พลังบวก

เพื่อนนักวิจัย ท่านหนึ่งได้ให้ข้อคิด ในเมื่อมีการพบปะกันของคนที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน และ มาทำสิ่งดีๆ ให้กับสังคม สร้างความรู้ สร้างความเปลี่ยนแปลง ว่าเป็นเพราะพลังบวกที่มีอยู่ในตัว แต่ละคน พลังเหล่านี้เหนี่ยวนำให้ ได้พบกันและสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆให้เกิดขึ้น ในสังคม เมื่อนึกถึงสิ่งที่เพื่อนคนนี้พูด ทำให้นึกอีกสองสิงที่เกิดขึ้น คือ การกลับมาในฐานะที่ปรึกษาของบริษัท อีกฐานะก็เหมือน ผู้ปฏิบัติงานที่รับผิดชอบต่อเป้าหมายกลายๆ แต่สิ่งที่ เริ่มต้นในครั้งนี้แตกต่างจาก ครั้งก่อนที่ีเคยทำงานกับองค์กรแห่งนี้ เพราะ เริ่มต้น ด้วยการหยุด และ พยายามสร้างสรรค์ทุกส่วนด้วย สิ่งที่เป็นบวกตลอดเวลา คำพูดที่เป็นบวก ความคิดที่เป็นบวก พฤติกรรมที่เป็นบวก เอาเป็นว่า ทั้งกายกรรม มโนกรรม และวจีกรรม ต่างเป็นบวก เป็นสิ่งที่ทำแล้ว และคงต้องรอดูผล   สิ่งที่สองที่ต้องนึกถึงคืออดีตเพื่อนร่วมงาน ท่านหนึ่งที่เป็นคริสเตียน ซึ่งผมเองเป็นมุสลิม จึงมีการ พูดคุยแลกเปลี่ยน ในทัศนะความเชื่อที่ มีฐานจากพระผู้เป็นเจ้าองค์เดียวกัน จึงมีแต่สิ่งดีๆ ที่ผมได้รับจากเพื่อนผู้อาวุโส กว่าผมท่านนี้ พร้อมทั้งข้อตักเตือน ต่างที่มีให้กับผม และ เพื่อนท่านนี้ ก็ให้หนังสือเล่มหนึ่งชื่อว่า"จัดระเบียบชีวิต" ซึ่งในเนื้อหาของหนังสือ ที่ฝังในความจำ อยู่ตลอดมาว่า เรามักจะกระโจนลงไป กับโลกและสภาพแวดล้อมภายนอก จนไม่มีเวลาที่จะอยู่กับตัวเอง ไม่มีเวลาฟังเสียงที่แท้จริงด้านในของตนเอง ลองกลับหาเวลาที่สงบ มองย้อนกลับเข้าไปด้านใน แล้วเราจะพบพระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงเมตตา ที่จะให้สิ่งดีๆ ให้ทางออกเสมอแก่เรา  วันนี้กับการทำงาน ผมเองมีโอกาสวันละ ห้าเวลา ในการละหมาด เพื่อฟังเสียงด้านในของตนเอง และ แท้จริงในด้านในล้วนแล้วแต่ มีความเมตตา เมตตาต่อตัวเราเอง เมตตาต่อเพื่อนพ้อง น้องพี่ ที่อยู่รายรอบ พลังเมตตา เป็นพลังบวก เมื่อเริ่มต้นที่จุดด้านในของเราแล้ว ทั้ง จิตใจ วาจาและพฤติกรรม ย่อมส่งพลังบวกออกมาเสมอ  และ เมื่อลองไปดูเมล์เก่าๆ ของเพื่อนท่านนี้ ได้แนะนำ Link ของ AIthailand.org ของ ดร.ภิญโญ รัตนาพันธุ์ ผมจึงเข้าไปศึกษาดู จึงพบ อีกเครือข่ายหนึ่ง ที่จะสร้างสิ่งดี ในสังคม  จึงต้องย้อนไปหาคำพูด ของเพื่อนนักวิจัย  ที่ว่า พลังบวกจะเหนี่ยวนำให้ สิ่งดีๆ และ คนดีๆ มาพบกัน