องค์กรนักวิจัยเพื่อท้องถิ่น ภาคเหนือ...สู่การสร้า้งเครือข่ายที่มีพลัง

  ติดต่อ

  เพื่อที่อยู่ ....ที่ยืน ของคนชุมชนท้องถิ่น  

มีงานวิจัยเกือบ ๕๐๐ ชิ้น จากการสนับสนุนงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นในพื้นที่ภาคเหนือของ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)สำนักงาน  ในระยะ ๖ ปีที่ผ่านมา

 

ผมได้มีโอกาสเข้าร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการ  การสังเคราะห์ ยกระดับองค์ความรู้งานวิจัยการท่องเที่ยวโดยชุมชนภาคเหนือ ในวันที่ ๒๔ - ๒๕ สิงหาคม ๒๕๔๙ และมีการแจ้งเรื่อง การจัดตั้ง "องค์กรนักวิจัยเพื่อท้องถิ่น"  

งานวิจัยเพื่อท้องถิ่น แต่ละชิ้นงาน กระจายเข้าสู่ชุมชน และนำกระบวนการศึกษาวิจัย เข้าไปให้ชุมชน "ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมรับผิดชอบ" สร้า้งการมีส่วนร่วม โดยการพัฒนาศักยภาพคนในชุมชน ให้สามารถใช้กระบวนการศึกษา วิจัย และการคิดอย่างเป็นระบบ สามารถแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อนที่เกิดขึ้นในชุมชนได้  ทำให้ชุมชนสามารถพึ่งตนเองได้ในสภาวะปัจจุบันอย่างรู้เท่าทัน

เป็นการติดอาวุธ ทางปัญญา ให้กับคนในชุมชน

ศูนย์ประสานงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นภาคเหนือ ได้นำเสนอการสร้า้งองค์กรของนักวิจัยชุมชนท้องถิ่น ซึ่งประเด็นนี้ผมเห็นว่า เป็นการสร้า้งเครือข่ายนักวิจัยที่มีพลังและมีประโยชน์อย่างมากและอยากจะให้มีการ รวมตัวของบรรดานักวิจัยท้องถิ่น มานานแล้ว ถึงแม้ว่า โครงการหลายๆโครงการสิ้นสุดตามระยะเวลาไปแล้ว

 ผมมองว่า ประโยชน์ที่จะเกิดขึ้น เมื่อมีการจัดตั้งองค์กรนักวิจัยเพื่อท้องถิ่น คือ

  • เป็นการสร้าง ชุมชนนักปฏิบัติ (CoP)ชุมชนเรียนรู้ที่มีศักยภาพสูง เพราะนักวิจัยเพื่อท้องถิ่น มีพื้นฐานการดำเนินงานที่หลากหลายและมี Tacit K. มากที่จะนำมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน
  • เป็นการพัฒนาศักยภาพการทำงานและการบริหารงานวิจัย คนทำงาน  วิจัยเพื่อท้องถิ่น
  • เป็นการให้กำลังใจซึ่งกันและกัน ตลอดจนร่วมกันผลักดันงานใหญ่ๆระดับนโยบาย ที่มีประโยชน์ต่อประเทศชาติได้อย่างมีพลัง

               เพื่อที่อยู่ ....ที่ยืน ของคนชุมชนท้องถิ่น

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 46234, เขียน: , แก้ไข, , สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 10, อ่าน: คลิก

คำสำคัญ (Tags) #งานวิจัยเพื่อท้องถิ่น#participatoryactionresearch#องค์กรวิจัยเพื่อท้องถิ่น

บันทึกล่าสุด 

ความเห็น (10)

Ka-Poom
เขียนเมื่อ 

สวัสดียามเช้า....ตามประสาคนคุ้นเคย...

ที่อัธยาศัย...คล้ายคลึงกัน...

....

เป็นที่น่ายกย่องอย่างยิ่งนะคะ...

กับการก้าวเดิน....อย่างมีความสุข...

แม้อาจเหนื่อยไปบ้าง...แต่ภาพที่สะท้อนออกมาจากบันทึกก็ทำให้รับรู้ได้ว่า...ผู้บันทึกมีความสุข

....

