โดย รศ.ดร.พันธุ์ทิพย์ กาญจนะจิตรา สายสุนทร เริ่มเขียนเมื่อวันที่ ๘ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๕๔

ข้อเท็จจริง

คุณพิม [IP: 168.120.44.63] ได้เข้ามาคุยกับอาจารย์แหววใน http://www.gotoknow.org/ask/archanwell/13145  เมื่อวันที่ ๘ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๕๔ เวลา ๐.๓๘ น. โดยมีใจความว่า

“สวัสดีค่ะอาจารย์ คือแม่ของดิฉันเป็นบุคคลพื้นที่สูง เกิดในไทย แต่ไม่ได้รับการศึกษาเพราะอยู่บนดอย แต่พอโตก็เข้ามาทำงานในกรุงเทพแต่เขาต้องการบัตรประจำตัว แล้วตอนนั้นก็ยังอ่านเขียนไทยไม่เป็นเลย พูดได้แต่จีนเพราะตากับยายอพยพมาจากจีน พอไปทำบัตรเขาก็กรอกไปให้ว่าจีนฮ่อ แม่ดิฉันตอนนั้นก็ไม่รู้อ่านไม่ออกเลยไม่ได้แก้อะไรไป จนตอนนี้ก็ผ่านมาหลายสิบปีแล้วค่ะ ตอนนี้แม่ดิฉันได้เป็นบัตรสีชมพู พวกเพื่อนของแม่ที่มาจากหมู่บ้านเดียวกันก็ได้กันหมดแล้วเพราะเขาอ่านไทยออกบ้างตอนทำบัตรครั้งแรกก็เขียนว่าเกิดในไทย แล้วแบบนี้ แม่ดิฉันมีสิทธิ์ได้บัตรประชาชนคนไทยไหมคะ? แล้วต้องทำอย่างไรบ้าง

แล้วก็ที่ดิฉันได้หาข้อมูลเกี่ยวกับการทำบัตรประชาชนของบุคคลไม่มีสัญชาติไทย เห็นเขาบอกว่า หากอยู่ในไทยครบ ๑๐ ปี อายุ ๔๐ ก็มีสิทธิ์ขอสัญชาติไทยได้ แล้วหญิงที่แต่งงานกับสามีไทยก็มีสิทธิ์เช่นกัน แม่ดิฉันก็แต่งงานกับพ่อที่เป็นคนไทยสัญชาติไทย แต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส แต่ในใบสูติบัตรของดิฉันก็เขียนไว้นะคะว่าพ่อแม่ชื่ออะไร แบบนี้พอใช้อ้างอิงได้ไหมคะ แล้วต้องทำอย่างไรจึงจะขอสัญชาติไทยได้สักที เพราะตอนนี้ บัตรชมพูทำให้ทำมาหากินลำบากมาก ใบขับขี่ก็ไม่มีสิทธิ์ขอทั้งๆ ที่จำเป็นมากกับการทำมาหากินของแม่ ก็ได้แต่นั่งแท๊กซี่กับรถรับจ้างยกของทุกวันๆ วันๆ นึงต้องเสียค่าใช้จ่ายกับรถพวกนี้เยอะมาก เศรษฐกิจก็แย่

ขออาจารย์ช่วยแนะนำแนวทางหรือวิธีที่ถูกต้องและรวดเร็วให้ทีนะคะ ขอบคุณมากค่ะ"

