โตนี่ - ฟาง. GotoKnow.

*ที่จริงว่าวเป็นกีฬาชนิดหนึ่งของไทย เล่นกันมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ นักอ่านรุ่นเก่าระดับผู้เขียนหรือบวกลบเล็กน้อย  ที่อยู่แถวบางกอกหรือพื้นที่ใกล้เคียง  คงเคยได้ยินชื่อท้องสนามหลวงกันน๊ะครับ อีกชื่อน่าจะเป็นทุ่งพระสุเมรุ หรือไงนี่แหละ..เฮ้อปีนี้แก่มากจำไม่ค่อยได้แล้วสิ ! ผู้อ่านได้กรุณาชี้แนะมาว่าที่ถูกต้องเป็นทุ่งพระเมรุ..ขอขอบคุณมา ณ ที่นี้อีกครั้งน๊ะครับดร.พจนา.

พอช่วงกุมภา-มีนา-เมษา ปวงชนชาวไทยมักจะมาพักผ่อนกันที่ท้องสนามหลวง  มาขี่จักรยานบ้าง  เดินเที่ยวบ้าง และจะต้องมาพบกับกีฬาชนิดนี้. ดูว่าวไปกินขนมไป สมัยนั้นขนมที่ระบาดที่สุด พี่บังหรือแขกจะเป็นผู้ขาย   ปัจจุบันนี้หากินได้ยากแล้วผู้อ่านหลายคนอาจจะลืมชื่อไปเสียแล้วหรือไม่เคยกินก็ได้..ขนมนี้ชื่อบาเยีย..ต้องขออภัยเพราะไม่รู้ว่าสะกดอย่างไรจึงจะถูก. เป็นลูกกลมๆมีน้ำจิ้มใส่มาในกระทงๆละ๖-๗ลูกกระมัง !ที่ท้องสนามหลวงแห่งเดียวกันนี้เคยมีนิยายปะรัมปะราเล่ากันเสมอ.ไม่ทราบว่าท่านเคยได้ยินไหม-ลืมหรือยัง ?  ผู้อ่านรุ่นใหม่หรือเก่าท่านใดไม่เคยได้ยินหรือถ้าใครได้ยินมาแล้วก็ถือว่า เป็นการทบทวนก็แล้วกัน.ไม่ออกสอบครับ.แม้จะไม่สนุกเท่ากับนิทานคุณสป.อยากเขียนว่าอี.แต่ยังเกรงใจอาจารย์แม่อยู่บ้างเดี๋ยวท่านจะหาว่าผู้เขียนปากหอมเอ๊ย!ปากหมา.เริ่มเลยน๊ะมีคนบ้านนอกมาเที่ยวที่ท้องสนามหลวงอย่าให้บอกเลยน๊ะเพราะอาจจะเสียชื่อทั้งจังหวดก็ได้.พอเห็นต้นมะขามแกชอบใจและชมว่าคนบางกอกนี้ฉลาดมาก  รู้จักปลูกต้นไม้เพื่อให้ความร่มเย็นแกเผลอเดินไปเรื่อยและนับว่าเอ๊ะรอบสนามหลวงนี่มันจะมีสักกี่ต้นกันแน่ ?กำลังเพลินก็มีคนอีกพวกหนึ่งมาตะโกนถามแกว่าเฮ้ย !มานับต้นมะขามอยู่ล่ะสินับไปกี่ต้นแล้ว?