กะปุ๋ม

nidnoi
เขียนเมื่อ 
ตามมา....อรุณสวัสดิ์  อีกคน
.
น่าชื่นชมคนแม่ฮ่องสอน   ที่มีชุมชนที่เข้มแข็ง   มีการวิจัยเพื่อท้องถิ่น    น่าเก็บไปเป็นกรณีศึกษาว่า...กว่าจะถึงวันนี้    มีที่มาที่ไปอย่างไร
องค์กรกำลังเริ่มสร้าง โครงสร้างแม้ยังไม่ชัด แต่ผมคิดว่าน่าจะเป็นจริงเป็นจังขึ้นเรื่อยๆ ทั้งนี้มิใช่แค่เชื่อมต่อนักวิจัยในเชิงองค์ความรู้ การบริหารจัดการเท่านั้นนะครับ การมาร่วมด้วยใจเป็นสิ่งที่ดีครับ เราจะเห็นภาคีด้านความรู้ สังคมวัฒนธรรม และขยับสู่การเมืองภาคประชาชนในอีกรูปแบบหนึ่ง หากแต่นักวิจัยส่วนใหญ่ก็มีฐานะปานกลางถึงยากจน เป็นไปได้ไหม ถ้าเราจะยกฐานะองค์กรเครือข่ายนักวิจัยท้องถิ่นให้มีมิติด้านเศรษฐกิจด้วย เช่น ให้มีการจัดตั้งเป็นองค์กรที่มีเรื่องสวัสดิการ การประกันอุบัติภัย หรือสิทธิประโยชน์ต่างๆเพิ่มขึ้น ผมไม่รู้ว่ามีการคุยกันบ้างหรือเปล่า ไม่รู้ทางคุณจตุพรเห็นว่าอย่างไร ยังไงหากมีโอกาส ก็ฝากหารือด้วยนะครับ
POP:)
IP: xxx.7.106.221
เขียนเมื่อ 

Hi My dear friend...Khun Aek...how r u doing krab?

Wish you are having a nice weekend...

always, POP:) from Perth krab...

ช่วงนี้ผมชีพจรลงเท้ามากเลยครับ ต้องไปโผล่ที่ต่างๆ ในวันต่างๆ ต่างเวที ต่างผู้คน

เหนื่อยแต่ผมความสุขดีครับ

การทำงานทำให้เรามีคุณค่าขึ้น โดยเฉพาะงานที่ผมชอบและได้มีโอกาสได้ ช่วยสังคมทางใดทางหนึ่ง 

Dr.Ka-Poom

ขอบคุณมากครับสำหรับกำลังใจที่มีให้เสมอครับ เหนื่อยหน่อยแต่มีความสุขดีครับ

พี่ Nidnoi

ขอบคุณกำลังใจ และ ข้อคิดเห็นครับ

พี่ยอดดอย

ตอนนี้อยู่ในระหว่างการคุยกัน เรื่องขององค์กรนี้ ครับ ผมเองก็ไม่ค่อยทราบรายละเอียดมาก แต่ได้คำอธิบายจาก น้องๆผู้ประสานงาน ก็เลยมานั่งทบทวนแนวคิดดูครับ

ขอบคุณครับ สำหรับข้อคิดเห็นที่น่าสนใจครับ

อาจารย์ Pop

ช่วงนี้ผมชีพจรลงเท้า อย่างที่เกริ่นไว้ข้างต้นครับ ...คงต้องนับถอยหลังกลับเมืองไทยแล้วนะครับอาจารย์ หากมาคงได้เจอกันที่เชียงใหม่ หรือไม่ก็แม่ฮ่องสอนนะครับ ..เพื่อจะได้คุยกันแบบ F2F ครับ 

