จะครบ ๑๐ ปีในปีข้างหน้า กับการ ครุ่นคิดถึงบทเรียนในวันวาน กาลนั้นและผลที่ผมได้รับ การครุ่นคิดและร้อนรนไปตลอดคืนในเปลนอนหน้าบ้านพักในสนาม ว่า “นี่เราทำอะไรลงไป” เราช่างทำให้เกิดการสูญเสียเวลาและทำลายบรรยากาศการอยู่ร่วมกันของคนในพื้นที่เสียจริง คนไกลหรือคนนอกอย่างเราเพียงแค่มาเข้าพื้นที่ ศึกษาอย่างฉาบฉวย จัดแจงช่วงเวลาและสร้างพื้นที่ให้ผู้คนได้มามีปากเสียงกันอย่างนั้นหรือ และมายกระดับความไม่พอใจกันอย่างนั้นหรือ หรือเพียงแค่จัดเวทีนี้ให้เสร็จๆ ไปที หรือเปล่า? นี่เป็นความห่วยขั้นเทพ หรือ อาการป่วยไข้ของคนอำนวยการ ความร้อนรนและลนลานในหน้างานเวทีโสเหล่เล็กๆ อันเป็นผลมาจากการไม่เตรียมการ ไม่คำนึงให้ครบด้าน ไม่เตรียมตัว ไม่ศึกษา ไม่เข้าใจ และเดียงสาเกินกว่าจะเอื้ออำนวยให้ผู้คนได้หาทางออกร่วมกัน...
นั่นเป็นผลลัพธ์ที่ทำให้ร้อนรนตั้งแต่ช่วงเวลาในเวทีและยาวมาจนถึงตลอดทั้งคืน การเตรียมการและเตรียมตัวในการสร้างพื้นที่ ช่วงเวลา บรรยากาศของการโสเหล่ครั้งนั้น ถือได้ว่า “ห่วยและอยู่ในขั้นป่วยไข้” ซะเหลือเกิน ความไม่ประสาของการตระเตรียมของผู้อำนวยการวงสนทนาอย่างผม ที่ไม่ได้สร้างความคุ้นเคยและความไว้วางใจของทั้งสองฝ่ายต่อผม ผู้ซึ่งเป็นผู้อำนวยกระบวนการ อีกทั้งยังไม่ทำความเข้าใจกับทั้งฟากฝั่งชาวบ้านที่ยังไม่ชัดเจนในวัตถุประสงค์ของการร่วมกิจกรรม และฟากฝั่งของเจ้าหน้าที่รัฐที่ดูแลในส่วนของการจัดการทรัพยากรน้ำ (นั่นคือ การทำให้ไม่รู้ในเป้าหมายในกิจกรรมร่วมกัน) และมาอย่าง “งงๆ” ว่าถูกเชิญมาเพื่ออะไร เวทีนี้ถูกจัดขึ้นด้วยเพียงแค่ออกสำรวจทรัพยากรน้ำ เพื่อหวังพบเจอปัญหาด้านคุณภาพและปริมาณ จากนั้นมานั่งตีความเป็นวักเป็นเวรว่าพื้นที่ต้องมีปัญหาแบบนี้แน่ๆ และทางแก้ไขคือจัดเวทีให้ได้มาเจอกัน คุยกัน....นี่เลย!!! คนอำนวยการวงคิดไปเองทั้งนั้นเลย ผมมีแต่ความจริงใจ ตั้งใจ ในการทำ แต่ช่างไม่ได้เข้าใจ สืบค้น และพิจารณาอย่างพอเพียงต่อเรื่องราวต่างๆ ที่จะต้องไปอำนวยทุกสิ่งอย่างเพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันในวงอย่างดีพอ เรื่องราวจึงกลับกลายเป็นเวทีแห่งการ “สอบสวน” “ร้องเรียน” “ตำหนิและด่าทอ” “แก้ตัวและบ่ายเบี่ยง” ฯลฯ สุดท้ายจบกันไปด้วยความงุนงงและพื้นที่แห่งความร้าวฉานก็ขยายตัวต่อไปอีก
แม้ว่าผมจะมีความตั้งใจจริงในการร่วมเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนในพื้นที่ในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ แต่เพียงแค่ความตั้งใจและจริงใจ เพียงเท่านั้นคงยังไม่เพียงพอต่อการจัดแจงสถานที่ ช่วงเวลา และประเด็นต่างๆ ให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับการจัดการทรัพยากรน้ำในพื้นที่แห่งนี้ได้มาคุยกัน และเติมความหวังใจแบบคนเพ้อฝันและมองโลกนี้สวยงามไปหมดว่า น่าจะเป็นโอกาสในรอบ ๑๐ กว่าปีที่ผ่านมาของคนสองกลุ่มนี้ ที่จะได้สร้างสานความเข้าใจและร่วมแก้ไขทุกปัญหาให้คลี่คลายและหมดไป โลกในส่วนของพื้นที่นี้จะกลับสู่ความสมดุลและอุดมไปด้วยความยุติธรรม ความเอื้อเฟื้อ รื่นรมย์ และความรักในการดำรงอยู่ร่วมกัน
