คำถามที่ควรต้องให้กับผู้ประสบภัยตอบก็คือ แล้วคุณจะทำอย่างไรต่อไปครับ ,

คุณมีทางออกกับชีวิตอย่างไรครับ ,คุณจะผ่านเหตุการณ์ตอนนี้ไปได้อย่างไรครับ..

เป็นคำถามที่มุ่งถึงการอยู่รอดในภาวะวิกฤติ ซึ่งคำตอบจะแตกต่างกันไปตามแต่ละบุคคล

ซึ่งทุกคนต้องรีดมันออกมาเพราะไม่อย่างนั้นคุณคงไม่สามารถมีชีวิตอยู่ต่อไปได้

และหากเราจดบันทึกไว้ในแต่ละราย เราน่าจะได้ตัวอย่างดีๆ มากมาย

 

และในความเป็นจริงๆ ของชีวิตมนุษย์ก็เป็นแบบนั้น ที่เราไม่เคยเห็นหรือไม่ได้สังเกตุเห็นก็เนื่องจากเราดูโทรทัศน์ บริโภคสื่อข้อมูลข่าวสารที่มันโถโถมเข้ามาหาเรามากมาย จนเราเสียความเป็นตัวของตัวเองไป

หากเรานั่งสงบๆ แล้วค่อยคิดค่อยอ่านไป ก็จะทราบ อย่างเช่น

ที่บ้านผมน้องของแฟนเค้ากลับมาจากอยุธยาซึ่งน้ำท่วมมากมาย ก็มากันทั้งครอบครัว เมื่อเค้ากลับกันมาแล้ว ที่บ้านเราน้ำไม่ได้ท่วมอะไร ที่ทางก็พร้อมสรรพเนื่องจากขาดคนดูแล ขาดคนใช้ประโยชน์ มีพริกแดงเต็มต้น มีถั่วฝักยาวที่ไม่ได้เก็บมาใช้ประโยชน์ปล่อยทิ้งไว้ค่อนข้างมาก โดยรอบก็ยังมีคลองในคลองก็มีน้ำมากมาย ปลาก็มีมาก

สภาพอย่างนี้ เห็นชัดๆ ว่าหากเราจับแห จับเบ็ด จับมีด ลงไม้ลงมือทำประโยชน์เหล่านี้ไปพลางก็น่าจะได้กินได้ใช้ ได้ค่ากับข้าว ให้กับลูกกับครอบครัวในยามที่เราไม่ได้ไปทำงาน การจุนเจือด้วยการทำแบบนี้ก็ทำให้แบ่งเบาภาระครอบครัวไปมาก แนวทางอย่างนี้ก็มีอยู่รายล้อมทั่วไป

เราอาจจะไม่จำเป็นจะต้องมาลุ้นรอให้น้ำลดแล้วค่อยดูว่าบริษัทเค้าจะเรียกไปทำงาน จะทำได้ไม่ได้ ตอนไหนยังไม่รู้เลย แบบนี้มันไม่น่าจะเป็นอะไรที่โอเคนะ

หลายคนก็ทำงานในลักษณะของการรับจ้างรายวัน จริงๆ น้ำท่วมแบบนี้ทำให้เราได้มาลองทำอาชีพใหม่ๆ เป็นโอกาสใหม่ แบบนี้ แนวทางอย่างนี้น่าจะมีค่อนข้างมากนะ เงินทองอาจจะไม่มากแต่ก็ดีกว่าอยู่เปล่าๆ ตรงนี้แหละสำคัญหลายคนมองข้ามไปเนื่องจากมันน้อยเกินกว่าจะลองสัมผัส

นี่เป็นการพลาดโอกาสเนื่องจากเราใช้สมองนำมือ ในชีวิตจริงการให้มือนำสมอง การใช้ความเขลานำความฉลาดอาจจะพบทางรอด ทางเจริญก้าวหน้าก็ได้ และก็มีหลายคนประสบความสำเร็จมากมาย ผมนึกอะไรไม่ออกหรอก แต่ก็คิดว่าแม้แต่ขยะที่เราไม่เคยเห็นคุณค่าในอดีต ยังสร้างเศรษฐีได้เหมือน เห็นแบบนี้ก็น่าจะลองใช้ความเขลานำความฉลาดดูบ้าง อาจจะดีก็ได้ใครจะรู้