ศพเน่า เก็บตัวอย่างอะไรส่งตรวจดีเอ็นเอดี ?

Mitochondria
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ
หากมีตัวอย่างอื่นที่เป็นทางเลือกได้ มากกว่ากระดูกและฟัน แล้ว ให้เลือกตัวอย่างอื่นดีกว่าครับ

     คำถามนี้ เป็นคำถามที่พบได้บ่อยครับ เจ้าบีบี น้องที่ศูนย์ตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอ หาดใหญ่ ถามผมตอนที่เราเจอกันที่ตลาดนัดคณะทรัพย์ ถ้าไปค้นข้อมูลในหนังสือ แล้วเก็บมาตอบในหลักการแล้ว ก็จะบอกไว้ว่า ให้เก็บ ฟัน หรือ กระดูก มาส่งตรวจดีเอ็นเอ แต่เอาเข้าจริงๆแล้ว ไม่ว่าฟันหรือกระดูก ก็เก็บไม่ง่ายนัก ถ้าเป็นฟัน ก็ต้องเอาคีมจับดีๆ แล้วออกแรงดึง หรือถ้าเป็นกระดูกก็ต้องมีเลื่อย มาเลื่อยตัด ก็ไม่สะดวกสักเท่าไร แล้วพอมาถึงขั้นตอนการสกัดดีเอ็นเอ ทั้งฟันและกระดูก ก็ต้องมีการนำมาบดให้ละเอียด ก็ต้องใช้เครื่องมือบดครับ จากนั้นก็มา decalcified หรือกำจัดเจ้าแคลเซียมออกจากกระดูก เพื่อให้สามารถย่อยได้ครับ ก่อนที่จะนำมาสกัดแยกดีเอ็นเอออกมาทำการทดสอบ ซึ่งมักจะได้ดีเอ็นเอน้อย หรือติดเจ้าตัวสารยับยั้งการเพิ่มปริมาณดีเอ็นเอ (PCR inhibitor) ออกมาด้วย ทำให้การตรวจรูปแบบดีเอ็นเอมีทั้งแบบที่ทำได้บ้าง ทำไม่ได้บ้าง ขึ้นครบทุกตำแหน่งบ้าง หรือบางครั้งก็ขึ้นไม่ครบทุกตำแหน่งที่ตรวจครับ

     ที่ภาควิชาพยาธิวิทยา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ อาจารย์สุวิทย์  เรืองกิตติสกุล เป็นผู้คิดที่จะใช้ตัวอย่างอื่นๆที่เก็บได้ง่ายกว่า สะดวกกว่า การเก็บฟัน และกระดูกจากศพเน่า ครับ การเก็บตัวอย่างเหล่านี้ ได้แก่

     1. กล้ามเนื้อ deltoid 

     กรณีที่ศพเน่าไม่มากนัก ให้ผ่ากล้ามเนื้อบริเวณแขนเข้าไป ตัดชิ้นเนื้อขนาดเท่าเม็ดถั่ว ออกมาส่งตรวจครับ 

     วิธีการสกัดดีเอ็นเอ จากกล้ามเนื้อสามารถใช้วิธี chelex extraction ซึ่งเป็นวิธีการสกัดที่ง่าย ใช้เวลาไม่นาน ใช้เครื่องมือไม่มาก ราคาไม่แพงครับ หรือจะใช้วิธีการสกัดแบบอื่นๆ ตามสะดวกครับ

     2. กระดูกอ่อน (cartilage) บริเวณซึ่โครง (rib)

     ให้ใช้ใบมีด ตัดกระดูกอ่อนบริเวณซี่โครง เป็นแว่นเล็กๆ ขนาดความหนาสัก 1-2 มิลลิเมตร ส่งมาตรวจดีเอ็นเอครับ

     การสกัดดีเอ็นเอจากกระดูกอ่อน ค่อนข้างย่อยได้ง่ายครับ เมื่อได้รับตัวอย่างมาแล้ว ให้ล้างให้สะอาด เอาใบมีดตัดส่วนรอบนอกที่ติดกับกล้ามเนื้อที่เน่าออก เหลือเฉพาะกระดูกอ่อนภายในเท่านั้น จากนั้นใส่ในหลอด eppendorf เติม buffer ATL ลงไป แล้วใช้กรรไกร จุ่มเข้าไปในหลอด พยายามตัดชิ้นกระดูกอ่อนให้ละเอียดที่สุด จากนั้นจึงย่อยด้วย proteinase K หรือ protease ครับ แล้วสกัดตามขั้นตอนต่อไป ที่ม.อ. สกัดกระดูกอ่อนด้วยน้ำยา Qiagen ครับ  เท่าที่ผ่านมาจำไม่ได้แล้วว่าทำไปกี่ตัวอย่าง แต่ไม่เคยมีปัญหาในการทำสักตัวอย่างครับ

