พบซิ จึงเล่าถึงพระสุบินนิมิตแปลกๆ ให้พระพุทธองค์ทรงสดับทีละข้อ
“พระเจ้าปเสนทิโกศลเสด็จไปเฝ้าพระพุทธองค์ ที่วัดพระเชตะวันมหาวิหาร ตามที่พระนางมัลลิกาถวายคำแนะนำ” “ได้พบพระพุทธองค์หรือเปล่าครับ” “พบซิ จึงเล่าถึงพระสุบินนิมิตแปลกๆ ให้พระพุทธองค์ทรงสดับทีละข้อ” ชักจะถึงตอนสำคัญ ลุงอ้อมไปอ้อมมาจนผมอยากรู้มากขึ้น “คืออย่างไรบ้างครับลุง” “เอ็งตั้งใจฟังให้ดี ปัจจุบันคนรู้เรื่องนี้มีน้อย” เหมือนลุงจะเกรงว่าผมอาจให้ความสำคัญน้อยเกิน “เพราะเหตุใดครับ” “มีคนส่วนน้อย ที่สนใจเรื่องราวทางศาสนา” “งั้นลุงเล่าต่อเลย ผมจะได้จำ” “เออนะ ไม่ต้องเร่ง ได้ฟังแน่” ลุงวาดลวดลายเสียจนผมงง
“พระเจ้าปเสนทิโกศลสุบินในข้อที่ 1 ว่า มีโคตัวผู้สีเหมือนดอกอัญชัญ 4 ตัว พากันวิ่งจาก 4 ทิศมาสู่ท้องพระลานหลวง ฝูงชนต่างรอดูโคทั้งสี่ที่ส่งเสียงคำรามลั่นเหมือนจะชนกัน แต่แล้วต่างก็ถอยออกไปไม่ชนกัน” สมเด็จพระชินสีห์สัมมาสัมพุทธเจ้าทรงทำนายว่าในอนาคตในชั่วศาสนาของพระองค์เมื่อโลกหมุนไปถึงจุดที่เสื่อมลง มนุษย์ไม่ตั้งอยู่ในศีลในธรรม ฝนฟ้าจักแล้ง ทุพภิกขภัยจักเกิดขึ้น...” “แล้วที่ว่าโคส่งเสียงคำรามนั่นเล่าครับ” “จะมีเสียงฟ้าร้อง ฟ้าแลบ ฟ้าผ่า แต่ฝนฟ้าไม่ตก เหมือนโคที่ร้องคำราม แต่ว่าไม่ชนกัน”
ลุงเล่าเรื่องทำหน้าตื่นเต้น ใจหนึ่งก็คิดว่า เรื่องเหล่านี้มีอยู่จริงในคัมภีร์หรือไม่ หรือว่าลุงไปจำเรื่องเล่าของคนโบราณ ที่เล่าสืบต่อกันมา “แล้วข้อที่2 เล่าครับ” ผมถามเรื่อยในยามที่ลุงหยุด “สุบินว่าต้นไม้เล็กๆ และกอไผ่ที่โตเพียงคืบบ้าง ศอกบ้าง ออกดอกออกผลแล้ว” สมเด็จพระประทีปแก้ว ทรงทำนายว่าต่อไปเมื่อโลกเสื่อม มนุษย์แม้จะมีอายุเยาว์มีวัยยังไม่สมบูรณ์ก็จะมีราคะกล้า และสมสู่กันตั้งแต่อายุยังน้อย และจะมีลูกแต่เด็กๆ เหมือนต้นไม้เล็กๆ แต่ก็มีผลแล้ว” เรื่องแบบนี้ถ้าเขียนไว้ในสมัยไม่นานมานี้ก็ไม่น่าอัศจรรย์ใจ แต่หากบันทึกไว้เกือบ 2500 ปีที่ผ่านมา ถือว่าน่านับถือ
