การได้ฟังคุณศากุน ปิติไกรศร หัวหน้ากลุ่มงานพัฒนาองค์กรแห่งการเรียนรู้ การไฟฟ้าฝ่ายผลิต เล่าเรื่องพลังของการใช้เครื่องมือ AAR เมื่อวันที่ ๗ กันยายน ๒๕๕๔ (อ่านที่นี่) จุดประกายความคิดของดิฉันว่าน่าจะเอาไปใช้ในการเรียนการสอนนักศึกษาพยาบาล ในรายวิชาที่ฝึกปฏิบัติในห้องปฏิบัติการ เมื่อนำความคิดนี้ไปเล่าให้อาจารย์ที่เกี่ยวข้องฟัง มีคนเห็นด้วย เราเลยจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการเล็กๆ เพื่อให้อาจารย์ของเรารู้จักเครื่องมือนี้
ดิฉันจะเอาเครื่องมือ BAR มาใช้ร่วมกับ AAR ด้วย ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช เขียนเอาไว้ในหนังสือ “ผู้บริหารองค์กรอัจฉริยะ ฉบับนักปฏิบัติ” หน้า ๘๐ ว่าคนที่ฝึกฝนการทำงานเป็นทีมด้วย BAR และ AAR อย่างต่อเนื่องในงานประจำวัน จะเป็นคนดังนี้
- มีวิธีคิดแบบกระบวนระบบ (system thinking)
- มีความมั่นใจตนเอง (self-confidence)
- มีความเคารพ เห็นคุณค่าของเพื่อนร่วมงาน (mutual respect)
- มีความสามารถในการทำงานด้วยตนเอง (independent) แต่ในขณะเดียวกันก็รู้ว่าตนเองต้องพึ่งพาหรือขอความร่วมมือจากเพื่อนร่วมงานตรงไหน จากใคร (inter-dependent)
เราอยากให้นักศึกษาเป็นบุคคลที่มีลักษณะข้างต้นเช่นกัน
เรานัดหมายอาจารย์และพยาบาลที่เป็นศิษย์เก่าของเราและขันอาสามาเป็นทีมช่วยสอนในห้องปฏิบัติการฯ มาเข้า workshop ในวันพุธที่ ๕ ตุลาคม ๒๕๕๔ เวลา ๑๔.๐๐ น. ดิฉันและน้องแหม่ม รัตนากร บุญกลาง ช่วยกันหาภาพระบายสีจากอินเทอร์เน็ต เพื่อใช้ในการทำกิจกรรม (ส่ง e-mail ไปขออนุญาตแล้ว) ได้คุณจอม เจ้าหน้าที่ของหน่วยพัฒนาองค์กรช่วยให้ข้อคิดที่เราลืมนึกถึงในการเลือกรูปภาพ
ดิฉันได้รับแจ้งว่าจะมีคนเข้าร่วมกิจกรรม ๑๒ คน จึงปรับกิจกรรม “ภาพต่อขยาย” ให้เหลือ ๖ เท่า และเลือกภาพที่ดูว่าไม่ยาก-ง่ายเกินไปและองค์ประกอบในภาพเหมาะกับคนจำนวน ๖ คน ถึงเวลาจริงมีคนมาได้ ๙ คน จึงต้องปรับอีกครั้งเป็นกิจกรรมภาพต่อขยาย ๙ เท่า บางคนจึงได้วาดภาพเพียงเส้นๆ เดียว
ดิฉันแนะนำทุกคนให้รู้จักก่อนว่า BAR และ AAR คืออะไร มีประโยชน์อย่างไรบ้าง บอกเป้าหมายและกติกาในการทำกิจกรรมภาพต่อขยาย แล้วให้ทุกคน BAR ก่อนลงมืองาน โดยมีคำถามให้เป็นแนวทาง
แนวคำถามสำหรับ BAR
- เป้าหมาย/ ความคาดหวังในการทำงานครั้งนี้คืออะไร
- รายละเอียดของงานที่จะทำเป็นอย่างไร มีประเด็นอะไรที่เป็นปัจจัยสำคัญของงานนี้
- คิดว่ามีปัญหา/ ความเสี่ยงอะไรบ้างที่อาจจะเกิดขึ้นได้ จะเตรียมการป้องกันอย่างไร
เราให้เวลาสำหรับการทำงานของกลุ่ม ๓๐ นาที จับเวลาด้วย Cool Timer ผู้เข้าร่วมกิจกรรมแบ่งชิ้นงานกันทำตามลำดับการนั่งจาก ๑ ถึง ๙ ตั้งใจทำงานกันอย่างเต็มที่ มีเสียงหัวเราะให้เราได้ยินเป็นระยะๆ อาจารย์ธิดารัตน์ เอกศิรินิมิตร ทำงานอย่างเงียบสงบที่สุด
ทำกิจกรรมภาพต่อขยาย