ผู้คนในวงไม่ได้ถูกเร้าบรรยากาศให้เอื้อต่อการเล่าสู่เชิงแลกเปลี่ยน เชิงสร้างสรรค์ และเอื้อต่อการเปิดใจเรียนรู้ แต่เป็นการเล่าสู่เพื่อต่อว่าด่าทอ และผมมิอาจควบคุมสภาพการณ์เช่นนี้ให้ยุติหรือเบี่ยงเบนไปสู่ประเด็นบรรยากาศอื่นต่อไปได้ อาการ "ลนลานและเลิ่กลั่ก" ว่าจะทำอย่างไรดี ร้อนรนในหัวอกและลนลานออกมาให้เห็นอย่างชัดเจน และแม้ว่าเวทีแห่งนั้นจะสิ้นสุดกระบวนการพูดคุยลงไป แต่ประเด็นต่างๆ ไม่ได้ถูกทำให้จบ หรือเริ่มต้นที่จะจบ จากวิธีการเอื้อและเชื้อเชิญให้ได้มีการแลกเปลี่ยนในวงเวทีแบบนี้
วันนี้ผมได้เรียนรู้จากประสบการณ์ตนเองในอดีตว่า ผมอาจไม่ได้มีวิธีการอะไรที่ดีกว่าแต่เดิมหรอก หรือเห็นผลได้ชัดเจนขึ้น แต่ก็หวังใจไว้ว่าจะไม่ผิดซ้ำซากในการที่เอื้ออำนวยให้ผู้คนได้มีช่วงเวลาที่ดีในการแลกเปลี่ยนและเรียนรู้ เพื่อนำไปสู่การเข้าใจ ยอมรับในกันและกัน พบเจอข้อดีที่ต้องสานต่อ และข้อด้อยที่ต้องซ่อมเสริม รวมถึงมองเห็นหนทางหรือแนวทางในการก้าวเดินเพื่อเติบโตไปด้วยกันบนเส้นทางของการดำรงอยู่ร่วมกัน
หวังใจไว้ว่า การสะท้อนตนเองแบบนี้ ผมจะไม่ร้อนรนเช่นวันวานอีก...(มั๊ง!!!)
..............................................................................................................................
เรียบเรียงจากความทรงจำ ในกลุ่มย่อยทรัพยากรน้ำ เวทีกระบวนการจัดการทรัพยากรธรรมชาติลุ่มน้ำห้วยบางทราย
พฤษภาคม ๒๕๔๕ ณ บ้านสานแว้ ตำบลกกตูม อำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร
ร้อนรนอยากอ่านมาก
ขอบคุณมากค่ะ สำหรับประสบการณ์ที่ได้ถ่ายทอดด้วยภาษาที่สลักสวยและความจริงใจ ^^
เป็นกำลังใจให้ในการทำงานค่ะ.
ดิฉันใช้วิธีการลดความคาดหวังลง เพื่อทำให้ความร้อนรนบรรเทาค่ะ ^^
ในอดีต ความคาดหวังที่คุณนฤมลกล่าวถึง น่าจะเป็นความลำพองและผยองของผม ต่อการคิดไปเองว่าควบคุมทุกอย่างได้น่ะครับ... ^^ ด้วย
ขอบคุณหลายๆ เด้อเอื้อย...วิเคราะห์และสังเคราะห์เป็นช่องๆๆๆๆๆๆ เลย เยี่ยมจริง
ขอบคุณประสบการณ์การสะท้อนตัวตน ทำให้มองเห็นตัวเองชัดเจนขึ้น เข้าใจตัวเองมากขึ้น ยอมรับตัวเองมากขึ้น
นำไปสู้การเข้าใจคนอื่น และ การยอมรับคนอื่นได้มากขึ้น เป็นผลมาจากการสะท้อนตัวเอง
ขอบคุณประสบการณ์การสะท้อนตัวตน ทำให้มองเห็นตัวเองชัดเจนขึ้น เข้าใจตัวเองมากขึ้น ยอมรับตัวเองมากขึ้น
นำไปสู้การเข้าใจคนอื่น และ การยอมรับคนอื่นได้มากขึ้น เป็นผลมาจากการสะท้อนตัวเอง
ขอบคุณมากครับท่านรอง ที่ช่วยสรุปการเรียนรู้แบบสะท้อนตัวตนให้ว่า ก่อเกิดประโยชน์อะไรได้บ้าง