ลุงหยุดเล่า ใช่ผ้าขาวม้าโบกสะบัดไล่แมลง และควันไฟในคราวเดียวกัน “น่าสนใจมากครับลุง ข้อที่3 ว่าอย่างไร” “ทรงฝันว่า เห็นแม่โคใหญ่ๆ พากันดื่มนมของฝูงลูกโคที่เพิ่งเกิด” พระผู้ทรงเป็นเลิศในโลกพยากรณ์ว่า ต่อไปในอนาคตการเคารพนบนอบผู้ใหญ่เช่นพ่อแม่ครูบาอาจารย์จะเสื่อมถอย คนเฒ่าคนแก่พ่อแม่ เมื่อหมดที่พึ่งหาเลี้ยงตนไม่ได้ก็ต้องง้อ ต้องประจบเด็ก” หรือว่าจะต้องเป็นเช่นนั้นจริงๆ ดวงตะวันอันเปรียบเสมือนดวงตาของโลกหรี่แสงลงด้านทิศตะวันตก เงาไม้น้อยใหญ่ทาบทับลานหน้าบ้านของลุงผ่อน ม่านแห่งราตรีสีคล้ำค่อยคืบคลานครอบครองบรรยากาศ เสียงนกกากู่ก้องร้องดังเหมือนดังชักชวนกันกลับรวงรัง


คำถามชวนสนทนาข้างต้นนั่นแยกได้หลายประเด็น
สุขุมลุ่มลึกเชิงซีเรียสบ้างพอควร
ความกลัว มีอยู่ทุกตัวตนของคนและสัตว์ กลัวแล้วเอาสิ่งใดเป็นที่พึ่ง
ศึกษาได้ที่นี่
เรื่องปี2012 ฟังหูไว้หูนะครับอย่าไปรวมกับคนที่จะถูกล้างก็แล้วกัน
สื่อสารกับมนุษย์ต่างดาว ศึกษาเรื่องที่ ดร. อาจอง เล่าไว้
พิจารณาจากอะไร เหตุการณ์จะเป็นอย่างไร......แหลมคมสุดๆ
ผมขอตอบแบบคนไม่ค่อยจะเอาไหนว่า
เพียงเท่านี้ จิตเป็นสุขชุ่มชื่น เป็นหรือตายเป็นเรื่องปกติ นะครับ
ยังไม่จบนะครับ
ต้องตามอ่านต่อนะครับ
สวัสดีค่ะอาจารย์
น่าติดตามค่ะ
คงได้อีกหลายตอนนะครับ
อยากบันทึกไว้ให้ชาวเรา
อ่านกันเล่นๆ ยามมีเวลาว่าง นะครับ
ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมชม
ขอบคุณสำหรับกำลังใจนะครับ
เยี่ยมเยือนกันยามน้ำท่วม
ภาพจากกระปุก.คอม.....ช่วยผมด้วย
ภาพนี้ไม่ต้องขออนุญาตเพราะมีป้ายเจ้าของติดไปด้วยแล้ว ดีจัง
อ่านปริศนาธรรมของอาจารย์ไม่ get เลยจริงๆ
แต่เจ้าหนูขนฟูสำดำน่ารักมากกกก
สูตรการทำจุลินทรีย์บอลครับ
ไม่เป็นไรครับ เอาแค่มองผ่านๆก็พอ
แค่ชำเลืองชมก็แอบนิยมอยู่ในใจ อิอิ
ส่วนจำดำนั่นก็ยืมเขามาครับ
ขอบคุณจริงๆ สำหรับความอาทร
ที่มีให้ หัวหินรำหายากพอควร
เพราะห่างจากนาข้าว
ราคาเป็นอย่างไรบ้างครับ
สวัสดีค่ะ อ.โสภณ
คืนนี้ไม่มีนิทานก่อนนอน???
สวัสดีค่ะอาจารย์
แวะเข้ามาอ่าน อาจารย์มีเรื่องราวที่น่าสนใจเสมอค่ะ