ต้องจ่ายมาต้นละหนึ่งบาท ด้วยความที่แกไม่เคยรู้เรื่องมาก่อนแกจ่ายเงินไปโดยดีพอกลับถึงบ้านนอกดูสิ พี่แกด่าคนกรุงเทพฯให้เพื่อนบ้านนอกของแกฟัง..ไอ้พวกบางกอกนี่มันโง่จริงๆ กูนับไปสามสิบต้นแล้วกูโกหกว่าเพิ่งนับไปสิบต้นมันยังเชื่อเลยว่ะ ! ดีน๊ะจึงเสียแค่สิบบาทเท่านั้น !.๕-๕-๖..แม้เวลาจะผ่านมานานมากแล้วแต่ผู้เขียนความจำดีครับ..เออชมตัวเองก็ได้.ยังจำได้เสมอแม่มักจะพามาหาซื้อของกินของใช้..ท่านเดินซื้อเองต่างหาก.ปล่อยผมขี่รถจักรยานไปเรื่อยๆ ค่าเช่าน่าจะช.ม.ละสองบาทนี่แหละ.เสร็จแล้วจึงมาเจอกัน..ตอนนี้พูดได้เต็มปากว่าขี่จักรยานเป็นที่สนามหลวงนี่เอง ! สมัยนั้นมีการแข่งขันกันเป็นประจำถ้าเอ่ยชื่อผมว่าหลายคนต้องร้องอ๋อ และทำท่าจะนึกออกแล้วใช่ไหมครับ ?มีชื่อที่สุดคือว่าวจุฬาและว่าวปักเป้ามีการแข่งขันและต่อสู้กัน ต่อมาจึงมีพวกน้องงู ,น้องผีเสื้อมาบินตีคู่..รายได้สะพัดกันพอสมควร เวลาผ่านไปก็มีว่าวจากต่างชาติเข้ามาแยมกันจนมีการแข่งขันว่าวนานาชาติขึ้นในเวลาต่อมา  มีกองเชียร์ที่มีระดับเสียด้วยน๊ะ  ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็นคุณเป็ด..แทนที่จะไปอยู่ตามลำคลองให้สมกับชื่อ...แต่มักเจอพี่แกทุกสนามแข่ง. ในสหรัฐฯนี่ก็เหมือนกันครับผิดกันที่ว่าวที่นี่เขามักจะชักกันครั้งละหลายๆตัว ใครที่ไม่เคยเล่นจะดึงไม่ไหวเลยนะครับ  การชักก็มักจะมีคันหรือด้ามจับครั้งละสองอัน..ใครมาชักว่าวฝรั่งล่ะก็ผมว่าไม่ต้องเล่นกล้ามเลยล่ะ ! แต่ต้องใช้ทุนค่อนข้างสูง สู้ว่าวปักเป้าบ้านเราไม่ได้ตอนนั้นน่าจะตัวละ ๑-๒ บาทเท่านั้นเอง.

๗๐. ว่าวฝรั่ง..ชักครั้งเดียว๒๕ตัว - ภาพโดยผู้เขียน-ที่ท่าเรือแซนดิเอโก.