---------------------------

คำตอบของอาจารย์แหวว

---------------------------

ในประการแรก ในส่วนที่เกี่ยวกับสิทธิในสถานะบุคคลตามกฎหมายมหาชนไทย อาจารย์แหววฟังข้อเท็จจริงจากคำบอกเล่าของคุณได้ว่า มารดาของคุณพิมเป็นคนเชื้อสายจีนที่เกิดจากบุพการีซึ่งอพยพมาจากประเทศจีน และได้รับการยอมรับว่า เป็นคนไร้รัฐหรือบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนราษฎร จึงได้รับการจัดทำทะเบียนประวัติตามกฎหมายไทยว่าด้วยการทะเบียนราษฎร “ประเภทจีนฮ่อ” ในประการแรกนี้ อาจารย์แหววจึงขอสรุปว่า มารดาของคุณพิมมีสถานะเป็นราษฎรไทยประเภทหนึ่งอย่างแน่นอนแล้ว แต่ไม่สามารถวิเคราะห์อะไรได้ต่อไป เว้นแต่คุณพิมให้ให้ข้อเท็จจริงที่ชัดเจนมากขึ้น กล่าวคือ (๑) หากคุณเข้าในว่า “แม่ของดิฉันเป็นบุคคลพื้นที่สูง” มารดาของคุณเป็นชาวเขาเผ่าใดคะ ? แต่ขอเตือนว่า จะเป็นชาวเขาหรือไม่ เป็นสำคัญ ไม่มำให้อะไรดีขึ้นหรือเลวลง ที่ดีที่สุด ขอให้บอกเล่าตามความเป็นจริง จะจัดการปัญหาได้ดีกว่า (๒) บนบัตรจีนฮ่อที่กล่าวถึง ปรากฏข้อความว่าอย่างไร หากยังมีสำเนาบัตร กรุณาเอามาอ่าน และบอกข้อความทั้งหมดมาด้วย (๓) บัตรสีชมพูที่ถืออยู่ในวันนี้ มีข้อความอะไรบ้าง โปรดบอกมาทั้งหมดนะคะ (๔)  การที่ยืนยันว่า มารดาเกิดในไทยนั้น มีพยานหลักฐานไหมคะ ? พยานเอกสาร ? พยานบุคคล ? (๕) มารดาเกิดที่ไหนในประเทศไทยอย่างแน่นอน ? (๖) มารดาเกิดเมื่อใด ?

ในประการที่สอง ในส่วนที่เกี่ยวกับสิทธิในสัญชาติไทยนั้น คำตอบขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงที่อาจารย์แหววถามในประการแรก จึงขอให้รีบตอบมา จะได้วิเคราะห์ให้ทราบค่ะ หากฟังว่า มารดา “มี” ข้อเท็จจริงที่ทำให้มีสิทธิในสัญชาติไทยโดยผลของกฎหมาย ก็ไปร้องขอเพิ่มชื่อในทะเบียนบ้านประเภทคนอยู่ถาวรตามกฎหมายไทยว่าด้วยการทะเบียนราษฎร หรือหากฟังได้ว่า มารดา “ไม่มี” ข้อเท็จจริงที่ทำให้มีสิทธิในสัญชาติไทยโดยผลของกฎหมาย ก็ไปร้องขอสิทธิในสัญชาติไทยตามกฎหมายไทยว่าด้วยสัญชาติไทย การวิเคราะห์ต่อไปจะทำได้ ก็ต่อเมื่อมีข้อเท็จจริงเพิ่มเติมจากคุณพิม

ในประการที่สาม เพื่อตอบที่คุณพิมถามว่า “หากอยู่ในไทยครบ ๑๐ ปี อายุ ๔๐ ก็มีสิทธิขอสัญชาติไทยได้” อาจารย์แหววขอตอบว่า มาตรา ๑๐ แห่ง พ.ร.บ.สัญชาติ พ.ศ.๒๕๐๘ แก้ไขล่าสุด ๒๕๕๑ รับรองสิทธิของคนต่างด้าวที่มีภูมิลำเนาตามกฎหมายมหาชนไทยที่จะร้องขอสิทธิในสัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติเป็นไทยเมื่อมีชื่อในทะเบียนบ้านมาแล้วอย่างน้อย ๕ ปี แต่การอนุญาตตามคำขอนั้นเป็นดุลยพินิจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แต่อย่างไรก็ตาม โปรดทราบว่า คณะรัฐมนตรีมีมติยอมรับให้ชนกลุ่มน้อยในทะเบียนราษฎรไทยที่รับสำรวจก่อน พ.ศ.๒๕๔๒ ได้สัญชาติไทยหากอาศัยอยู่มาเกินกว่า ๑๐ ปี แต่ในความเป็นจริง หากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยท่านใดไม่เอาใจใส่ประชาชน ก็ไม่ค่อยปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรีเท่าไหร่

