AI คือกระบวนการค้นหาเรื่องดีๆร่วมกันครับ...AI เชื่อว่าในทุกระบบทุกคนทุกองค์กรมีเรื่องราวดีๆซ่อนเร้นอยู่ครับ..
...โจทย์เรื่องการทำให้คนยอมรับสิ่งที่ราทำนี่..เป็นโจทย์ที่น่าสนใจครับ...เป็นหัวใจที่ผมพยายามทำมาห้าปี เช่นกัน
มีคนถามว่า..ทำอย่างไรจะให้คนยอมรับ..สิ่งที่เขาทำอยู่..ไม่ว่าจะเป็น KM หรือ R2R หรืออะไรก็ตาม...อาจารย์คะจะทำอย่างไรคะ....
....
ผมอยากนำเสนอคร่าวๆครับ เพราะสู้ตั้งแต่พยายามแจกนามบัตร ทำเว็บไซต์ พยายามอธิบาย..นอบน้อมต่อผู้ใหญ่ที่ไม่เห็นด้วย...ต้องพยายามหาเหตุผลสารพัดมาคุยมาเล่า..ไปในงานประชุมก็ไปเล่า ไปแจกนามบัตร ไปนำเสนอผลงานก็แล้ว. เรียกว่า แทบไม่มีผลอะไร...ผลเริ่มนั่งทบทวนครับ..ว่าวิชา Appreciative Inquiry มีคนทำ หรือยอมรับด้วยเหตุอะไร...ผมเจอเหตุการณ์ดังนี้ครับ...
1. นี่เป็นหลักเลย เรียกว่า เราผ่าน "การสร้างสรรค์ร่วมกัน (Co-creation)" ครับ..แรกเลย ผลก็สนใจ AI ตอนทำป.เอก..เพื่อนที่นั่งติดกัน..สนิททำการบ้านด้วยกันมาตลอด..ก็ถามว่า.."อาจารย์..พี่จะทำอะไรดี"..."พี่ๆ...AI พี่...หนังสือนี่เลย.." นี่ครับ..ที่สุดเราก็จบป.เอกมา..เพื่อนผมปัจจุบันก็สนใจ AI มากแถมเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ...พี่เองก็มีลักษณะเป็นผู้เชื่อมต่อ...พัฒนาโครงการเก่ง..พา AI ไปให้คนในหลายวงการได้รู้จัก" ในรูปของการฝึกอบรม โครงการที่ปรึกษาพัฒนาองค์กร...
2. จบเอกมา..จากการที่ผมมีจุดแข็งเรื่อง AI ก็สอนรุ่นน้องอีก..ตอนนี้จบเอกไปอีก 6 คน..เด่นๆ เช่นท่านหนึ่งดร.อัจริยะ ทำเรื่องภาวะผู้นำเชิงบวก (Appreciative Leadership) แค่นี้ก็ระเบิดแล้วครับ..
3. นักเรียนนักศึกษา ที่สนใจ AI จะอยู่ที่ไหน มหาลัยไหน..ถ้าทำ AI มาเลย..โทรหาผมได้ตลอด ตอนนี้จบป.โทไป 200 คน...นี่แหละครับ..บางคนไปเล่าพ่อ แม่ เพื่อน แม้กระทั่งอาจารย์ของตนเอง..บางครั้งลูกทำสำเร็จแล้ว..แม่ก็ขอคำปรึกษาต่อ..
4. ถ้าในวงกว้าง ที่สำคัญมากๆคืองานเขียนของผมใน Blog Gotoknow นี่แหละครับ..เขียนมาก..จนใครก็ตามค้นหาคำว่า Appreciative Inquiry ก็จะเจอผมและ AI Thailand ในหน้าที่ 1 เสมอ..ตรงนี้..เป็นแหล่งที่มาของคนนอกวง MBA เช่นกลุ่ม NGO ที่ผมตอนนี้ก็เป็นที่ปรึกษาให้เขา..
สรุปครับ..ผมชวนให้คนทำ AI ได้และช่วยผมเผยแพร่ AI ได้ส่วนใหญ่ 98% เกิดจากการ "สร้างสรรค์ร่วมกัน" ในรูปของการทำวิทยานิพนธ์ทั้งป.โท ป.เอกครับ..ที่ตอนหลังขยายวงต่อไปอีกไปทำโครงการที่ปรึกษาด้านงานพัฒนาองค์กร งานวิจัย..โดยมี Gotoknow เป็นแหล่งเรียนรู้ของชาว AI และที่ผมคาดไม่ถึงคือ บล๊อก (Blog) กลายเป็นสื่อประชาสัมพันธ์งาน AI ..มากกว่า Facebook ครับ..
