โดย รศ.ดร.พันธุ์ทิพย์ กาญจนะจิตรา สายสุนทร เริ่มตอบเมื่อวันที่ ๓๐ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๔

ข้อเท็จจริงที่รับฟังจากคุณพิเชษฐเจ้าของปัญหา

ใน http://www.gotoknow.org/ask/archanwell/13655 คุณพิเชษฐ์ [IP: 118.173.225.244] ได้เริ่มเข้ามาหารือปัญหาสิทธิในสัญชาติไทยกับอาจารย์แหววตั้งแต่วันที่ ๒๘ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๔ เวลา ๑๖.๓๖ น. โดยตั้งคำถามว่า เกิดปี ๒๕๓๗ ตอนนี้อายุ ๑๗ อยู่ ม.๕ มีใบเกิด และสำเนาทะเบียนบ้าน อ.แม่ฟ้าหลวง รพ.แม่จัน มีบัตรสีชมพู หัว ๖ ครับ ตอนนั้นยื่นเรื่องการร้องขอสัญชาติไปแล้ว แต่หลายปีต่อมาเขามีการเปลี่ยนปลัดอำเภอเจ้าหน้าที่ต่างๆ พอปีนี้เข้าไปถามอิกทีเขาบอกผมมาว่า ผมไม่ได้ยื่นอะไรซักอย่างเลยครับ แบบนี้จะมีสิทธิ์ได้สัญชาติไทยรึป่าวครับ คือ...เกรงว่าจะไปกระทบการศึกษาและอาชีพอนาคตน่ะครับ ช่วยรบกวนติดต่อกลับ 082-XXXXXXX"

เนื่องจากข้อเท็จจริงที่ให้มายังไม่ชัดเจนเพียงพอ อาจารย์แหววจึงต้องซักถามเพื่อได้ข้อเท็จจริงเพิ่มเติมและสร้างความเข้าใจเบื้องต้นกับคุณพิเชษฐในวันที่ ๒๙ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๔ เวลา ๑๔.๕๗ น.ดังนี้

“ตอบคุณพิเชษฐ์ [IP: 118.173.225.244]

ในประการแรก เมื่อคุณบอกว่า คุณเกิดที่โรงพยาบาลแม่จันเมื่อ พ.ศ.๒๕๓๗ โดยมีหลักฐานการเกิดซึ่งคุณเรียกว่า "ใบเกิด" ก็แปลว่า คุณควรมีสิทธิในสัญชาติไทย แต่จะเป็นกรณีสัญชาติไทยโดยผลของกฎหมายหรือโดยการร้องขอ ซึ่งกรณีจะเป็นอย่างไร จะวิเคราะห์ได้ ก็ต่อเมื่อทราบได้ว่า บิดาและมารดาของคุณเกิดที่ไหน ? และถ้าเป็นคนต่างด้าวที่เข้าเมืองไทยมา ก็ต้องทราบว่า เป็นคนมาจากไหน ? และมีสถานะตามกฎหมายคนเข้าเมืองอย่างไร

ในประการที่สอง หากคุณต้องการทราบข้อวิเคราะห์ทางกฎหมายของ อ.แหวว ก็ขอให้คุณตอบคำถามดังต่อไปนี้ (๑) ครอบครัวของคุณเป็นคนชาติพันธุ์อะไร (๒) พ่อของคุณเกิดที่ไหน ? เมื่อไหร่ ? (๓) แม่ของคุณเกิดที่ไหน ? เมื่อไหร่ ?

ในประการที่สาม ในเรื่องการยื่นคำร้องขอสิทธิในสัญชาติไทย อาจไม่จำเป็น หากคุณมีสิทธิในสัญชาติไทยอยู่แล้ว ปัญหาอาจอยู่ที่การยังไม่ได้รับการลงรายการสัญชาติไทยตามกฎหมายการทะเบียนราษฎร 

ในประการที่สี่ หากคุณจะยืนยันว่า ได้ยื่นคำร้องขอสัญชาติไปแล้ว คุณก็จะต้องมีใบรับคำร้องที่ออกโดยอำเภอค่ะ คุณมีใบรับคำร้องไหมล่ะคะ ?

