บ่ายแก่ ๆ หลังเลิกงาน...
ตะวันยังส่องแสงอ่อน ๆ อากาศไม่ร้อนอบอ้าว
ผมเดินทางเพื่อมาดูการเกี่ยวข้าวของชาวนา
ท้องทุ่งนาเหลืองอร่ามแผ่กว้าง
ริมถนนเห็นมะละกอผู้หญิงนุ่งกระโปรงสองต้น
ผมเดินบนคันนาเล็ก ๆ สองข้างทาง...เห็นความงดงามรายทาง
ดอกหญ้าท้าแสงแดด...ดอกไม้ดอกเล็ก ๆ สีม่วงบานคล้ายหอยแครง...เป็นเพื่อนกับรวงข้าว
ดอกไม้ของชีวิตผมเบ่งบานและแย้มยิ้มหยอกเอินกับดอกผักบุ้ง
ที่ช่วยแต่งแต้มโลกของผมให้สวยงามโดยแท้
มาเลย...เอาเคียวไป...ลุงจะสอนเกี่ยวข้าว
ถ้าเกี่ยวเก่งแล้ว...ค่าแรงเกี่ยวข้าวได้ถึงวันละสองร้อยกว่าบาทนะ
ผมลองเกี่ยวข้าวประมาณสิบนาทีได้
แต่ผมรู้สึกว่าเวลาช่างเดินช้ามาก...เกือบสิบปี
ต้องคอยระวังไม่ให้เคียวเกี่ยวมือ...ปวดหลังจังเลย
ลุงกับป้าเกี่ยวทั้งวัน...ไม่เหนื่อยหรือ ?
ผมถามแต่ไม่ต้องการคำตอบ เพราะรู้คำตอบแล้ว
ลุงเกี่ยวข้าวต่อ เพราะหมดเวลาเลิกงานของแรงงานมารับจ้างแล้ว
ตามจริง...ใช้เครื่องเกี่ยวข้าวก็ได้นะ
จ้างเครื่องไร่ละ 750 บาท ไม่ต้องหาข้าวหาน้ำให้...ใช้เวลาไม่นานก็เสร็จ
แต่ใช้เครื่องยุ่งยากตอนที่ต้องเอาข้าวไปตากแดด...เพราะมันชื่น
ถ้าไม่ตากแดดข้าวมันจะดำ และขึ้นรา
ไม่เหมือนเกี่ยวข้าว...มัดแล้ว...ก็ตีข้าว...เอาขึ้นเล่าข้าวได้
ใช้เครื่องเกี่ยวข้าว สะดวกสบาย
แต่ลุงว่า...มันไม่ได้ใจ
ใจของตนเอง...ใจที่ต้อนรับขับสู้กับแรงงานที่มาช่วยเราเกี่ยวข้าว
พี่น้องมาตีข้าว...และเอาข้าวขึ้นเล่า
มันมีความสุข กับรายละเอียดที่เกิดขึ้น
ว้าว ! ใช่ครับลุง...และป้า
เงินอาจจะช่วยเหลือให้เราสะดวกสบาย...ประหยัดเวลา
แต่เงินก็ใช้ซื้อความละเมียดละไม...ที่เกิดขึ้นภายในใจของเราเองไม่ได้
รวมถึงการมองเห็นความงดงาม...รายเรียงที่เกิดขึ้นไม่ได้
ผมลองปิดเปลือกตาลงเบา ๆ รู้สึกถึงแสงตะวันที่คลอเคลียอยู่บริเวณเปลือกตา
สุขใจไปกับบันทึกและข้อคิดดีๆค่ะ
เกี่ยวเถอะนะพ่อเกี่ยว อย่ามัวชะแง้แลเหลียว เดียวเคียวจะเกี่ยวก้อยเอย....
ท้องนาหน้าแล้ง ดินแตกระแหง พอได้ฝนลงมา สรรพสิ่งที่ดูเหมือนไม่มี ก็มีมา.....หอมกลิ่นดิน
ฤดูกาล...เป็นการรอคอย ดินคอบผาล...ภูมิปัญญาในการทำหัวหมูใส่ผาล...ใช่ว่าทุกคนจะทำได้ดี
ไถดะ ไถแปร(รอยไถแปร ใครน่ะช่างเปรียบเทียบความรักกับรอยไถแปร)จนกระทั่งถึงคราด...หอมกลิ่นเทือกทำดำนา
ตกกล้าถอนกล้าปลูกข้าว...ข้าวตั้งท้อง...ฤดูกาลปลามันๆ(ฟ้าผ่าหัวปลาหมอ ลมหักคอไม้ไผ่)...หอมกลิ่นน้ำนมข้าว
ข้าวออกรวง.สุกก่อนเก็บต้องเรียกขวัญ เก็บกับแกะหรือเคียว รวงเดียวไม่ยอมให้ตกที่นา เป็นรวงข้าวค้างโดดเดียว....หอมกลิ่นซังข้าว
ข้าวใหม่..โอ้ข้าวใหม่ แจกจ่ายเพื่อนบ้าน หุงข้าวใหม่วันแรกต้องใส่บาตรก่อน..หอมกลิ่นข้าวใหม่ .....
จนมาถึงปริศนาคำทาย ภูมิปัญญษ มุขปาฐะชาวบ้าน
อะไรเอ่ย สุกสองทีกินอร่อย....ซึ่งมีความหมายให้ชวนคิด สุกที่ในนา และสุกที่ในหม้อ......
ขอบคุณ บันทึกนี้ ที่ทำให้ได้ทบทวน ด้วยความขอบคุณ พระแม่โพสพ
ขอบคุณค่ะคุณหมอ
ที่พากลับไปชื่นชมทุ่งรวงทอง
อันแสนงาม อร่ามตา
งามขนาดเน้อ งามที่ใจ
"ใช้เครื่องเกี่ยวข้าว สะดวกสบาย
แต่ลุงว่า...มันไม่ได้ใจ"
+ ๑,๐๐๐,๐๐๐
ชอบประโยคนี้จัง รู้สึกละเมียดละไมคะ
ปิดเปลือกตาลงเบา ๆ รู้สึกถึงแสงตะวันที่คลอเคลียอยู่บริเวณเปลือกตา