ข้าพเจ้าเคยไปร้านขายกางเกงยีนส์ยี่ห้อดังกับเพื่อน พบว่า กางเกงยีนส์มีการออกแบบ ให้เหมาะสมสำหรับแต่ละสรีระ

เช่น กางเกง สำหรับผู้เอวคอดสะโพกผาย, ผู้เอวใหญ่สะโพกเล็ก etc..
( ปรากฎว่า ไม่มีแบบไหนเข้ากับตัวเองได้เลย ฮา)
ทำให้นึกถึงว่า หากเราสามารถเห็น "รูปทรงทางความคิด" ของผู้คนได้ คงทำให้การส่งข้อมูล "เหมาะ" และ"สม" มากขึ้น
...
เรื่องของจิตใจ เราต่างรู้ว่ามี แต่ไม่รู้จะอธิบายหน้าตา รูปร่าง ได้อย่างไร
แต่ก็มีนักคิด พยายามตั้งสมมติฐาน ออกมาเป็น "Mental model"
คล้ายกับ "พันธุกรรม" ที่ mendel ทำให้รู้ว่ามี แต่ก็ไม่รู้ว่าหน้าตาเป็นอย่างไร จนกระทั้ง Watson& crick นำเสนอ "DNA model" เมื่อ 50 ปีก่อน
.
.
อารัมภ์บท มายาวพอควร ขอยกกรณี ที่ Mental model ถูกนำมาเอ่ยอ้างกัน
.
พัฒนาการสื่อสารที่มี "Mental model" ร่วมกันระหว่าง ทีมสุขภาพ ด้วย SBAR.
ในเอกสารนี้ กล่าวถึง อุปสรรคในการสื่อสารระหว่างแพทย์ (physician) และ พยาบาล (nurse)
มีปัจจัย จาก การจัดระบบตามลำดับขั้น (Hierarchy),เพศ, เชื้อชาติ และที่สำคัญ คือรูปแบบการสื่อสาร
 (communication style) กล่าวคือ
พยาบาล มักบรรยายในรายละเอียด ความครบถ้วนของข้อมูล ขณะที่ แพทย์ มักใช้ถ้อยคำสรุปสั้นๆ แบบ
 "bullet point" หรือ "Headline"
ซึ่งค่อนข้างใกล้เคียงกับข้อสังเกตในบทความนี้.
ปัญหาความเข้าใจคลาดเคลื่อน ระหว่างกัน ส่งผลชัดเจน ในกรณีฉุกเฉิน ที่ต้องใช้ความสนใจให้ตรงเป้า และฉับพลัน (immediat correct attention)
จึงมีการนำสื่อสารด้วยระบบ "SBAR" ของทหารมาใช้
ในรายละเอียดมีผู้เขียนใน gotoknow ไว้ที่นี่คะ 
...
ข้าพเจ้าเชื่อว่า แม้ในวิชาชีพเดียวกัน ต่างวัฒนธรรม ก็มีรูปแบบสื่อสารต่างกัน เมื่อก่อนเวลาข้าพเจ้าอีเมล์หาอาจารย์ต่างชาติ  เราพยายามใช้ถ้อยคำที่สุภาพที่สุด อธิบายที่มาที่ไปยาวเหยียด..อาจารย์ก็ตอบกลับมาอย่างจริงใจว่า ไม่เข้าใจ..ช่วยบอกสั้นๆ ว่าเราอยากทำอะไร..
.
ที่น่าสนใจคือ SBAR มีองค์ประกอบ เทียบเคียงกับ SOAP และ Academic writing ดังนี้

 

SBAR

SOAP

Academic writing

Situation 

Subjective (symptom) 

Topic statement (what we think)

Background

Objective ( physical sign + lab + past history) 

Support data (what we/they found) 

Assesment

Assesment

Conclusion ( Therefore..)

Recomendation   

Plan

Recomendation (Next step..)

 

การเขียนวิจัย ให้อ่านแล้วมีเหตุมีผล - logical flaw เป็นปัจจัยสำคัญหนึ่งต่อ การได้รับตีพิมพ์ในวารสารวิชาการนานาชาติ..

หนึ่งใน top 5 ของสาเหตุที่ manuscript ถูกปฎิเสธการตีพิมพ์คือ "Text difficult to follow, to understand" ในขณะที่ปัจจัยต้นๆ ที่ reviewer ประทับใจคือ "Clear, straithforward, easy to follow, logical".
.
.
การปรับ mental model ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ บางทีก็ต้องใช้ "สคริปต์" ช่วยไปก่อน ดังที่ข้าพเจ้าได้รับจากอาจารย์ที่ปรึกษา..
Topic statement - ผลของการศึกษาเรา สร้างสมมติฐาน แต่ไม่เหมาะนำไปเปลี่ยนแปลงเวชปฎิบัติ
Supporting data - การศึกษาของเราพบว่า A+B สัมพันธ์กับการลดอาการ X, แต่ A ไม่สัมพันธ์กับการลดอาการ X  ซึ่งการศึกษาของ someone และคณะ พบว่า  A ช่วยลดอาการ X 
Conclusion- เนื่องจากการศึกษาเราเป็น observational study: ตัวกวนที่วัดไม่ได้เช่น  psychosocial support อาจบดบังประสิทธิภาพของ A  การที่ A+B มีประสิทธิภาพ อาจเป็น synergistic effect หรือเพราะเป็น second line treatment ในผู้ที่ psychosocial support ไม่ได้ผลอยู่แล้ว 
Recomnedation- ควรมีการศึกษาเพื่อข้อสรุปที่ชัดเจนต่อไป โดยเป็น well controled trial เทียบระหว่าง  A+B กับ A และ placeb 
.
###
แล้วคุณละ ทราบหรือไม่ว่า "Mental model" ของตนเองเป็นเช่นไร