ผมอยากบอกว่าเหมือนในบ้านเรา..    ตอนนี้ที่มีคนภูเขาหลายๆเผ่า  ร่ำรวยจากการค้ายาเสพติด  บางคนมีบ้านใหญ่โต. ทั้งที่พูดภาษาไทยยังไม่ได้เลย. ถึงพูดได้ก็ยังร้องเพลงชาติไทยไม่ได้แน่ๆ. ยังจะเถียงแทนอีกเหรอ ? แต่ขณะที่เขียนอยู่นี้   ทางนายกอภิสิทธิ์กำลังปลูกฝังให้  คนไม่มีสัญชาติ ไม่ว่าลาว-เขมร-พม่า-กะเหรี่ยง ฯ หัดร้องเพลงชาติอยู่ทุกจังหวัด ตามลำดับอักษร  ในอนาคตห้ามไปถามคนพวกนี้น๊ะว่า..ร้องเพลงชาติไทยได้หรือเปล่า ? ถ้าเผอิญพวกเขาร้องได้ไพเราะกว่าผู้ถามล่ะก็  อายเขาตายเลยน๊ะ ! เขาลือว่ารวยกันไปหลายคนในรัฐบาลชุดนี้. ขนาดยังไม่ได้ออกอัลบั้มเองเลยนา..เมื่อวานมีข่าวพาดหัวหน้าหนึ่ง..จับยาไอ๊ซ์ได้อีกตั้ง ๑๕ ก.ก.ชาวจีนฮ่อทั้งผัวและเมีย. มีจนท.ชั่วๆได้ออกบัตรประชาชนไทยให้ด้วยเพื่อเงินครับ. แต่บางทีอาจจะไม่มีโอกาสได้ใช้.โดนจับเสียก่อนน่ะสิ.ราคาของในเมืองไทยกว่า ๒๗ ล้านบาท ดูสิร่ำรวยกว่าคนไทยเจ้าของประเทศเสียอีก ที่จริงผมไม่อยากตำหนิหรอกเพราะการหมุนเวียนประชากรนั้น มีอยู่ทุกหนแห่งในโลกนี้ดูเอาเองเถอะครับ.คนไทยแท้ๆอยากไปอยู่อังกฤษบ้าง สหรัฐอเมริกาบ้างฯดังนั้นชนชาติอื่นจึงอยากมาอยู่บ้านเราด้วย.เช่น พม่า เขมร ลาว จีน และบังคลาเทศ  ฯ ในบ้านเราตอนนี้ มีการจับชาวเกาหลีเหนือที่เดินผ่านมาทางชายแดน. แล้วมาขึ้นฝั่งแถวๆภาคอิสาน.เป็นพันๆคนแล้ว เท่านั้นยังไม่พอ พี่แกมาตั้งแก๊งค์ต่างๆจับพวกเดียวกัน  เรียกค่าไถ่อีกต่างหาก..เลวสุดๆ พูดมากไปเดี๋ยวจะถูกพวก นักสิทธิมนุษยชนว่าเอาอีก. พอแค่นี้ก่อนน๊ะ.เห็นไหมล่ะทีนี้ยังคิดที่จะทิ้งถิ่นฐานกันอีกไหม ?ประเทศใดก็ตามถ้ามีการอพยพลี้ภัยล่ะก็ !ผู้ลี้ภัยส่วนใหญ่จะมีฐานะทั้งนั้น.คนจนต้องเฝ้าประเทศและต้อง อยู่อย่างอดอยาก. ทีมของเราออกจากบ้านเศรษฐีเวียตนามแล้ว   ก็ได้มาแวะที่ชายทะเลของแค้มป์เดลม่า เราลงมาเดินเล่นให้เท้าเปียกน้ำทะเลกันบ้าง ปกติพี่ลัดดาเธอคงไม่ค่อยมีโอกาสเข้ามาในค่ายเป็นแน่ ไม่รู้ว่าจะมาหาใครนั่นเอง  ! น่าเสียดายที่เจ้าของบ้านอย่างเรา ไม่มีโอกาสได้พาแขกเที่ยวให้ทั่วรอบค่าย. 

๗๑. สงกรานต์ที่วัดไทยในแอล-เอ. ภาพโดยผู้เขียน ปี๒๕๒๘.

