เราต้องลงมือ หยิบฝันที่เรารักขึ้นมาทำ ณ บัดนี้
เมื่อครั้งที่บุคคลนี้มีชีวิตอยู่ ผู้เขียนไม่ได้รู้สึกสนใจเขาลึกซึ้ง ทั้งที่ผลงานอันเหนือจินตนาการ และความเข้าถึงจิตมนุษย์นั้น ผู้เขียนได้เห็น ได้สัมผัส รวมทั้งเห็นความนิยมชมชอบทั้งผู้คนรอบข้างและตัวเอง เขาคือ"สตีฟ จอบส์" ผู้เป็นเจ้าของความคิดผลิตภัณฑ์อันคุ้นหู เช่นไอแพด ไอโฟน ที่สื่อสารความรู้สึกกันด้วยการสัมผัส
เช้าวันที่ 6 ตุลาคม 2554 ลูกชายของผู้เขียน ได้เข้ามาที่ห้องนอนของผู้เขียน แล้วบอกว่า แม่เรามายืนไว้อาลัยกันสักหน่อยนะ ผู้เขียนไม้ได้ถามว่าเพื่อใคร แต่ใจก็นึกอำนวยอวยพรให้คนที่ผู้เขียนกำลังยืนไว้อาลัยให้นั้น มีความสงบสุข เมื่อสิ้นสุดลง ลูกจึงบอกว่า "สตีฟ จอบส์" เจ้าของบริษัท แอปเปิ้ล เสียชีวิตแล้ว
วันนั้นทั้งวัน มีแต่คนพูดถึงข่าวนี้ แม้จะไปกินก๋วยเตี๋ยวกลางวันกับหลาน เขาก็ยังเล่าขานถึงบุคคลนี้อีก เป็นแรงบันดาลใจ ให้อยากรู้จักเขาอย่างลึกซึ้ง แล้วผู้เขียนก็ไม่ผิดหวังจริงๆ ที่ได้รู้จักกับคนๆหนึ่ง ที่เป็นนักต่อสู้ นักล่าฝัน และที่สำคัญเป็นผู้มีจิตของผู้เริ่มต้นอย่างเต็มหัวใจ
เขาเป็นอเมริกันขย ที่นับถือพุทธศาสนา และตั้งใจค้นหาการเจริญปัญญาของตน ที่ประเทศอินเดียอย่างจริงจัง
การเป็นคนมีหลักธรรมอยู่ในหัวใจนี้ ทำให้เขามองเห็นความล้มเหลวเป็นยากำลัง มองเห็นการสร้างฝันให้เป็นจริงคือนักสู้ มองเห็นจิตของผู้ทำงานสำเร็จ คือจิตของผู้เริ่มต้น และที่สำคัญ มองว่าการนึกถึงหรือสัมผัสความตาย จะเปลี่ยนชีวิตคน
การรู้จัก สตีฟ จอบส์ สำหรับผู้เขียน คงเป็นการรู้จักแบบปลายปิด คือคงไม่ได้สนทนา หรือสัมผัสด้วยสายตาอีกต่อไป เพราะรู้จักเขาในวันสิ้นชีวิต แต่ผู้เขียนกับยินดี กับการรู้จัก สตีฟ จอบส์ครั้งนี้ เพราะได้ปลุกจิตของผู้เริ่มต้น ที่ยังอยู่ในส่วนลึกของหัวใจของผู้เขียนนั้น ให้มีการขยับเขยื้อน ได้มองเห็นความสำคัญที่ต้องทำ และความฝันที่ค้างๆคาๆ และอาจจะเป็นเช่นนั้นไปจนวันตาย ทำให้ได้คิดว่า เราต้องลงมือ หยิบฝันที่เรารักขึ้นมาทำ ณ บัดนี้ แล้ว อย่าปล่อยเวลาให้พาชีวิต ไปสู่จุดจบ แบบคนที่ไม่รู้จักตัวเองเลย
.....สตีฟ จอบส์ กล่าวไว้ว่า......

“มีคำพูดในพุทธศาสนาว่า จิตของผู้เริ่มต้น มันเป็นสิ่งมหัศจรรย์อย่างยิ่งที่ทุกคนควรจะมีจิตของผู้เริ่มต้น”
มันเป็นจิตที่มองเห็นทุกสิ่งทุกอย่างตามความเป็นจริง ซึ่งค่อยๆทำให้เราตระหนักถึงแก่นแท้ของสิ่งเหล่านั้น จิตของผู้เริ่มต้น ก็คือ การนำหลักการของเซนมาปฏิบัติจริง เป็นจิตบริสุทธิ์ที่ปราศจากอคติ การคาดหวัง การตัดสิน ความลำเอียง ให้คิดว่า จิตของผู้เริ่มต้น เป็นเหมือนจิตของเด็กน้อย ซึ่งเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น ความสงสัย และความประหลาดใจ
.....ขอทุกท่านจงลุกขึ้นมาหยิบฝันของตัวเอง และลงมิอทำ อย่างผู้มีจิตเริ่มต้นนะคะ......
ชอบค่ะ การลงมือทำ
คือการหยิบฝันของตัวเอง
ต้องเริ่มต้นอีกรอบสำหรับคนที่ยังไม่ได้ฝันค่ะ
สวัสดีค่ะคุณอักขณิช
ขอบคุณดอกไม้กำลังใจค่ะ
แวะไปเยี่ยมบันทึกมาแล้วนะคะ
เขียนได้น่าอ่านมากๆ
สวัสดีค่ะคุณBonnie
ใช่แล้วค่ะ
เพียงเราหยิบฝันของเรา
ความสำเร็จก็รออยู่ข้างหน้า
จะสำเร็จมากน้อยเท่าใด
อยู่ที่ความแรารถนาค่ะ
ขอบคุณคนช่างฝันทุกคน ตามล่ามาให้ได้นะคะ
เขาทำงานจนวินาทีสุดท้าย น่าสรรเสริญจริงๆ
สวัสดีค่ะพี่รุ่ง
ร่วมไว้อาลัยค่ะ
แม้จากไปแต่ทิ้งข้อคิดดีๆไว้ เดิมพลัง เติมฝัน สานฝัน
ขอบคุณค่ะ สบายดีนะค่ะพี่รุ่ง
สวัสดีค่ะคุณแก้ว
น่าสรรเสริญจริงๆค่ะ
เขาบอกว่าทุกครั้งที่ตื่นนอน
จะบอกตัวเองว่าวันนี้เป็นวันสุดท้าย
การคิดถึงความตาย
ทำให้ไม่รีรอเวลา
และลงมือทำสิ่งที่ตนใฝ่ฝันค่ะ
สวัสดีค่ะคุณถาวร
เราโชคดี
ที่มีพื้นที่ในgotoknow สำหรับอบ่งปัน
และมีบทเรียนชีวิตมากมาย
ไว้ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษา
และเป็นข้องคิด กำลังใจ
คงทำกันไปจนกว่าจะถึงวันสุดท้ายค่ะ