ห้องเรียนกระบวนกรตอนที่ 380

AI คือกระบวนการค้นหาเรื่องดีๆร่วมกันครับ...AI เชื่อว่าในทุกระบบทุกคนทุกองค์กรมีเรื่องราวดีๆซ่อนเร้นอยู่ครับ..

...โจทย์เรื่องการทำให้คนยอมรับสิ่งที่ราทำนี่..เป็นโจทย์ที่น่าสนใจครับ...เป็นหัวใจที่ผมพยายามทำมาห้าปี เช่นกัน

มีคนถามว่า..ทำอย่างไรจะให้คนยอมรับ..สิ่งที่เขาทำอยู่..ไม่ว่าจะเป็น KM หรือ R2R หรืออะไรก็ตาม...อาจารย์คะจะทำอย่างไรคะ....

....

ผมอยากนำเสนอคร่าวๆครับ เพราะสู้ตั้งแต่พยายามแจกนามบัตร ทำเว็บไซต์ พยายามอธิบาย..นอบน้อมต่อผู้ใหญ่ที่ไม่เห็นด้วย...ต้องพยายามหาเหตุผลสารพัดมาคุยมาเล่า..ไปในงานประชุมก็ไปเล่า ไปแจกนามบัตร ไปนำเสนอผลงานก็แล้ว. เรียกว่า แทบไม่มีผลอะไร...ผลเริ่มนั่งทบทวนครับ..ว่าวิชา Appreciative Inquiry มีคนทำ หรือยอมรับด้วยเหตุอะไร...ผมเจอเหตุการณ์ดังนี้ครับ...

1. นี่เป็นหลักเลย เรียกว่า เราผ่าน "การสร้างสรรค์ร่วมกัน (Co-creation)" ครับ..แรกเลย ผลก็สนใจ AI ตอนทำป.เอก..เพื่อนที่นั่งติดกัน..สนิททำการบ้านด้วยกันมาตลอด..ก็ถามว่า.."อาจารย์..พี่จะทำอะไรดี"..."พี่ๆ...AI พี่...หนังสือนี่เลย.." นี่ครับ..ที่สุดเราก็จบป.เอกมา..เพื่อนผมปัจจุบันก็สนใจ AI มากแถมเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ...พี่เองก็มีลักษณะเป็นผู้เชื่อมต่อ...พัฒนาโครงการเก่ง..พา AI ไปให้คนในหลายวงการได้รู้จัก" ในรูปของการฝึกอบรม โครงการที่ปรึกษาพัฒนาองค์กร...

2. จบเอกมา..จากการที่ผมมีจุดแข็งเรื่อง AI ก็สอนรุ่นน้องอีก..ตอนนี้จบเอกไปอีก 6 คน..เด่นๆ เช่นท่านหนึ่งดร.อัจริยะ ทำเรื่องภาวะผู้นำเชิงบวก (Appreciative Leadership) แค่นี้ก็ระเบิดแล้วครับ..

3. นักเรียนนักศึกษา ที่สนใจ AI จะอยู่ที่ไหน มหาลัยไหน..ถ้าทำ AI มาเลย..โทรหาผมได้ตลอด ตอนนี้จบป.โทไป 200 คน...นี่แหละครับ..บางคนไปเล่าพ่อ แม่ เพื่อน  แม้กระทั่งอาจารย์ของตนเอง..บางครั้งลูกทำสำเร็จแล้ว..แม่ก็ขอคำปรึกษาต่อ..

4. ถ้าในวงกว้าง ที่สำคัญมากๆคืองานเขียนของผมใน Blog Gotoknow นี่แหละครับ..เขียนมาก..จนใครก็ตามค้นหาคำว่า Appreciative Inquiry ก็จะเจอผมและ AI Thailand ในหน้าที่ 1 เสมอ..ตรงนี้..เป็นแหล่งที่มาของคนนอกวง MBA เช่นกลุ่ม NGO ที่ผมตอนนี้ก็เป็นที่ปรึกษาให้เขา..

สรุปครับ..ผมชวนให้คนทำ AI ได้และช่วยผมเผยแพร่ AI ได้ส่วนใหญ่ 98% เกิดจากการ "สร้างสรรค์ร่วมกัน" ในรูปของการทำวิทยานิพนธ์ทั้งป.โท ป.เอกครับ..ที่ตอนหลังขยายวงต่อไปอีกไปทำโครงการที่ปรึกษาด้านงานพัฒนาองค์กร งานวิจัย..โดยมี Gotoknow เป็นแหล่งเรียนรู้ของชาว AI และที่ผมคาดไม่ถึงคือ บล๊อก (Blog) กลายเป็นสื่อประชาสัมพันธ์งาน AI ..มากกว่า Facebook ครับ..

...

ขยายความว่า "สร้างสรรค์ร่วมกัน" คือ...คุณสนใจอะไรก็ได้..ผมจะช่วยคุณเรื่อง AI ครับ...จะเป็นเบาหวาน ความเจ็บปวด การตลาด ผู้นำ..ลดต้นทุน...แรงจูงใจ..การเงิน...ได้หมดครับ...เพราะเราสามารถถามคำถามดีๆ ได้กับทุกเรื่องครับ..เรามาสร้างสรรค์เรื่องดีๆ ผ่านคำถามดีๆ..ร่วมกัน

...

"สร้างสรรค์ร่วมกัน" ระดับไหน...ไม่บังคับ..ครับ..บางคนผมแค่ยื่นตำราให้เล่มเดียว..ท่านเก่งมาก ทำจนจบเอกเลย...บางคนก็ชอบคุยมากๆ..บางคนก็.."อาจารย์ดูในเว็บหมดแล้ว มีอะไรใหม่ไหม"...บางคนก็เรียน AI จากแฟนของเขาที่เป็นศิษย์เอกของผม..

...

เรื่องนี้อาศัยเวลา ความสม่ำเสมอครับ...และที่สำคัญ "ความสบายใจครับ" ไม่พร้อมไม่ว่า..ไม่ทำไม่เป็นไร..อย่างน้อยก็เป็นเพื่อนกันไว้ก่อน..อาจารย์กับลูกศิษย์ ไม่เรียนไม่ว่า..คุยเรื่องอื่นก็ได้..ในหน่วยงานถ้าไม่พร้อม ก็ทำสบายๆ กับเพื่อนนอกสถาบันก่อนก็ได้..ในองค์กร..ถ้าไม่ยอมรับ..แต่แค่ไม่ขวาง นี่ก็ OK แล้ว..ถ้าเจอขวางก็หลีกทางพี่เขาไปก่อน..ไปคุยกับคนที่พอคุยกันได้ก่อน.

 

.ครับ..ที่สุดถ้าไม่มีใครยอมรับเลยก็ทำของเราคนเดียวไปเรื่อยๆ..ฝึกฝีมือไปเลยครับ..แรกสุดผมก็ทำคนเดียวครับ..จากนั้นก็มีคนสนใจอีกคน..ต่อมามีอีกห้าคน..ขยายไป 32 คน (เดิมมี 33 แต่ถอยไปหนึ่ง)...ไป 200 กว่าคน..ตอนนี้ไม่ทราบแล้วครับ..

...

คุณล่ะ คิดอย่างไร