สักพักใหญ่เราจึงได้ออกเดินทาง เพื่อมุ่งหน้าสู่วัดไทยในแอล-เอ   Los Angerles. เพื่อมาไหว้พระให้จิตใจสงบก็แหม !  มาอยู่ในดินแดนลุงแซมนานแล้ว ยังไม่มีใครมีโอกาสมาไหว้พระกันเลยนี่นา.ไหวัพระเสร็จเราชวนกันเดินชมร้านค้ารอบๆวัดไทยบริเวณวัดนี้มีการขายอาหารเหมือนตามวัดทั่วๆไป.  และบรรดาแม่ค้าส่วนใหญ่ก็เป็นพี่-น้องคนไทยเกือบทุกร้าน. ช่วงนั้นเป็นช่วงสงกรานต์จึงมีคนไทยมากพอสมควร.  บางกลุ่มมาจากพื้นที่แอล-เอหลายคนมาจากมลรัฐใกล้เคียง คนไทยที่นี่ก็ยังมีการแบ่งพรรคแบ่งพวก  โดยแบ่งกันเป็นกลุ่มๆ กลุ่มทหารนอกราชการก็มีน๊ะ  ผมมาเห็นพระที่วัดนี้แล้วไม่ค่อยศรัทธาเท่าไร ? โดยเฉพาะในเรื่องการวางตัว  ขออนุญาตไม่เล่าดีกว่า เดี๋ยวจะถูกกล่าวหาว่าเป็นมารศาสนาเปล่าๆ.  แต่ดูแล้วยังเลวน้อยกว่าพระบางรูปที่ยกเท้าสูงแล้วบันทึกคลิ๊ปเอาไว้ดูเองตอนเป็นเจ้าอาวาส..ดูสิเขาให้สึกหลวงพ่อยังดื้ออีกด้วย..พระนอกรีดพวกนี้ต้องเอาถุงดำมาแอบคลุมหัวแล้วทุบให้เข็ด ผู้เขียนไม่ได้กลัวหรอกน๊ะ.ปัญหาคือใครจะเป็นคนทุบต่างหาก ? ออกจากวัดแล้วก็แวะที่บ้านน้องสาวพี่ลัดดาในแอลเอ.คนที่นี่เฉพาะคนเอเชียและพวกเม็กซิกัน  ถ้าเดินมาโดยไม่ได้พูด-คุยกัน จะไม่มีทางรู้เลยว่าใครเป็นใคร ?  ขนาดน้องสาวพี่ลัดดาแท้ๆ ตอนที่มาพบกับผมเธอยังทักว่า ไฮย์  Hi. ผมทักเป็นภาษาไทย..เธอจึงได้ตอบว่า..สวัสดีค่ะ.ผมเพิ่งรู้ว่าพี่ลัดดาเองก็มีน้องสาวสวยเหมือนกันน๊ะ. เราได้พบและพูดคุยกับคนไทย อีกหลายคนที่มาทำงานที่นี่.  ได้เวลาพี่ลัดดาต้องพาเรากลับมาแวะส่งที่ค่ายเดลม่า.เป็นอันว่าสัมพันธภาพระหว่างครอบครัวพี่ลัดดา  กับทร.ไทยชุดนี้ต้องจบลง.ไม่นานผมก็ครบกำหนดกลับเมืองไทย  ผมกลับไปสหรัฐอเมริกาอีก ครั้งที่สาม.ไม่สามารถติดต่อกับพี่ลัดดาได้อีกเลย คนไทยที่นี่มักจะย้ายที่อยู่กันบ่อย เลยไม่รู้ว่าจะไปตามหาที่ไหน ?จะไปตามที่  แผนกคนหาย ดีไหม ?

 ๗๒. ผู้เขียน วินัย คนไทยในแอลเอ. ปี๒๕๒๘. 

