ประชานิยม ไม่ได้มีแค่ในหมู่นักการเมือง ในหมู่พวกเราก็มีความคิดทำนองนี้ด้วย หากเราไม่ระวัง เป็นบ่อเกิดของความอ่อนแอของสังคม

ชีวิตที่พอเพียง  : 1437. น้ำท่วมช่วยบอกว่านโยบายประชานิยมสร้างความอ่อนแอแก่สังคม

ผมเฝ้าสังเกตพฤติกรรมของฝ่ายต่างๆ ในสถานการณ์น้ำท่วม    เห็นร่องรอยชัดเจนของท่าทีอุปถัมภ์ คล้ายเทวดาช่วยของฝ่ายการเมือง   และความคาดหวังของชาวบ้านจำนวนหนึ่ง

ผมเติบโตมาในครอบครัวคนจนในชนบทที่ไม่หวังพึ่งรัฐ   พ่อแม่ผมมีความเชื่อว่าคนในภาครัฐไม่เข้าใจความเป็นอยู่ของชาวบ้าน    ครอบครัวผมจึงมุ่งพึ่งตนเอง สร้างความเข้มแข็งให้แก่ตนเอง ให้พึ่งตนเองได้   เมื่อพ่อแม่ผม เห็นว่าลูกเรียนหนังสือเก่ง ก็ตั้งความหวังอยากให้ลูกเป็นหมอ เพราะอยากให้ได้ใช้ชีวิตช่วยเหลือผู้อื่น    คือเมื่อเรา แข็งแรงเราก็มีโอกาสเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แก่ผู้อื่น แก่สังคมได้

ผมเริ่มเขียนบันทึกนี้ในวันที่ ๖ พ.ย. ๕๔ ขณะที่น้ำเริ่มไหลเอ่อเข้าท่วมกรุงเทพชั้นใน   และผู้คนแถว ด้านเหนือของกรุงเทพอยู่กับสภาพน้ำท่วมมานาน ๑ - ๓ เดือน   ผมได้เห็นปฏิสัมพันธ์ระหว่างนักการเมืองกับ ชาวบ้าน    ได้เห็นท่าทีของชาวบ้านจำนวนหนึ่งที่โอดครวญกับความยากลำบากจากการร้องขอความช่วยเหลือ จากทางการแล้วไม่ได้รับการตอบสนอง    ได้หยั่งรู้ว่าในสถานการณ์นี้หลายฝ่ายได้หาทางเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จาก สถานการณ์น้ำท่วมอย่างแยบยล    จึงคิดว่านโยบายประชานิยม ส่วนหนึ่งคือนโยบายหาผลประโยชน์เข้าตัว เข้ากลุ่ม โดยสังคมในภาพรวมเสียประโยชน์  

ผมรู้สึกว่าผมต้องเสียภาษีให้นักการเมืองจำนวนหนึ่งเอาไปถลุง เพื่อสร้างฐานอำนาจของตนเอง    โดยที่สังคมไม่ก้าวหน้า หรือต้องถอยหลัง    โปรดศึกษาประเทศกรีซเป็นตัวอย่าง ว่านโยบายประชานิยม สุดขั้วทำลายประเทศอย่างไร

ในช่วงนี้ได้คุยกับกัลยาณมิตรบางคน   ได้ทราบพฤติกรรมงอมืองอเท้าของผู้ประสบภัยน้ำท่วม ที่เข้าไปอาศัยพักพิงที่ศูนย์ช่วยเหลือผู้อพยพ   ที่ไปกินไปนอนเฉยๆ ไม่ช่วยเหลืออะไรเลย    ทำให้คิดว่า ผู้ช่วยเหลือเองก็มีท่าทีที่ผิด   ที่ไม่จัดระบบให้คนที่แข็งแรงลุกขึ้นมาช่วยกันทำงาน   หรือเรียนรู้อะไรหลายๆ อย่างสำหรับกลับออกไปช่วยเหลือตนเองได้ และร่วมกันกอบกู้ชุมชนของตนได้ ยามน้ำลด  

ประชานิยม ไม่ได้มีแค่ในหมู่นักการเมือง   ในหมู่พวกเราก็มีความคิดทำนองนี้ด้วย หากเราไม่ระวัง    เป็นบ่อเกิดของความอ่อนแอของสังคม    

คิดอีกทีหนึ่ง แนวคิดประชานิยมอาจเป็นตัวเหตุที่ชักจูงให้รัฐบาลยิ่งลักษณ์ทำงานจัดการน้ำท่วมผิด    คือมัวตามเอาใจชาวบ้าน จนลืมทำงานภาพใหญ่   กลายเป็นมัวทำงานไล่ตามแก้ปัญหา   แทนที่จะมองภาพใหญ่ทั้งหมด และทำงานจัดการน้ำท่วมอย่างมียุทธศาสตร์ มีแผนที่ยึดกุมภาพใหญ่   กลไกรัฐจึงขัดแย้งกันเองมากมาย   ก่อผลเสียต่อภาพรวม และก่อวิกฤติศรัทธาต่อรัฐบาล   คือนโยบายประชานิยมไม่ใช่แค่สร้างความอ่อนแอแก่ประชาชน   แต่ยังสร้างความอ่อนแอให้แก่รัฐบาลเจ้าของนโยบายนั้นเองด้วย

ทั้งหมดนี้เป็นการตีความสิ่งที่เกิดจริง โยงเข้าสู่นโยบายประชานิยมที่ระบาดเข้ามาสู่การเมืองในประเทศไทย   และในปีนี้เราก็ได้เห็นว่า หลายประเทศในยุโรป (กรีซ  สเปน  อิตาลี  ฯลฯ) ล่มจมเพราะนโยบายประชานิยม   จึงนำความคิดนี้มาบันทึกไว้   ไม่ทราบว่าผมคิดถูกหรือผิด

วิจารณ์ พานิช

๑๒ พ.ย.​๕๔