Large_treasure01

 

 

     นั่งให้ร่างกายสบาย ใจสบาย เราทำหน้าที่คือนั่งให้ใจสบาย กายสบาย เดี๋ยวความสงบมันก็มีเอง เราพยายามทำใจให้สบาย เราพยายามเสียสละไม่เกียจคร้านไม่ทำตามอารมณ์ ต้องเป็นคนเสียสละรับผิดชอบในข้อวัตรปฏิบัติ รับผิดชอบในหน้าที่การงาน ในการรักษาศีล ถ้าเราเสียสละมาก ทำข้อปฏิบัติดี ๆ เดินจงกรม นั่งสมาธิ ภาวนา ทำใจให้สงบ ทุกสิ่งทุกอย่างมันจะดีเอง

 Large_lb01

 

     ให้ทำไปเรื่อย ๆ ปฏิบัติไปเรื่อย ๆ มันขี้เกียจก็ทำ มันขยันก็ทำ มันเหนื่อยก็ทำ พระพุทธเจ้าท่านไม่ให้เราทำตามอารมณ์ ถ้าเราทำตามอารมณ์มันจะเป็นคนสมาธิสั้น อย่าไปมองคนอื่น อย่าไปดูคนอื่น คนอื่นจะผิดจะถูกก็เป็นเรื่องของเขา เราอย่าไปเอาดีเอาชั่วเอาผิดเอาถูกของคนอื่นมาใส่ใจของเรา มันเป็นทุกข์ หมดศรัทธา เราพยายามให้ใจอยู่กับเนื้อกับตัว อยู่กับความสงบ อยู่กับศีล อยู่กับคุณงามความดี มีความสุขกับการทำความดี กับการเสียสละ ปฏิบัติอย่างนี้เรื่อย ๆ ตลอดไป

 

     พยายามละสิ่งที่เป็นอดีต ไม่ว่าดีว่าชั่ว ที่เป็นอดีตพยายามละ พยายามปล่อยวางไม่ว่าดีว่าชั่วในอดีต เราต้องละต้องปล่อยต้องวาง มีจิตใจไม่หมกมุ่น ไม่ปรุงแต่งในเรื่องอดีต พยายามมีอุเบกขาในเรื่องอดีต จับลมหายใจตัวเองให้ได้ หายใจเข้าออกให้สบายในปัจจุบัน เราจะทำในสิ่งที่ดี ๆ ในปัจจุบัน เริ่มตั้งแต่ความคิด เราจะคิดแต่เรื่องดี ๆ สิ่งไหนไม่ดีเราจะไม่คิดเพราะว่าความคิดนี้สำคัญ เราต้องพัฒนาความคิด เป็นคนละอายต่อบาป เกรงกลัวต่อบาป เป็นคนเห็นภัยเห็นโทษในวัฏสงสาร ไม่กล้าคิดไม่กล้าปรุงแต่งในสิ่งที่ไม่ดี เราต้องพัฒนาความคิด

 

     ฝึกคิดในเรื่องที่จะเกิดความรู้จักรู้แจ้งในสภาวะตามความเป็นจริง เช่น พิจารณาร่างกายเยอะ ๆ สู่พระไตรลักษณ์ เช่น เอาผมออก ขนออก เล็บออก เอ็นออก กระดูกออก สิ่งที่รวมกันเป็นอาการสามสิบสอง เอาออกให้หมด เหมือนอะไหล่รถยนต์เอาออกทีละชิ้น ๆ พิจารณาให้เห็นเป็นสิ่งที่มาประกอบร่วมรวมกัน เป็นรูปร่าง เป็นเรา เป็นเขา เป็นตัว เป็นตน เห็นสิ่งที่เป็นปฏิกูลไม่สวยไม่งามไม่จีรังยั่งยืน ต้องอยู่ได้ด้วยการบริโภคอาหาร ปัจจัย ๔ พิจารณาอย่างนี้เรื่อย ๆ ปัญญามันจะค่อย ๆ เกิด พร้อมกับทำใจสงบ ทำใจสบายไปเรื่อย ๆ

 

Large_treasure02

 

     ในชีวิตประจำวันของเราเดินจงกรมบ้าง นั่งสมาธิบ้าง ทำกิจวัตรบ้าง ถึงเวลาทำวัตรสวดมนต์ก็ทำวัตรสวดมนต์เพื่อเอาหน้าที่เอาการงานมาประพฤติปฏิบัติให้มันเกิดความดี เกิดบารมี เกิดคุณธรรม อย่าเป็นคนทำตามอารมณ์ คิดอย่างไรก็จะทำอย่างนั้น มันคิดอยากไปก็ไป อยากอยู่ก็อยู่ พระพุทธเจ้าให้เรารู้จักอารมณ์ ถ้าเราไม่รู้จักอารมณ์ เราจะเป็นคนไม่มีศีล ไม่มีสมาธิ ไม่มีปัญญา จะถูกอวิชชาชักลากจูงเอาไปเหมือนคนไม่มีเจ้าของ

 

“ถ้าเราปฏิบัติอย่างเก่าก็เหมือนเก่า มันจะดีกว่าเก่าได้อย่างไร เหมือนเก่า...”