อาทิตย์ต่อมา เราได้มาเรียนเกี่ยวกับการถอดประกอบเครื่องยนต์  ถือว่าเป็นขั้นตอนสุดท้ายของหลักสูตรนี้ในห้องเรียน การถอดเครื่องนั้นนร.ต้องลงมาทำที่ห้องเครื่อง Engine Bay. เพราะที่นี่เขานำเครื่องมาตั้งไว้บนแท่นแล้ว     เพื่อสะดวกในการถอดประกอบของนักเรียนนั่นเอง !นร.จะถูกแบ่งออกเป็นชุดๆละ๖ คน.เมื่อได้ทำการถอดเสร็จจนถึงขั้นสุดท้ายคือ น๊อตล๊อคระหว่างเกียร์และเครื่อง. ที่สำคัญเวลาประกอบ กลับนร.ต้องไม่ลืมใส่โอริงก่อนเป็นอันดับแรก. O - Ring. มิฉะนั้นเครื่องพังสิครับ !  ผมลงมาทำงานข้างล่าง เห็นวินัยและผู้กองกำลังถอดเครื่องอยู่เช่นกัน.  เพียงแต่เราไม่สามารถคุยกันได้.ต่างคนต่างเรียนอยู่.รุ่งขึ้นเป็นการฝึกหัดขับรถกันจริงๆใครมาที่นี่ทั้งนย.อม.และนย.ไทย จะต้องผ่านการขับรถแบบนี้ทุกคนไม่ว่าบนบกหรือในน้ำ.  บนบกนร.จะต้องถูกจัดให้มาเดินนำหน้ารถเพื่อให้เกิดความปลอดภัย.  ในที่คับขัน.  นร.จะต้องใช้ความเร็วจำกัดไม่เกิน๕ ไมล์ต่อชั่วโมง. คนเดินนำหน้ารถเรียกว่า  กราวด์ไก๊ด์  Ground  Guide. จากโรงเรียนก็ขับออกมาทางชายทะเล.เมื่อพ้นพื้นที่คับขัน บริเวณชายหาดในค่ายนี้. จึงใช้ความเร็วได้เต็มที่ นร.ทุกคนจะได้ขับหมุนเวียนกัน.ครูฝึกจะนั่งอยู่ที่บริเวณที่นั่งหลังและสั่งการทางวิทยุIntercom. ก่อนมาจากเมืองไทย   ผมยังไม่เคยขับรถสายพานชนิดนี้มาก่อน วินัยเคยชวนให้มาศึกษาและหัดขับที่กองรนบ.นย. กองเก่าซึ่งอยู่ในพื้นที่  หน้าผาวชิราลงกรณ์.  ขณะนั้นขึ้นตรงกับกรมนาวิกโยธิน.ปัจจุบันย้ายไปอยู่ในพื้นที่ของบ้านพลูตาหลวงขึ้นตรงกับกองพลนาวิกโยธิน. ในช่วงนั้นผมรับปากกับเพื่อนไว้แล้ว  ว่าจะมาขอทดลองขับดูเพื่อจะได้คุ้นเคย แต่ว่าวิถีทางของผมนั้นอาจจะต้องมาเรียน จากต่างประเทศทั้งหมดเลยก็เป็นได้.จึงไม่สามารถทำตามที่เตรียมการไว้. ผมมาถึงกองรนบ. เขาบอกว่าผบ.ทร.จะมาตรวจหน่วย และทางหน่วยได้เตรียมรถไว้เพื่อรอรับตรวจ เป็นอันว่าผมไม่ประสพความสำเร็จและต้องมาเรียนเอาที่โรงเรียนนี้ทั้งหมด.ช่วงบ่ายจึงเป็นวิชาการฝึกหัดขับรถในน้ำ   นร.ทั้งหมดจึงมาพร้อมกันที่ริมน้ำเขาจัดสถานที่เพื่อใช้ฝึกขับรถในน้ำ  โดยเป็นอ่าวเว้ามาจากทะเลที่เรียกว่า เจ๊ทตี้ Jetty. ครูฝึกพยายามที่จะให้น้ำเข้ามาเปียกนร.ให้ได้ พี่แกขึ้นมานั่งทับอยู่บนฝาปิด Driver Hatch.  นร.