     3. หมอนรองกระดูกสันหลังบริเวณเอว (lumbar)

     กรณีที่ศพเน่ามากขึ้น จนไม่สามารถเก็บกระดูกอ่อนบริเวณซี่โครงได้แล้ว ลองดูว่าหมอนรองกระดูกเริ่มเน่าไปแล้วหรือยัง หากว่ายังอยู่ในสภาพที่ดี ก็ให้ใช้ใบมีดกรีดเข้าไปเก็บหมอนรองกระดูกออกมาสักชิ้น ไม่ต้องใหญ่มากครับ เจ้าหมอนรองกระดูกก็จะมีลักษณะคล้ายกระดูกอ่อน ดังนั้นการย่อยด้วย proteinase K หรือ protease ก็จะทำได้ไม่ยากครับ จากนั้นสกัดด้วยน้ำยา Qiagen เหมือนการสกัดจากกระดูกอ่อนครับ

     4. กระดูก หรือ ฟัน 

     กรณีที่ศพเน่ามากๆ จนไม่เหลือกล้ามเนื้อ ไม่เหลือกระดูกอ่อน ไม่เหลือหมอนรองกระดูก ก็ให้เก็บ กระดูก หรือ ฟัน มาตามที่ทฤษฎีกำหนดไว้ครับ 

     นี่เป็นอีกทางเลือกครับ เป็นเสียงจากห้องแล็บ ที่เลือกบอกว่า หากมีตัวอย่างอื่นที่เป็นทางเลือกได้ มากกว่ากระดูกและฟัน แล้ว ให้เลือกตัวอย่างอื่นดีกว่าครับ เพราะการสกัดดีเอ็นเอจากกระดูกและฟัน มีข้อจำกัดมากมายครับ และอาจได้รูปแบบดีเอ็นเอไม่ครบทุกตำแหน่ง หรือร้ายๆ ก็อาจไม่ได้รูปแบบดีเอ็นเอออกมาเลยครับ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Forensic DNA



ความเห็น (4)

เขียนเมื่อ 

หนูคงไม่กล้าไปตัดชิ้นเนื้อแน่ๆค่ะ

เขียนเมื่อ 

อย่าว่าแต่หนูเลยครับ ผมเองยังไม่กล้าไปตัดชิ้นเนื้อด้วยเหมือนกัน

วาที
IP: xxx.8.127.98
เขียนเมื่อ 

ที่นิติเวชตำรวจทำกระดูกทุกวันครับเช่นเดียวกับที่อาจารย์สุคนธ์บอกกรณีกล้ามเนื้อส่วนมากจะเน่ามาแล้วครับแต่จะได้ดีเอ็นเอจากcartilage หรือ rib มากกว่า ข้อแนะนำคือต้องให้มันย่อยจริงจริงอาจจะต้องรอovernight สักสองคืนให้ดีเอ็นเอย่อยจริงจริงไม่มีปัญหาเลยครับขอบคุณอาจารย์สุคนธ์ที่เป็นที่พึ่งของน้องน้องครับ

เขียนเมื่อ 

เรียน พี่วาที

  • ขอบคุณมากครับ ที่ช่วยกันแลกเปลี่ยนความรู้ 
  • ที่ม.อ. ใช้น้ำยา Qiagen ใช้ buffer ATL เติม proteinase K ลงไปย่อยที่อุณหภูมิ 56 C ใช้เวลาย่อยประมาณ 2-3 ชั่วโมงครับ ส่วนใหญ่จะย่อยได้หมด ยกเว้นบางรายที่ย่อยไม่หมด ก็จะย่อยข้ามคืน เช่นเดียวกับที่พี่วาทีแนะนำครับ
  • จากประสบการณ์ buffer ATL หรือ buffer AL ของ Qiagen ค่อนข้างดีครับ สำหรับสกัดดีเอ็นเอ เพราะมีบางตัวอย่างที่ใช้น้ำยาอื่นแล้วย่อยได้ไม่หมด แต่พอใส่ buffer นี้แล้ว ย่อยได้ดีครับ แล้วมักจะติด PCR inhibitor ออกมาน้อยกว่าน้ำยาอื่นๆครับ ไม่ว่าจะเป็น commercial kit หรือน้ำยาเตรียมเองก็ตาม