ในประการที่ห้า โดยหลักกฎหมายสิทธิมนุษยชน ความไร้สัญชาติของคุณไม่อาจส่งผลกระทบต่อการศึกษาและอาชีพอนาคตค่ะ แต่โดยอคติของคนหรือหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง ก็อาจมีผลกระทบบ้าง คุณเรียนที่ไหน ? เรียนอะไรคะ ?

ในประการที่หก อ.แหววไม่มีนโยบายติดต่อทางโทรศัพท์ค่ะ การให้คำปรึกษาทางกฎหมายทำทางเว็บเท่านั้นค่ะ ต้องขอโทษด้วยค่ะ

คุณพิเชษฐ์ [IP:118.173.224.10] ได้ตอบคำถามนี้มาในวันที่ ๒๙ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๔ เวลา ๑๖.๑๓ น. ดังนี้

“ตอบคำถามครับ.

ประการที่ ๒ - ครอบครัวผมเป็นคนชาติพันธ์ ไทยใหญ่ครับ

.บิดาหายสาบสูญก่อนผมเกิดครับ แต่ในสำเนาทะเบียนบ้าน ทร.๑๔ ได้ระบุชื่อบิดาผู้ให้กำเนิดอยู่ครับ แต่ไม่รุบุเลขประจำตัวประชาชน และระบุสัญชาติไว้ว่า ไทยใหญ่

.มารดา เกิดเมื่อวันที่ ๑ ธ.ค.๒๕๐๔ ประเทศพม่า (เชียงตุง) ถือบัตรสีชมพู หัวเลข 6 เข้ามาอาศัยในประเทศไทยโดยถูกกฎหมายครับ

ประการที่ ๔ - ผมยืนยันว่าได้ยื่นให้กับทางอำเภอ แม่ฟ้าหลวง แล้วอย่างแน่นอน ปั้มลายนิ้วมือ ๑๐ นิ้ว มีผู้รับรอง ๓ คนครบขั้นตอนตามอำเภอระบุหมด แต่รู้สึกว่าทางอำเภอไม่ได้ให้ใบคำร้อง ครับ

ประการที่ ๕ - ผมเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ โรงเรียนแม่สายประสิทธิ์ศาตร์ สาย ศิลป์-ภาษา อ.แม่สาย จ.เชียงราย ผมตั้งมั่นไว้ตั้งแต่ ม.๓ ว่า เรียนให้สูง ให้จบ ป.ตรี แล้วทำงาน สจ๊วต ให้ได้งานที่มั่นคง แล้วเลี้ยงดูครอบครัวและผู้อุปการะให้มีความสุข แต่ไม่อยากให้ฝันล่มสลายแค่เรื่องพวกนี้ ผมเรียนก็ได้เกรด โอเค ได้ที่ ๑-๖ ของห้องทุกครั้ง ไม่เคยติด ๐ ตั้งแต่ ม.๑-ม.๕ ผมอยากเรียนให้จบและทำงานเลี้ยงครอบครัว ครับ

ประการที่ ๖ - ผมต้องขอโทษด้วยครับ ผมอยากรู้ในเรื่อง การขอสัญชาติมากไปหน่อย คือเรียนสูงขึ้นทุกวัน ไม่อยากให้ฝันสลายน่ะครับ

(สุดท้ายต้องขอขอบคุณอย่างสูงมากกกกกกกกกกกด้วยครับที่รับคำปรึกษา)”