ในประการที่สี่ เพื่อตอบที่คุณพิมถามว่า “แล้วหญิงที่แต่งงานกับสามีไทยก็มีสิทธิ์เช่นกัน แม่ดิฉันก็แต่งงานกับพ่อที่เป็นคนไทยสัญชาติไทย แต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส แต่ในใบสูติบัตรของดิฉันก็เขียนไว้นะคะว่าพ่อแม่ชื่ออะไร แบบนี้พอใช้อ้างอิงได้ไหมคะ” อาจารย์แหววขอตอบว่า มาตรา ๙ แห่ง พ.ร.บ.สัญชาติ พ.ศ.๒๕๐๘ รับรองสิทธิของหญิงต่างด้าวที่จะร้องขอสิทธิในสัญชาติไทยโดยการสมรส แต่การอนุญาตตามคำขอนั้นเป็นดุลยพินิจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเช่นกัน แต่อย่างไรก็ตาม หากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยท่านใดไม่เอาใจใส่ประชาชน ก็ไม่ค่อยสนใจที่จะอนุญาตให้สัญชาติไทยแก่หญิงในสถานการณ์นี้

ในประการที่ห้า ในระหว่างที่ยังไม่มีสัญชาติไทย การทำงานก็ไม่มีความลำบาก หากมีการศึกษากฎหมายที่ให้สิทธิและการต่อสู้เพื่อทำความเข้าใจกับทางราชการให้เข้าใจปัญหาที่เผชิญอยู่ สิทธิในการทำมาหาเลี้ยงชีพเป็นสิทธิมนุษยชน มีความลำบากประการเดียวสำหรับคนต่างด้าว ก็คือ คนต่างด้าวจะต้องขออนุญาตตามกฎหมายไทยว่าด้วยการทำงานของคนต่างด้าว หากเป็นกรณีที่รับจ้าง หรือตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว หากเป็นกรณีของการลงทุนเป็นเจ้าของกิจการหรือธุรกิจเอง เรื่องแรกอยู่ในความดูแลของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม ในขณะที่เรื่องที่สองอยู่ในความดูแลของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ การตื่นตัวที่จะรู้กฎหมายที่ให้สิทธิและการยอมรับความเป็นจริงของชีวิตจะทำให้การจัดการปัญหาเป็นไปได้เรื่อยๆ ไม่มีอับจน

ในประการที่หก กรมการขนส่งทางบกยอมรับสิทธิในการทำใบขับขี่ของคนที่ถือบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย ซึ่งมักถูกเรียกว่า “บัตรสีชมพู” ประเภทจีนฮ่อทั้ง “จีนฮ่ออพยพพลเรือน” และ “จีนฮ่ออิสระ” ดังนั้น ขอให้คุณพิมพามารดาไปร้องขอทำใบขับขี่เสียค่ะ ถ้ามีปัญหาอะไร ก็คงเป็นเพราะส่วนราชการที่ไปติดต่อไม่รู้กฎหมายหรือมีพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้อง คงต้องร้องเรียนคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติหรือศาลปกครองค่ะ

ประการสุดท้าย ขอแนะนำให้จัดการทัศนคติก่อนค่ะ การแก้ไขปัญหาด้วยความรู้บนความเป็นจริงจะยั่งยืนและสัมฤทธิ์ผลในที่สุด

หวังว่า คำตอบในวาระแรกเท่านี้ คงเป็นประโยชน์นะคะ รอให้บทวิเคราะห์ต่อไปเมื่อคุณให้ข้อเท็จจริงมาเพิ่มเติม

------------------------------------------------------