ขอย้ำข้อแนะนำที่แนะนำไปแล้ว ก็คือ ทำหนังสือถึงนายอำเภอแม่ฟ้าหลวง เพื่อขอตรวจสอบการยื่นคำขอสัญชาติไทยตามมาตรา ๗ ทวิ วรรค ๒ ที่ยื่นตั้งแต่วันที่ ๘ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๕๑ และร้องขอให้มีการออกใบรับคำร้องย้อนหลัง ซึ่งหากนายอำเภอปฏิเสธว่า ไม่มีคำขอนี้อยู่จริง จะได้รีบยื่นใหม่ ถ้านายอำเภอพบว่า มีคำขออยู่ ก็จะตรวจสอบต่อไปได้ว่า คำขอนี้ค้างอยู่ ณ ที่ใด
ในประการที่สอง ที่คุณยืนยันว่า มารดาไม่มีชื่อในทะเบียนราษฎรพม่า ก็ขอให้ตรวจสอบดีๆ หากมารดาพิสูจน์สัญชาติพม่าได้ โอกาสที่มารดาจะกลับเป็นคนชอบด้วยกฎหมายคนเข้าเมืองของไทยก็เร็วเท่านั้น
ในประการที่สาม คุณควรหาความรู้เกี่ยวกับ ASEAN ควรหาอ่าน อยากเพิ่งตัดสินใจก่อนมีความรู้ คุณยังอายุน้อย คุณว่า คุณเรียนเก่ง กรุณาอ่านให้มีความรู้ ก็จะคิดได้ค่ะ
ในประการที่สี่ ในเรื่องที่คุณถูกจำหน่ายเลขประจำตัว ๑๓ หลักนั้น ก็ควรจะทราบให้ได้ว่า เพราะเหตุใด หากคุณเกิดหลังจากที่มารดาได้รับการสำรวจในสถานะผู้พลัดถิ่นสัญชาติพม่าของมารดา คุณก็ควรมีเลขประจำตัว ๑๓ หลัก ขึ้นต้นด้วยเลข ๗ การเปลี่ยนเลขประจำตัวประชาชนของคุณเกิดขึ้นในปีไหนคะ
ในประการที่ห้า สิทธิในสัญชาติไทยของคุณนั้นมีความเป็นไปได้หลายทาง กล่าวคือ (๑) ความเป็นบุตรของชนกลุ่มน้อยที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยมานานกว่า ๑๐ ปี (๒) ความเป็นนักเรียนนักศึกษาในสถาบันการศึกษาไทย หรือ (๓) ความเป็นคนที่ทำคุณประโยชน์ให้แก่ประเทศไทย ซึ่งถ้ายังไม่ทำความดีมากๆ ก็รีบทำเสีย และทำมากๆๆ ด้วย
แต่อย่างไรก็ตาม สิทธิในสัญชาติไทยของคนในสถานการณ์ดังคุณเป็นดุลยพินิจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ด้วยการผลักดันของคณะกรรมการกลั่นกรองสัญชาติตามพ.ร.บ.สัญชาติ ดังนั้น ขอแนะนำว่า อย่าคิดถึงเรื่องนี้มากเกินไป เพราะสิทธิในการพัฒนาชีวิตในยุคนี้ไม่เกี่ยวกับสิทธิในสัญชาติไทย กรุณาหาความรู้ในเรื่องสิทธิในการประกอบอาชีพหรือสิทธิทางการศึกษา อาชีพสจ๊วตไม่จำเป็นต้องมีสัญชาติไทย จะเป็นสจ๊วตต้องพูดภาษาต่างประเทศได้ดีและมีบุคคลิกที่สง่างาม กรุณาคิดให้ออกว่า คุณภาพของชีวิตของคุณขึ้นอยู่กับอะไรบ้าง
นับวันที่ประชาคมอาเซียนปรากฏตัวขึ้น แนวคิดเรื่องสัญชาติก็หมดความสำคัญลง ความเป็น ASEAN People จะมีความสำคัญขึ้นแทน ทั้งไทยและพม่าก็เป็นสมาชิกของประชาคมอาเซียน กรุณาอ่านและคิดให้มากๆๆ จะได้ทันโลกที่กำลังเปลี่ยนไปค่ะ