
การไปเยี่ยมชาวไทผาเกที่หมู่บ้าน ซึ่งเป็นการไปครั้งที่ 3 นี้แล้ว ผมคิดตั้งแต่ก่อนไปแล้วว่า หากไปเยี่ยมหมู่บ้าน ก็เห็นภาพล่วงหน้าแล้วว่าชาวบ้านก็ยินดีเต็มใจต้อนรับแน่นอนเพราะความมีน้ำใจของชาวบ้าน อีกทั้งเพราะบารมีของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่เคยเสด็จเยือนเมื่อปี 2552 ทำให้หัวหน้าหมู่บ้านและชาวบ้านบอกเป็นเสียงเดียวว่าใครมาเยือนหมู่บ้าน เราก็ต้อนรับแต่หากเป็นคนไทยมาเยือนเราถือว่าพิเศษและยินดีมากที่สุดเพราะคนไทยเป็นญาติของเรา
หากไปเยือนก็จะได้รับการต้อนรับและพาไปดูหมู่บ้าน เลี้ยงอาหาร 1 มื้อ แต่ก็แค่นั้น ผมจึงคิดว่าครั้งที่ 3 นี้ จะต้องทำอะไรที่มากกว่าแค่ไปเยือนเพื่อเป้นการตอบแทนความมีน้ำใจของชาวบ้าน จึงคิดว่าน่าจะเป็นการไปค้างในหมู่บ้าน ซึ่งต้องยอมรับว่าที่ผ่านมา นักการทูตยังไม่เคยมีใครไปค้างในหมู่บ้านมาก่อนเลย รู้สึกตื่นเต้นเป็นธรรมดา
การใช้เวลาอยู่ครึ่งวันกับ 1 คืนทำให้ได้รู้อะไรอีกมาก ผมใช้เวลาช่วงเย็นที่มีการต้อนรับคณะเราที่เรือนหอประชุม หลังจากชมการแสดงแล้ว ผมก็แนะนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงให้ชาวบ้าน แจกผัง 3 ห่วง 2 เงื่อนไข รวมทั้งเอกสารประกอบและหนังสือเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว
นอกจากนั้นเพื่อให้เยาวชนได้เรียนรู้การปฏิบัติธรรมจึงได้แนะนำการนั่งสมาธิให้ ซึ่งปรากฏว่าผู้ใหญ่ ผู้เฒ่าผู้แก่ก็สนใจ บอกว่าไม่เคยเรียนรู้มาก่อน ผมได้แนะนำหลักสำคัญไปซึ่งเชื่อว่าเข้าใจกันดี ผมได้ขอให้พยายามปฏิบัติให้สม่ำเสมอในอนาคตและควรรวมกลุ่มเพื่อปฏิบัติ เช่นวันอาทิตย์ หากมีอะไรก็อีเมล์ไปถามผมได้ ปรากฏว่าคนหนุ่มสาวสนใจกันดี
ก็ได้แต่หวังว่าสิ่งดีๆ จะเกิดกับชาวไทผาเกต่อไปในอนาคตอันใกล้นี้
มอบของที่ระลึกและพระพุทธรูปองค์เล็กให้ย่าเฒ่าเป็นการขอบคุณในน้ำใจ
ก่อนกลับผมได้รับแผ่นซีดีเพลงที่ขับร้องนักร้องหนุ่มสาวไทผาเก เปิดฟังแล้วไพเราะดีจัง เหมือนเพลงพื้นบ้าน ฟังแล้วสบายใจ จึงนำปกซีดีมาฝากกัน
ใครสนใจและต้องการ ลองติดต่อกันเอง
น่าสนใจมากเลย ได้เรียนรู้เกี่ยวกับธรรมมะด้วย
ขอบคุณหมอครับ สำหรับดอกไม้กำลังใจ
ผมพยายามไป"ให้" เท่าที่จะมีความสามารถ เนื่องจากเคยไปอบรมหลักสูตร "ผู้นำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง" ของ วปอ.เพื่อสังคม รุ่นแรก และเป็นอดีตวิทยากรวิปัสสนาของคุณแม่สิริ กรินชัยที่ยุวพุทธกสมาคม สมัยหนึ่ง ก็ได้ใช้ความรู้เหล่านี้มอบให้ชาวไทผาเกครับ
ขอบคุณแสงแห่งความดีครับ สุขที่ใจจริงๆ ครับที่ได้ทำสิ่งที่เป็นความดี
เจริญสุขนะครับ
หากมีโอกาส ไปเยี่ยมชาวไทผาเกนะครับ
อจ.ขจิตครับ เป็นความรู้เก่าทั้งนั้นครับ ที่ยังเอามาใช้ปฏิบัติกับตนเองเสมอ
ถึงคราวเป็นประโยชน์กับผุ้อื่น เลยต้องทำเพื่อชาวไทผาเก
เชิญไปเยี่ยมชาวไทผาเกนะครับ จะประสานให้ครับ
สวัสดีค่ะ
ขออนุโมทนาบุญด้วยนะคะ
มาติดตามอ่านเรียนรู้ น่าสนใจมากค่ะ
ดูแล้วทุกท่านมีความพอเพียง มีความสุขดีจังค่ะ
สาธุครับ เป็นชุมชนที่น่ารักครับ ที่น่าห่วงก็คือในอนาคต 20-30 ปี วิถีชีวิตแบบนี้คงเลือนหายไปหมดนะครับ
ขอบคุณที่มาทักทายกันครับ
สวัสดีค่ะท่านเอกฯ
หากไม่บอกว่าอินเดีย ก็ไม่ทราบเลยนะคะ ทั้งหน้าตา วิถีชีวิตต่างๆ
เป็นชุมชนพอเพียง ที่มีเอกลักษณ์น่าสนใจมากๆ ค่ะ จากหลายๆ บันทึก
ไม่อยากให้วัฒนธุรรมอันสงบ งาม เงียบ เรียบง่าย อย่างนี้สูญหายตามกาลเวลาค่ะ
สวัสดีครับ
จริงๆ แล้ว ดินแดนภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดียเดิมก็เป็นชนที่ไม่ได้อยู่กับอินเดียครับ มารวมกันเมือ่อินเดียได้เอกราชจากอังกฤษ โดยชาวอัสสัมยินยอมพร้อมใจผนวกกับอินเดียเป็นประเทศเดียวกัน(ในขณะที่ปากีสถาน บังคลาเทศแยกออกไป)
แต่เนื่องจากเป็นชนกลุ่มน้อย และจะน้อยลงทุกที จึงน่าเป้นห่วงครับ ว่าวันหนึ่งคงเหลือแต่เรื่องราวและหุ่นจำลองในพิพิธภัณฑ์ ไม่อยากให้เป็นเช่นนั้นครับ