การใช้หลักจิตวิทยา ในการควบคุมงาน การบริหาร นี่ก็เป็นแง่มุมที่น่าสนใจนะ คือถ้าเด็กๆ รู้ว่าเราไม่สนใจเขาก็จะทำงานกันตามแต่อารมณ์ ไม่ค่อยมีคุณภาพ แต่ถ้าเค้าทราบว่ามีเจ้านายมาอยู่ใกล้หากผู้รับบริการมีปัญหาสามารถสะท้อนหรือแจ้งให้เจ้านายได้ทราบ เพื่อดำเนินการบริการลูกค้าให้ได้รับความประทับใจ

คนทำงานเมื่อรู้อย่างนี้ ก็จะเขน็กใจ ตั้งใจในการทำงานอย่างที่ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมจะต้องทำอย่างนั้น แต่ถ้าเราไปดูผลลัพธ์สุดท้ายเราจะเห็นได้เห็นนะว่า มีความเป็นงานเป็นการดีขึ้นมาก ผลงานมีคุณภาพที่เยี่ยม

การร้องเรียนก็เบาลงอย่างน่าสนใจ จริงๆ นี่เป็นเพียงการมาเฝ้าดูและผลที่เกิดก็คือลูกน้องก็จะเกรงใจ การออกให้บริการก็เป็นไปตามกำหนด เนื่องจากไม่ต้องการตอบคำถามเจ้านาย

การที่เราจะทำได้อย่างนั้น เราจะต้องมีลักษณะที่ต่างจากลูกน้อง การเป็นตัวแบบก็เป็นสิ่งที่ผู้นำจะต้องมีในจุดนี้เช่น ต้องการให้ทุกคนมีจิตอาสา จิตสาธารณะ เราก็จะต้องทำได้ในแบบที่เข้าใจลูกน้องด้วย เพราะถ้าเราหลงใหลไปกับสิ่งที่เราชอบเราศรัทธาโดยไม่ดูความเป็นจริงการทำงาน การควบคุมก็จะคุมได้ในแบบทางกาย และถ้าไปดูในใจเค้าแล้วจะเห็นได้เลยว่าเค้าคัดค้าน ต่อต้านอย่างมาก

ฉะนั้นการผ่อน การอิงสายกลางก็เป็นสิ่งที่ใกล้ความสำเร็จมากกว่า การยืนกราน แน่ๆ

มันเป็นศิลปะ การควบคุมคนต้องทำอย่างสวยงาม อย่างลงจังหวะ ไม่อย่างนั้นก็จะทำให้ประสิทธิภาพไม่ดี หลายครั้งเราจะเห็นว่าเราลงทุนไปมากในทุกมิติ แต่ผลลัพธ์กลับมาน้อยมาก

นี่ก็เป็นอะไรที่เรียกว่า คน ยากเอาเรื่องจริงๆ นะ

ที่นี่ก็มีตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมที่ดีคือเห็นท่าน ผอ.เค้าปรับห้องทำงานไปอยู่ในสถานที่ให้บริการเลย ทำให้ลูกค้าเข้าไปหาไปพบได้ง่าย แต่เค้าทำแบบเป็นช่วงเวลานะ ไม่ใช่อยู่ประจำ เหมือนเป็นจุดให้บริการจุดหนึ่งนั่นเอง