วันนี้หลังจากที่ชีวิตได้วุ่นวายอยู่กับงานที่สำคัญของการทำหน้าที่สายวิชาการในสถาบันอุดมศึกษาหลังการสอบปลายคือ "การทำเกรด" ซึ่งใช้เวลาในการวิเคราะห์ พินิจ พิจารณาร่วมสองสัปดาห์ในที่สุดงานที่สำคัญส่งท้ายภารกิจของภาคการศึกษาก็ยุติบทบาทลง

        หลังจากที่เวลาของการใช้ชีวิตถูกพรากไปด้วยเวลาเห็นการทำเกรด วันนี้อิสระภาพดังกล่าวได้ย้อนคืนสู้ผมอีกครั้ง เวลาว่างในตอนเย็นวันนี้จึงมีเวลามากพอที่จะหยิบวารสารในห้องสมุดส่วนตัวที่มีอยู่อย่างน้อยนิดในห้องพักรังหนูของผม ซึ่งวารสารหลายเล่มได้ถูกนำมาเก็บไว้โดยที่ยังไม่ผ่านการเปิดเข้าไปเสพเนื้อหาใด ๆ ทั้งสิ้น

        ในขณะที่ผมกำลังใช้สายตาเพ่งพินิจตัวอักษรอยู่บนหน้ากระดาษที่เต็มไปด้วยสาระของงานวิจัย พลันเสียงของการอ้างถึงรายได้ของงานวิจัยกลับกระแทกเข้าสู่หู เนื่องจากงานหลักของสายวิชาการคือการเรียนการสอนแล้ว ยังต้องมีงานวิจัยร่วมอยู่ด้วย

         ในประเด็นดัีงกล่าวหาได้เป็นปัญหาที่ง่ายๆ ไม่ แต่เมื่อย้อนกลับไปถึงตัวเองและเพื่อนร่วมงานปรากฏว่า การทำวิจัยไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด แต่ก็คงไม่ปฏิเสธว่าเป็นเรื่องที่ยากเกินความสามารถอย่างที่พวกเราจะสามารถกระทำได้ แต่แน่นอนที่สุด ความยากมันเกิดขึ้นตั้งแต่คุณหรือผมมีความคิดที่จะทำวิจัยแล้ว

          ความคิดยากที่เกิดขึ้นในครั้งต้นนี้ก็นับว่าเป็นปัญหาที่เป็นด่านสำคัญที่สามารถจะเรียกว่า "ที่สุด" ในบรรดาปัญหาของการทำวิจัยสำหรับมือใหม่หัดขับอย่างพวกเรา ปัญหาอย่างที่ว่าคือ "จะทำวิจัยเรื่องอะไร"

          การได้หยิบวารสารขึ้นมาอ่าน ประกอบกับกระแสลมแห่งเสียงที่กล่าวย้ำถึงภารกิจอีกประการในวันนี้จึงไม่เสียเปล่า วารสารที่เลือกหยิบขึ้นมาอ่านในคำ่คืนที่มีเวลาว่างที่ห่างหายจึงได้จุดความคิดในกระแสสมองของผม ที่ทื่ออยู่กลับการตรวจงานออกเกรดได้รู้สึดว่ามันมีพลังขึ้นมาราวกับว่าตายแล้วฟื้น

          แน่นอนครับวารสารเล่มนี้ได้ถูกนำมาใช้จุดประกายถึงเราจะทำวิจัยเรื่องอะไรดี ผมสามารถที่ีจะก้าวข้ามมาได้หนึ่งด่านแล้ว เพราะหัวข้องานวิจัยได้เกิดขึ้นแล้ว

         คราวนี้ปัญหาใหม่ที่ค้นพบ คือ "เราจะทำหรือไม่" ตรงนี้แหละที่เป็นผลต่อเนื่องจากปัญหาสำคัญ ซึ่งหากเราสามารถเอาชนะมันได้ งานวิจัยก็จะจุดคบเพลิงสัญญาณการเริ่มต้นขึ้นอย่างจริงจัง

         แต่ผมก็ยังคงแอบดีใจอยู่นิด ๆ ว่า โอกาสมาอยู่ต่อหน้าเราแล้ว เพียงแต่เราเดิมความกล้าเข้าไป พร้อมกลับใจที่แน่วแน่อย่างพวกแอมเวย์ใช้ ซึ่งผมขอขอบคุณและนำมาใช้คือ "คุณทำได้" นี่คือพลังที่ร้อนเร่าวิ่งอยู่กระแสเลือดอย่างว่ามันถูกสูบฉีดด้วยลูกสูบขนาดเท่าเครื่องจักรรถพ่วง

         แต่อย่างไรก็ตามผมก็ยังเชื่อว่าเมื่อเราสามารถเอาชนะได้ในด่านแรกที่ว่านั้น มันก็จะเป็นพลังต่อในงานด่านต่อ ๆ ไป และหากใครยังไม่รู้ว่าจะวิจัยเรื่องอะไร ผมแนะนำให้อ่านวารสารงานวิจัยครับ ๑. อ่านเพื่อเอาแนวคิด ทิศทาง ทฤษฏี ๒. อ่านเพื่อนำพามาประยุกต์ ปรับใช้ให้เหมาะสมกับศาสตร์ของตน ๓. อ่านเพื่อค้นหาประวัติศาสตร์ใครทำอะไรไว้บ้าง และอนาคตควรเป็นเช่นไร และ ๔. อ่านเพื่อเป็นกำลังใจให้กับตนเอง  คุณทำได้ง่ายๆ ครับ