 

ให้เรารู้คุณค่าของตัวเองว่าตนเองเป็นคนที่มีคุณค่า มีประโยชน์ มีสาระ เราต้องฝึกต้องปฏิบัติตนเองให้เป็นคนที่มีค่ามีประโยชน์ต่อตนเองและผู้อื่น เราทุกคนอยากมีคุณค่า เราต้องสร้างเหตุสร้างปัจจัย เราทำไปเรื่อยทั้งปิดทองหน้าพระหลังพระ เพื่อเป็นคนกตัญญูกตเวทีต่อพระพุทธเจ้า ต่อพ่อต่อแม่ ต่อครูบาอาจารย์ตลอดถึงผู้มีพระคุณทั้งหลาย พระพุทธเจ้าต้องการให้เราเป็นคนดี เป็นพระอรหันต์ ตลอดจนถึงพ่อแม่พี่น้อง เขาต้องการเห็นเราเป็นคนดี ท่านมีความหวังกับเรามากว่าลูกเรากุลบุตรของเราต้องดีแน่ เพราะได้บวชได้ปฏิบัติ เดินตามรอยของพระพุทธเจ้า ธรรมะเท่านั้นข้อวัตรปฏิบัติเท่านั้นที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตจิตใจของเราได้ ถ้าเราปฏิบัติอย่างเก่าก็เหมือนเก่า มันจะดีกว่าเก่าได้อย่างไร เหมือนเก่า...

 

 

 

 Large_palm08

“ทุกคนเกิดมาในโลกนี้ ก็เคยทำผิดด้วยกันทั้งนั้น ถ้าไม่มีผิดก็ไม่มีถูก สุดท้ายเราต้องหยุดทำความผิด ปฏิบัติในสิ่งที่ถูก และก็ไม่ติดในสิ่งที่ถูก...”

 

กาลเวลาเปลี่ยนไปทุกขณะ ๆ มันเปลี่ยนไปทุกวัน เราต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองด้วยข้อวัตรปฏิบัติให้ยิ่ง ๆ ขึ้นไป เราต้องดูตัวเอง ลงรายละเอียดของตัวเองว่ามันขาดอันไหน มันบกพร่องตัวไหน มันประมาทเรื่องอะไร มันเป็นคนละอายต่อบาปเกรงกลัวต่อบาปเต็มที่เต็มร้อยหรือยัง ถ้าเราเป็นคนไม่ละอายต่อบาป ไม่เกรงกลัวต่อบาป ยังหมกมุ่นคิด กระทำ พูด ในสิ่งที่ไม่ดีไม่เหมาะสมเราจะเป็นคนหยาบ คนเศร้าหมอง เป็นคนมืด เป็นคนก้าวร้าว พระพุทธเจ้าให้เราไล่เปรตไล่ผีออกจากใจของเรา โดยเอาพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง เป็นตัวอย่างว่าพระพุทธเจ้าท่านทำได้ พระอริยสงฆ์ท่านทำได้ เราก็ต้องทำได้ มันผิดแล้วก็แล้วไป เอาใหม่ เราอย่าไปทำผิดไปเรื่อย ๆ

 

ทุกคนเกิดมาในโลกนี้ ก็เคยทำผิดด้วยกันทั้งนั้น ถ้าไม่มีผิดก็ไม่มีถูก สุดท้ายเราต้องหยุดทำความผิด ปฏิบัติในสิ่งที่ถูก และก็ไม่ติดในสิ่งที่ถูก เพราะว่าเป็นหน้าที่เป็นการเสียสละ มันเป็นเหตุเป็นปัจจัย เราอย่าไปหนีทางกาย ต้องหนีทางจิตใจ ถ้าเราหนีทางกาย เราจะเป็นโรคประสาท โรคจิต โรคกระเพาะ โรคส่วนตัว มีปราสาทวิมานเป็นของตัวเอง เป็นเจ้าพระยาศรีธัญญา เป็นต้น

 

ปัญหาต่าง ๆ มันไม่ได้อยู่ที่กาย มันอยู่ที่ใจของเรา ปรับปรุงปฏิปทาของเรา ความเห็นแก่ตัวของเรา เป็นคนมีศีลมีข้อวัตรปฏิบัติให้ยิ่ง ๆ ขึ้นไป ให้เรามีสติ มีสมาธิ มีปัญญา มีความสุขดับทุกข์ไปเรื่อย ๆ นั่นแหละคือการปฏิบัติของเรา การปฏิบัติธรรมต้องดับทุกข์ได้ แก้ปัญหาได้ในปัจจุบัน พระพุทธเจ้าท่านพาเราสบาย ยืน เดิน นั่ง นอน ไม่มีปัญหาอะไร เราเป็นลูกของท่านหลานของท่าน เป็นธรรมทายาท ขอให้มีความสุขความเจริญในการประพฤติปฏิบัติ เพื่ออินทรีย์บารมีจะได้แก่กล้าขึ้นไปทุก ๆ วัน การเอาพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้ามาบรรยายก็สมควรแก่เวลา

Large_lb02 

 

จิรวฑฒฺโน ภิกขุ

(บันทึก)

วันพฤหัสบดีที่ ๙ มิถุนายน พุทธศักราชการ ๒๕๕๔


สมบัติของพ่อ