ที่ทำหน้าที่พลขับจึงไม่สามารถปิดฝาได้   นร.คนใดถูกน้ำซัดจนเปียก  ครูโรคจิตก็จะหัวเราะงอหายอยู่ข้างหลังนั่นเอง !วันนี้ นร.ได้ลุยขับกันจนเสร็จ ทั้งบนบกและในน้ำ.พอสอบเสร็จสัปดาห์หน้านร.ทุกคนก็จะได้ไปทำการกู้ซ่อมที่สนามฝึกจริงๆ และในวันจันทร์ต่อมาโรคเดิมของผมกำเริบขึ้นอีก เพราะผมรู้สึกเจ็บแถวๆเท้าขวา จนไม่สามารถใส่รองเท้าคอมแบตได้.แต่ก็ต้องมาฝึกโดยใส่รองเท้าสานSandal.ที่นี่เขามีสนามฝึกที่ดีมาก  มีหนองน้ำอยู่ด้วยที่ริมชายหาด  แถมอีกด้านหนึ่งก็ยังติดทะเลจากมหาสมุทรแอตแลนติค Atlantic Ocean.นร.พร้อมที่สนามฝึกแล้ว  ครูได้แบ่งเป็นชุดๆเพื่อการฝึกกู้-ซ่อม  ครูฝึกจะขับรถอีกคันด้วยความเร็ว แล้วพุ่งลงไปในหนองน้ำแห่งนี้  คือทำให้รถติดและกู้ยากที่สุดนั่นเอง ! หลังจากนั้นคนขับรถก็เดินออกมาอย่างหน้าตาเฉยแบบไม่มีอะไรเกิดขึ้น โดยปล่อยให้นร.ไปทำการกู้ขึ้นมาให้ได้ช่วงนี้เองนร.แต่ละชุดจะต้องร่วมมือกันทำงานและใช้ความรู้ความสามารถต่างๆ ที่ได้รับการสอนมาจากห้องเรียน ที่สำคัญจะต้องทำงานแข่งกับเวลาเพราะในสถานการณ์จริงนั้น จะมีผลในเรื่องของ น้ำขึ้น -น้ำลงด้วย.

 ๗๓. กู้รถขึ้นมาจากหลุม ตามที่เรียนมา.

เมื่อกู้รถขึ้นมาได้แล้ว เป็นหน้าที่ของชุดต่อไป พอนร.ทำการกู้รถขึ้นมาหมดทุกชุดครูก็จะทำการวิจารณ์กันริมหาดนั่นแหละ นร.ทุกคนก็จะได้เห็นภาพถ้าไม่มีนร.สงสัยครูจึงสั่งให้ทุกคนเก็บของเข้าที่   รุ่งเช้าก็จะเป็นการสอบครับ.ใครไม่ผ่านเขาก็ให้สอบซ่อมอีกครั้งRe - Test.  ตอนเรียนหลักสูตรเบสิค Basic.  คะแนนของผมเขาไม่ตัดสินให้ เพราะเกรงว่าคะแนนจะดีกว่าทหารนย.อม.  คะแนนจริงของผมจะมาก-น้อยแค่ไหน ? ก็ผ่านอย่างน่าพอใจตลอดครับ..จบกันทีน๊ะ. พรุ่งนี้เช้าจึงเป็นการรับประกาศนียบัตรของผม. หลังจากที่เลิกเรียนแล้ว ผมมิได้ออกกำลังกายด้วยการวิ่งแต่อย่างใด?สาเหตุเพราะเท้าผมยังเจ็บอยู่ครับ  จึงเอาเวลาว่างมาเตรียมเครื่องแบบพันจ่าสีกากีและหมวก. เพื่อเตรียมไว้ใส่รับประกาศฯในวันพรุ่งนี้.  ก่อนจะปล่อยนร.มีครูฝึกที่ทำธุรกิจขายเสื้อ  ได้มาเสนอขายเสื้อคอกลม ตัวละ ๖ เหรียญ.  นร.นย.อม.หลายคนได้สั่งกันคนละ๑-๒ ตัว ผมได้สั่งซื้อกับเขาด้วยเพราะอย่างน้อยก็เป็นที่ระลึก ตัวเสื้อจะเขียนชื่อหลักสูตรว่าเบสิค เอเอวี รุ่น ๑ / ๑๙๘๕ Basic AAV 1 / 1985. ผมซื้อมาสองตัวสวยดีครับ อย่างน้อยเวลาสวมใส่เราก็จะภูมิใจว่า  เราได้ผ่านหลักสูตรนี้มาแล้วขณะเขียนเรื่องนี้ขาดและชำรุดไปตามสภาพแล้วครับ.