มิตรภาพผ่านสรรพเสียงดนตรี

 หลังจากผู้เขียนเรียนตีขิมกับคุณครูน้อยได้แล้ว ก็มีเพื่อนคนหนึ่งอยากเรียนซอกับคุณครูน้อย บังเอิญว่ามีคนให้ซออู้ผู้เขียนมาพร้อมกับขิม จึงได้ไปเรียนเป็นเพื่อนกัน เขาเรียนซอด้วง

  ดนตรีไทยแต่ละชนิด ช่างมีเสียงอันไพเราะแตกต่างกัน การเล่นก็พิสดารไม่เหมือนกัน เมื่อครั้งเรียนตีขิมแบบสัมผัส ผู้เขียนก็คิดว่าชาตินี้ น่าจะเล่นดนตรีได้อย่างเดียว เพราะขิมมีถึง ๒๑ เสียง ต้องตีสองมือตลอดเวลาดูสับสน แต่ที่สุดผู้เขียนก็เรียนได้ ตีได้

 ครั้งมาเรียนซออู้ กับพบว่า การใช้มือทั้งสองที่ต่างหน้าที่กันไปอีก มือซ้ายใช้คีบคันซอ นิ้วพรมไปบนเส้นสาย ให้เกิดเสียงสูงต่ำกันไป ส่วนมือขวากับต้องไกวคันซอเข้าออก ให้สัมพันธ์กัน ตาก็ต้องดูโน๊ต ใจก็ต้องสงบนิ่งมีสมาธิอย่างสูง แล้วไม่นาน เสียงซออู้ที่ทุ้มนุ่มนวล ประทับใจก็เกิดขึ้น เพียงเสียงสวรรค์ โดยเฉพาะเวลาฟังครูบรรเลง เหมือนทิพยดนตรี และแล้วผู้เขียนก็เกิดแรงบันดาลใจ ที่จะเรียนซออู้ด้วยความมุ่งมั่นต่อไป

 สักวันถ้ามีโอกาสเดินทางไปที่ใดในต่างแดน ผู้เขียนจะนำเครื่องดนตรีไทยเหล่านี้ติดตัวไปด้วย ไปเล่นสะกดใจคนฟัง ถ่ายทอดมิตรภาพผ่านสรรพเสียงดนตรี ให้ยั่งยืนไปนานเท่านาน ไปฟังเสียงเพลงที่บรรเลงด้วยซออู้กันนะคะ 

 บรรเลงซออู้