจึงนัดไปใส่อุปกรณ์ช่วยฟัง  หลังจากที่แตงกวาใส่อุปกรณ์ช่วยฟังแล้ว ทำให้เวลาเรียกไม่ต้องตะโกนก็ได้ยิน มีเพียงแต่เรื่องการพูดเท่านั้น  ที่ยังไม่มั่นใจในการพูด  ชอบมองปาก  และชอบพยักหน้าแทนการพูด  ครูพยอมจึงแนะนำการสอนโดยการใช้มือของแตงกวามาสัมผัสที่ใต้คางคุณครูในเวลาที่ครูอธิบายโดยใช้ข้อความยาว    เพื่อให้แตงกวาเข้าใจง่ายขึ้น  หากว่าเรารู้ และช่วยเหลือแตงกวาได้เร็วกว่านี้  เขาคงพัฒนาทางด้านการเรียนได้ดีกว่านี้  ในปัจจุบันครูได้ช่วยกระตุ้นให้แตงกวาทำกิจกรรมบ่อย    โดยเฉพาะการพูด  เพื่อที่แตงกวาจะได้มีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้น  เช่น  ให้อ่านหนังสือให้ดังขึ้น  และให้อ่านนำเพื่อนพร้อมกับชมเชยแตงกวาบ่อย    เมื่อเขาสามารถทำได้ เขาก็จะไม่คิดว่าตัวเองมีปมด้อย  

เรื่องเล่าของ ครูจรัญญา          บุญกมุติ

                           ครูโยษิตา            กิ่งโคกกรวด

                           ครูศริพร            สานโอฬาร

                          ครูพสชนันท์    ประจำทอง

                          ครูทิพวัลย์          รอดสุวรรณ