สำหรับเสื้อผ้าที่นี่ส่วนใหญ่คุณภาพจะดีกว่าที่บ้านเรามาก น่าจะทำจากประเทศเกาหลี.  ผมยังซื้อเสื้อคอกลมสีต่างๆ  จากพีเอ๊กซ์มาใส่ด้วยหลายแบบ  ส่วนใหญ่จะเขียนในสไตล์ของนย.อม.เช่นนย.กำลังมองหาคนที่เก่งและดี The Marines are looking for a few good men. หรือ นย.จะทำให้ดีที่สุด Marines do it best. มีอีกหลายๆชื่อครับ  อันนี้เป็นที่นิยมของตัวทหารนย.เอง ยังมีอีกแบบที่ขายให้กับผู้ที่ไม่ได้เป็นทหารเช่นพ่อของหนูเป็นทหารนย. My Dad is a Marines. ผมอยากบอกว่าท่านใดที่ได้เข้าไปในพีเอ๊กซ์นย.อม.แล้ว ไม่ซื้อเสื้อผ้าพวกนี้ติดมาด้วยก็แสดงว่าท่านใจแข็งครับ  หรืออาจจะขี้เหนียวก็ได้.  อันนี้ไม่มีใครรู้ดีเท่าตัวท่านเองหรอกครับ. ต่อมามีทหารไทยบางนาย   ที่ทำธุรกิจแบบนี้นำมาก๊อปปี้แล้วทำขาย. ถ้าผมเอ่ยชื่อ  ผู้อ่านที่เป็นทหารนย.หลายๆคนต้องร้องอ๋อ !เป็นแน่  เช้าวันรุ่งขึ้นประมาณ ๑๐๐๐ น. ผมแต่งชุดกากีมาร่วมพิธีรับประกาศฯส่วนนร.นย.อม.นั้นแต่งชุดกางเกงขายาวเขียวแต่เสื้อเป็นสีกากี. มีเครื่องหมายยศอยู่ที่แขนทั้งสองข้าง. ระหว่างที่รอประธานอยู่ในห้องประชุมนั้น  ผมได้นำโล่ห์ที่ระลึกซึ่งผมเตรียมมาเอง จากประเทศไทย.มามอบให้เพื่อเป็นที่ระลึกแก่ทางโรงเรียน   มีการถ่ายรูปร่วมกันระหว่างเพื่อนนร.นย.อม.และเพื่อนครู เฮ้อ !จบกันทีน๊ะเรื่องหนักสมอง ต่อไปจะเป็นการฝึกงานซึ่งอาจจะหนักแรงแต่เบาสมองน๊ะลูกพี่  ต้องทนเอาหน่อยน๊ะ...อีกเพียงหนึ่งเดือนเท่านั้น ! หลังจากรับประกาศฯแล้ว พี่เลี้ยงผมพาไปที่กองร้อยเอ. Alpha Company. เพื่อรายงานตัวกับผบ.หน่วย ในการมาฝึกงานอีกหนึ่งเดือนเต็มของผม. ทหารนย.อม.ที่นี่เขามีการตั้งชื่อกองร้อย คล้ายๆกับนย.ไทย.แต่เอาตัวหนังสือมาเรียกเช่น กองร้อย เอ. A. = Alpha. ; B. = Bravo.แต่นย.ไทยเอาตัวเลขมาแทนเช่น กองร้อยปืนเล็กที่ ๑ ,๒  เป็นต้น -ที่ใช้เป็นตัวหนังสือก็มีครับ.นี่ไง..กองร้อยบังคับการและบริการ.   ผบ.หน่วยมียศเป็นร้อยเอก แต่ขณะนั้นไม่อยู่เพราะไปราชการ  ทำการแทนผบ.ร้อยได้อนุญาตให้กลับไปเปลี่ยนชุด และจัดการกับอาหารมื้อเที่ยงให้เรียบร้อยเสียก่อน แล้วค่อยกลับมาทำงานจริงในช่วงบ่ายโมง. OJT. = On the job Training.