...เช้าวันเสาร์เขารู้สึกตัวตื่นขึ้นมาพร้อมสายฝนที่พรำมาตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว เขาตั้งใจว่าออกบ้านสักเจ็ดโมงก็น่าจะไปทำงานทัน จึงหลับตาลงอีกครั้ง
...รู้สึกตัวอีกรอบได้ยินเสียงรถขนขยะหน้าบ้าน เวลาบอกเจ็ดโมงห้านาทีแล้ว
...เขาเร่งรีบวิ่งลงมาอาบน้ำแปรงฟัน เสียบน้ำร้อนเพื่อทานกาแฟ ทุกอย่างจะต้องเสร็จก่อนเจ็ดโมงครึ่ง น่าจะยังทันอยู่เพราะวันเสาร์รถไม่น่าจะติด
...................
...เขาบึ่งรถด้วยความเร็วสูงกว่าทุกๆวัน เพราะหากไม่ทันเวลาจะทำให้เขาขาดรายได้จากเงินพิเศษเพราะทำไม่เต็มวัน
...เขาเปืดไฟไล่รถที่วิ่งอยุู่ข้างหน้าเพื่อให้หลบ บางคันไม่หลบเขาก็ต้องเบียดเข้าซ้ายแล้วค่อยปาดแซงอีกทีหนึ่ง
...ด้านหน้ามีทางกลับรถเขาเปิดไฟขอทางแต่ไกลเพื่อไม่ให้พวกเขาออกมาตัดหน้า แต่มีมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งแว็ปออกมา เขาเหยียบเบรค เอี๊ยดดดดดดดดดดด....
...เดชะบุญเขาผ่านอุบัติเหตุนั้นมาพร้อมสติที่กลับคืนมา และเวลาที่เหลือเพียงสองนาทีจะถึงเวลาทำงานแล้ว ไม่ทันก็ไม่เป็นไร
.................
...ทุกอย่างผ่อนคลายลง เขาปล่อยให้เวลามันผ่านไป รถที่ติดยาวเหยียดด้านหน้าจนถึงสะพานกลับรถที่มองเห็นแต่ไกลยังคงไม่ขยับ
...มีรถมูลนิธิเปิดไฟแว็บๆอยู่ฝั่งทางลงสะพานกลับรถ น่าจะมีอุบัติเหตุ เพราะเป็นจุดที่พอลงสะพานแล้วจะต้องเบียดเข้าซ้ายเพื่อเข้าซอยที่ทำงานของเขา
...เขาเปิดธรรมะหลวงพ่อชาฟังเพื่อเป็นการฆ่าเวลา หลวงพ่อสอนว่า "ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นอนิจจัง ให้คิดว่ามันไม่แน มันไม่แน่อยู่เสมอ..."
...จริงสิทุกอย่างมันไม่แน่นอน ความต้องการอยากให้เป็น อยากได้ มันไม่เป็น ไม่ได้ อย่างที่คิด มันไม่แน่ มันไม่แน่ จริงๆ
..........................
...รถข้างหน้าเริ่มขยับ เขาขับตามไปเรื่อยๆ จนถึงจุดที่เกิดอุบัติเหตุที่ผู้คนมุงดูกันอยุ่
...เขาชักสงสัยว่าทำไมรถที่เกิดอุบัติเหตุช่างเหมือนรถเขามาก สีดำ มีสติ๊กเกอร์ติดชื่อลูกสาวไว้ด้านหลัง
...ชื่อลูกสาวก็ตรงกันอีก
...ทะเบียนรถก็ตรงกันอีก
...และเขาต้องตกใจสุดขีดเมื่อเห็นร่างไร้วิญญาณนั้นก็คือตัวของเขาเอง
...เขาพยายามจับเนื้อตัวของตัวเอง มันไม่มีตัวตนสียแล้ว เขาเป็นเพียงวิณญาณที่ยังคงหลงเลื่อนไหลไปกับชีวิต
...น้ำตาแห่งความอาลัย ความสงสาร ในชีวิตที่ลูกเมียของเขาจะต้องผจญต่อไป หลั่งไหลออกมาท่วมท้น เป็นสายลมแห่งวิณญาณที่ล่องลอยไป
"หากบุญญาบารมี ที่ข้าพเจ้ายังคงพอมีเหลืออยู่ จงดลบันดาล อย่าให้ลูกเมียของข้าพเจ้าลำบากในการใช้ชีวิตต่อไปด้วยเถิด"
เขาอธิษฐานก่อนที่วิณญาณเขาจะหลุดลอยไป มองเห็นเพียงร่างของเขาเป็นเพียงจุดเล็กๆอยุ่ด้านล่าง
.......
เรื่องเศร้านิดหนึ่ง
...
การมีชีวิตแต่ละวันนับเป็นโชค
แม้จะมีโรคมาเป็นเพื่อน (ไม่ได้รับเชิญ)
แต่ก็ยังมีเวลาที่จะทำสิ่งดีๆ ให้กับครอบครัว
...
เป็นกำลังใจให้นะคะ
คุณพ.
คะ
ขอบคุณครับ อ.หมอ ป.
พยายามจะไม่มองในมุมเศร้า แต่ชีวิตเป็นสิ่งไม่แน่นอน อย่างพระท่านสอน
ขอบคุณสำหรับกำลังใจ คุณยาย
ไม่เศร้าหรอกครับ มันเป็นอนิจจัง ของไม่แน่ สู้เต็มที่อยุ่แล้วครับ
เพิ่งได้อ่านหนังสือธรรมของหลวงปูดู่ พรหมปัญโญ
รอยธรรม คำย้ำเตือน
ท่านสอนว่า
ถ้าเราปฏิบัติไม่เป็นเสียแต่วันนี้
เวลาจะตายมันก็ไม่เป็นเหมือนกัน
เหมือนกับคนที่เพิ่งคิดหัดว่ายน้ำเวลาใกล้จะจมน้ำตายนั่นแหละ
ก็จมตายไปเปล่าๆ
สวัสดีค่ะ
"ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นอนิจจัง ให้คิดว่ามันไม่แน่ มันไม่แน่อยู่เสมอ..."
คำสอน-คำเตือนที่อยู่ในใจเสมอ ช่วงเวลาพริบตาเดียว หากประมาทไม่ระวังฯอุบัติเหตุเกิดได้เสมอ หรือ ถึงแม้บางครั้งก็ระวังแล้ว แต่ก็ไม่พ้นเหมือนชีวิตถูกกำหนดมาแล้วว่าต้องเกิด คนที่เรารักไม่ได้อยู่กับเราตลอดเวลา หากมีอะไรที่ไม่แน่นอนเปลี่ยนแปลงไปจากธรรมดาที่เป็นอยู่ เราต้องทำใจยอมรับให้ได้ บทเรียนที่เคยพบ สามารถทำให้เรานิ่งได้ เมื่อเกิดปัญหา ขอบคุณมากนะคะ
เป็นคอมเม้นท์ที่ให้ข้อคิดที่ดีมาก เลยครับ
ถ้าเราปฏิบัติไม่เป็นเสียแต่วันนี้
เวลาจะตายมันก็ไม่เป็นเหมือนกัน
เหมือนกับคนที่เพิ่งคิดหัดว่ายน้ำเวลาใกล้จะจมน้ำตายนั่นแหละ
ก็จมตายไปเปล่าๆ
ขอบคุณครับ
คิดถึงเพลงนี้เลยแก้ไขใหม่
ขอบคุณครับ