มี ๓ คนที่ทำงานเสร็จเร็วกว่าเพื่อน เราก็เอาชิ้นส่วนมาประกอบกันรอไว้ เมื่อชิ้นส่วนครบ เราก็ได้ภาพดังที่เห็น
ไม่รู้ว่าดิฉันเข้าข้างตัวเองหรือเปล่า ผลงานครั้งนี้ดูจะใกล้เป้าหมายมาก น่าจะเป็นเพราะกลุ่มได้ทำ BAR กันก่อน แต่ก็อาจจะเป็นไปได้ว่าภาพของเราง่าย เราให้กลุ่มได้ดูผลงานของตนเองแล้วให้แต่ละคนทบทวนการทำงานในใจตามแนวคำถาม AAR แล้วผลัดกันพูดออกมาจากใจ สั้นๆ โดยไม่ต้องกังวลว่าจะถูกหรือผิด จะเหมือนหรือต่างจากคนอื่น
แนวคำถาม AAR
- ผลลัพธ์การทำงานต่างจากเป้าหมาย/ ความคาดหวังหรือไม่ อย่างไร
- มีงานส่วนไหนบ้างที่ทำได้ดีแล้ว เพราะเหตุใด
- มีอะไรที่ยังเป็นปัญหา/ ไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง เพราะเหตุใด
- หากต้องทำงานนี้อีก ควรปรับปรุงอะไรบ้าง อย่างไร เพื่อให้ผลงานดีขึ้น
- ได้เรียนรู้อะไรจากการทำงานครั้งนี้
ผู้เข้าร่วมกิจกรรมแต่ละคนได้ทบทวนผลการทำงานของตนเองว่าบรรลุเป้าหมายกี่ % มองเห็นสิ่งที่ตนทำได้ดีแล้วและที่ยังทำไม่ได้ดี บอกได้ว่าหากจะทำให้ดีกว่าเดิม ควรจะทำอย่างไรบ้าง เช่น เวลาวาดภาพแต่ละส่วนย่อย ทุกคนควรใช้สเกลเดียวกัน ภาพจึงจะต่อกันได้สนิท สังเกตรายละเอียดให้ดีก่อน เช่น เส้นหนา เส้นบาง ควรหารือกับเพื่อนที่ทำงานต่อจากเรา ฯลฯ ที่สำคัญทุกคนได้บอกความรู้สึกที่สะท้อนความห่วงใยในความสำเร็จของส่วนรวม (กลุ่ม)
ผู้เข้าร่วมกิจกรรมบอกว่าได้เรียนรู้เรื่องการทำงานเป็นทีม การทำงานเป็นขั้นตอน การวางแผนเรื่องเวลา การเคารพกฏกติการ การประสานงาน ความร่วมมือ การทำงานตามความถนัด จากการทำกิจกรรมนี้ (ดิฉันคิดได้ว่าถ้าจะจัดกิจกรรมนี้อีก น่าจะให้แต่ละคนเลือกชิ้นงานตามความถนัดของตนเอง)
ต่อจากนั้นเป็นกิจกรรม “เชฟมือทองสอนเชฟมือใหม่” เพื่อเรียนรู้บทบาทในการ coaching & feedback คล้ายที่เราเคยใช้ใน workshop ของกลุ่ม system manager (อ่านที่นี่) มีอาจารย์ทำหน้าที่เป็นโค้ชให้กับกลุ่มผู้ช่วยสอน และนอกจากจะให้ผู้ที่ได้รับการ coaching & feedback ให้ feedback ในการทำบทบาทของตัวเองแล้ว ยังขอให้ ผศ.ดร.เกียรติกำจร กุศล ที่เป็นผู้สังเกตการณ์ ช่วย feedback ให้ด้วย
ลองสวมบทผู้ให้การ coaching & feedback
จากกิจกรรมนี้หลายคนได้คิดว่าการทำงานเรื่องเดียวกัน มีเทคนิควิธีการที่แตกต่างกันได้ ขึ้นอยู่กับปัจจัยของแต่ละบุคคล ดิฉันเสนอว่าคราวต่อไปจะให้ ผศ.ดร.สายฝน เอกวรางกูร ที่มีประสบการณ์เรื่อง coaching ในงานเพศศึกษามาแนะนำเทคนิควิธีการให้
กิจกรรมครั้งนี้ใช้เวลาจนถึง ๑๗.๐๐ น. จึงแล้วเสร็จ แต่ละคนได้ AAR กันถ้วนหน้า ศิษย์เก่าบอกว่าสามารถเอาไปใช้ในที่ทำงานของตนเองได้ด้วย อาจารย์กนกวรรณ ตันตระเสนีย์รัตน์ อยากให้จัดกิจกรรมเรียนรู้เครื่องมือ BAR-AAR ให้กับนักศึกษาด้วย เรามีนักศึกษากลุ่มใหญ่ คงจะต้องออกแบบกิจกรรมกันใหม่อีกครั้ง
วัลลา ตันตโยทัย