...
ขยายความว่า "สร้างสรรค์ร่วมกัน" คือ...คุณสนใจอะไรก็ได้..ผมจะช่วยคุณเรื่อง AI ครับ...จะเป็นเบาหวาน ความเจ็บปวด การตลาด ผู้นำ..ลดต้นทุน...แรงจูงใจ..การเงิน...ได้หมดครับ...เพราะเราสามารถถามคำถามดีๆ ได้กับทุกเรื่องครับ..เรามาสร้างสรรค์เรื่องดีๆ ผ่านคำถามดีๆ..ร่วมกัน
...
"สร้างสรรค์ร่วมกัน" ระดับไหน...ไม่บังคับ..ครับ..บางคนผมแค่ยื่นตำราให้เล่มเดียว..ท่านเก่งมาก ทำจนจบเอกเลย...บางคนก็ชอบคุยมากๆ..บางคนก็.."อาจารย์ดูในเว็บหมดแล้ว มีอะไรใหม่ไหม"...บางคนก็เรียน AI จากแฟนของเขาที่เป็นศิษย์เอกของผม..
...
เรื่องนี้อาศัยเวลา ความสม่ำเสมอครับ...และที่สำคัญ "ความสบายใจครับ" ไม่พร้อมไม่ว่า..ไม่ทำไม่เป็นไร..อย่างน้อยก็เป็นเพื่อนกันไว้ก่อน..อาจารย์กับลูกศิษย์ ไม่เรียนไม่ว่า..คุยเรื่องอื่นก็ได้..ในหน่วยงานถ้าไม่พร้อม ก็ทำสบายๆ กับเพื่อนนอกสถาบันก่อนก็ได้..ในองค์กร..ถ้าไม่ยอมรับ..แต่แค่ไม่ขวาง นี่ก็ OK แล้ว..ถ้าเจอขวางก็หลีกทางพี่เขาไปก่อน..ไปคุยกับคนที่พอคุยกันได้ก่อน.
.ครับ..ที่สุดถ้าไม่มีใครยอมรับเลยก็ทำของเราคนเดียวไปเรื่อยๆ..ฝึกฝีมือไปเลยครับ..แรกสุดผมก็ทำคนเดียวครับ..จากนั้นก็มีคนสนใจอีกคน..ต่อมามีอีกห้าคน..ขยายไป 32 คน (เดิมมี 33 แต่ถอยไปหนึ่ง)...ไป 200 กว่าคน..ตอนนี้ไม่ทราบแล้วครับ..
...
คุณล่ะ คิดอย่างไร

เรียนท่านอาจารย์ที่นับถือ
ผมว่างานใหม่ๆ งานบุกเบิก งานเปลี่ยนแปลง เป็นงานที่ท้าทายนะครับที่จะทำให้คนยอมรับ คงต้องใช้เวลา และ ลงมือทำด้วยตัวเองอย่างค่อยเป็นค่อยไป ให้เห็นผลไปทีละนิด
ที่สำคัญ ที่จะให้คนอื่นยอมรับ บางที เราตั้งใจทำเต็มที่ ตั้งใจทำให้ออกมาดี แต่ไม่มีใครสนใจ ไม่มีใครยอมรับ จุดนี้ บางที ก็๋อาจทำให้่เรามท้อได้นะครับ แต่มาคิดอีกที คนกลุ่มนี้ อาจไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายของเรา ก็คงต้องหากลุ่มต่อไป ที่เข้าใจและเห็นคุณค่างานของเรา ด้วยความเต็มใจและสบายใจ
กลุ่มที่เห็นคุณค่าของเรา หาไปสิบราย มีสักรายหรือสองราย ก็มีกำลังใจแล้วครับ
อ.ภิญโญคะ
เพราะบทความ AI ของอาจารย์ หนูจึงได้ซึมซับแนวคิดเชิงบวกดีๆ มากมายเลยค่ะ
ยิ่งอ่านยิ่งมองเห็นพลังอะไรบ้างอย่าง ชักเริ่มอยากจะสนุกกับ AI มากขึ้นกว่าเดิมแล้วค่ะ
ขอบคุณมากค่ะ ^_^
ขอบคุณที่แวะมากันนะครับ