แต่อย่างไรก็ตาม ข้อเท็จจริงก็ยังไม่ชัดเจนในประเด็นประเภทของบัตรประจำตัวตามกฎหมายการทะเบียนราษฎรซึ่งคุณพิเชษฐและมารดาถืออยู่ อาจารย์แหววจึงตั้งคำถามไปอีกรอบใน วันที่ ๓๐ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๔ เวลา ๑.๑๕ น. ว่า “ช่วยเอาบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทยที่คุณถือมาดู และบอกมาหน่อยว่า ใต้คำว่า "บัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย" ของทั้งคุณและแม่เขียนว่าอย่างไร”

ต่อคำถามนี้ คุณพิเชษฐ์ [IP:118.173.224.177] เมื่อวันที่ ๓๐ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๔ เวลา ๑๕.๕๓ น. แม่....ผู้พลัดถิ่นสัญชาติพม่า ครับ ในบัตรของผม ผู้พลัดถิ่นสัญชาติพม่าเช่นเดียวกับของแม่ครับ แต่!.... ตรงที่ สัญชาติระบุไว้ว่า ไม่ได้สัญชาติไทยครับ

ข้ออธิบายและข้อแนะนำที่อาจารย์แหววให้แก่คุณพิเชษฐเจ้าของปัญหา

ในชั้นนี้ อาจารย์แหววเริ่มมีข้อเท็จจริงเกี่ยวกับคุณพิเชษฐอันนำไปสู่ผลกระทบทางกฎหมายต่อสิทธิในสถานะบุคคลตามกฎหมายไทยของบุคคลผู้นี้เอง อาจารย์แหววจึงเริ่มที่จะปรับข้อกฎหมายและข้อนโยบายต่อข้อเท็จจริงที่คุณพิเชษฐให้มา ดังนั้น ในวันที่ ๓๑ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๔ เวลา ๑๗.๕๗ น. อาจารย์แหววจึงเริ่มชวนคุณพิเชษฐคุยถึงข้อกฎหมายและข้อนโยบายเกี่ยวกับคุณพิเชษฐเอง กล่าวคือ

“ตอบคุณพิเชษฐ

ในประการแรก ที่คุณควรจะทราบ ก็คือ ทั้งคุณและแม่มีสถานะเป็น "คนต่างด้าวที่มีสิทธิอาศัยชั่วคราวตามกฎหมายคนเข้าเมือง". แต่ยังมีสถานะ "คนต่างด้าวที่ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าเมืองไทย". ผลก็คือ การออกนอกพื้นที่ตามทะเบียนบ้านจะต้องขออนุญาตที่อำเภอ และไม่แนะนำให้คุณทำผิดกฎหมาย หากคุณอยากที่จะร้องขอสัญชาติไทยต่อไป

ในประการที่สอง คุณควรจะทำจดหมายทวงถามความคืบหน้าในการยื่นคำร้องขอสัญชาติไทยโดยผลของมาตรา ๗ ทวิ วรรค ๒ ต่ออธิบดีกรมการปกครอง ลองคิดซิคะ การยื่นคำร้องขอสัญชาติไทยทำที่อำเภอไหน เมื่อไหร่ มีพยานรู้เห็นการยื่นไหม กำนัน ? ผู้ใหญ่บ้าน ?

ในประการที่สาม สิทธิทางการศึกษาไม่เกี่ยวกับความมีสัญชาติไทย โปรดอย่าเอามาเกี่ยวข้องกัน จะเสียสมาธิในการเรียน เรียนให้ดีที่สุด ถ้าคุณเรียนดีและเป็นคนดี วันหนึ่ง สิทธิในสัญชาติไทยก็จะเป็นของคุณ

ในประการที่สี่ อยากถามว่า แม่และคุณมีชื่อในทะเบียนราษฎรพม่าหรือไม่ จงตอบตามความเป็นจริงนะคะ ในยุคของ ASEAN การมีสัญชาติพม่าในทะเบียนราษฎรพม่าจะเป็นผลดีต่อการมีสถานะที่ชอบด้วยกฎหมายไทย เมื่อบอกว่า เรียนเก่ง ก็จงศึกษาเรื่องนี้ให้ดี ชีวิตจะไม่เสียโอกาส