ขอบคุณกำลังใจ และมิตรภาพที่มีให้เพื่อนอย่างสม่ำเสมอครับ 

^ - ^
เขียนเมื่อ 
เป็นกำลังใจให้สำหรับหนุ่มผู้สร้างสรรค์สังคมนะครับ
  • อ่านแล้วอยากเข้าร่วมองค์กรนี้บ้างจังเลยครับ แต่ตอนนี้ไม่ได้อยู่อุตรดิตถ์แล้วครับ มาอยู่อุบลฯ ไม่รู้ว่าเขาจะรับหรือเปล่าครับ
  • วันนี้ขออนุญาตแลกเปลี่ยนกับอาจารย์จตุพรสักหน่อยครับ พอดีอ่านเจอข้อความนึงแล้วรู้สึกขัด ๆ ความรู้สึกนิด ๆ ครับ คือประเด็นในเรื่องของ
  • เป็นการติดอาวุธ ทางปัญญา ให้กับคนในชุมชน
  • คือผมเป็นคนที่เชื่อมาตลอดความ ชุมชนมีปัญญา มีปัญญามาก ๆ เลยครับ ทุกวันนี้เราเข้าไปทำงานกับชุมชนเพื่อเรียนรู้ร่วมกันและช่วยนำความรู้ที่เรียนรู้ร่วมกันนั้น นำความรู้ของชุมชนนั้นมาติดอาวุธทางปัญญาให้เราครับ
  • มีช่วงหนึ่งครับในช่วงที่สอนหนังสืออยู่ที่อุตรดิตถ์และเริ่มทำงานกับชุมชนมาก ๆ ก็เริ่มมองเห็นครับว่า ที่เราทำงานอยู่ได้ทุกวันนี้ก็เพราะชุมชน ชุมชนน่ารักตลอดเลยครับ ถ้าไม่มีชุมชนก็ไม่มีผมในวันนี้ครับ เพราะชุมชนติดอาวุธทางปัญญาให้ผมโดยตลอดครับ
  • ตอนหลังนี้ผมลงชุมชนเพียงแค่มีกระบวนการพกติดมือไปเท่านั้นเองครับ ส่วนความรู้เทคนิคทฤษฎี จะลืมแล้วกองไว้ในมหาวิทยาลัยครับ
  • จากนั้นก็ไปทำงานร่วมกัน กระบวนการที่ลงไปทำทุกครั้งชุมชนจะเติมเต็มต่อยอดกลับมาเหมือนติดอาวุธทางปัญญาให้ผมและทีมงานกลับมาทุกครั้งเลยครับ
  • เพราะผมลงไปจุดประสงค์หลักคือไปจัดกระบวนการ ไม่ได้ลงไปทำวิจัยหรือเก็บข้อมูลเลยครับ
  • ข้อมูลทั้งหมดทำให้ชุมชน สิทธิในข้อมูลเป็นของชุมชน ผม นักศึกษา และทีมงาน ขอมาร่วมเรียนรู้ด้วยแค่นั้นครับ
  • จนทำให้ผมสามารถทำงานวิจัยที่มีคนนับร้อยกับชุมชนได้แม้จะไม่มีเงินในโครงการเลยแม้แต่เพียงบาทเดียวครับ
  • เพราะต่างคนต่างร่วมรับผลประโยชน์ร่วมกันครับ
  • ขออนุญาตแลกเปลี่ยนความรู้ครับอาจารย์จตุพร อาจจะเห็นแตกต่างกับอาจารย์บ้างก็ขออภัยมาล่วงหน้าครับ
เรียน อาจารย์ปภังกร ที่เคารพ 
  • สามารถเข้าร่วมองค์กรนี้ได้ครับ ผมสอบถามน้องๆจาก สกว. ว่าคนนอกที่สนใจ สามารถเข้าร่วมสมัครได้ ที่สำคัญกิจกรรมที่จะเดิกขึ้น เป็นกิจกรรมที่สรา้งสรรค์ปัญญาทั้งนั้นเลยครับ ผมส่งใบสมัครไปให้ที่อุบลนะครับ
  • ประเด็น การติดอาวุธทางปัญญา ผมก็เชื่ออย่าง โรแมนติค ว่า ชุมชนมีปัญญา ครับ แต่กระบวนการ KM เป็นกระบวนการที่จะนำปัญญา ความรู้เป็นอาวุธได้อย่างไรครับ ไม่ใช่ว่าชุมชนไม่มีปัญญาครับ (ผมก็ไม่ได้เขียนแบบนั้น) แต่บางครั้งก็ต้องช่วยกันค้นหาศักยภาพให้กับชุมชน ให้"รู้ตนเอง" เกิด "การเรียนรู้ร่วมกัน" ครับ 

นักวิชาการมีความรู้ชุดหนึ่ง ชุมชนมีความรู้อีกชุดหนึ่ง เมื่อมีเป้าหมายร่วมกันที่จะพัฒนาสุขภาวะชุมชน คงต้องใช้ศาสตร์ที่ตนมีทั้งสองฝ่ายมาบูรณาการกัน ครับ 

  •  เรื่อง ที่อาจารย์ลงไปในชุมชนเพื่อการเรียนรู้เป็นเรื่องที่ชอบแล้วครับ แต่ในความเป็นจริงผมมองว่า เราก็มีจุดประสงค์ในใจ และเราก็มีกระบวนการในใจที่จะจัดกระบวนการเรียนรู้ อยู่ด้วย...และสิ่งที่อาจารย์ได้ทำในชุมชนถือว่าเป็นการเรียนรู้ที่ ให้ความสำคัญกับศักยภาพและศักดิ์ศรีของมนุษย์อย่างแท้จริงผมชื่นชมอาจารย์ครับ
  • ความคิดเห็นที่ต่างไม่ใช่ปัญหาครับ อาจารย์ปภังกร ความเห็นที่ต่างผมมองเป็น นวัตกรรมทางความคิดของคนหนึ่งคน แต่ก็ให้ต่างด้วยเหตุผล ไม่ใช้อารมณ์ครับ
  • ความเห็นต่าง ผมมองเป็นความสวยงามของกระบวนการคิด เป็นสิ่งสำคัญยิ่งในการพัฒนาชุมชนครับ
  • ขอบคุณมิตรที่สร้า้งสรรค์การเรียนรู้ให้ผมครับ มุมมองของผม ได้ถูกเติมจากมิตรใน G2K ทำให้ผมได้เพิ่มศักยภาพตนเองมากขึ้น
  • ขอบคุณอาจารย์ปภังกรจากใจ

คุณ คนไกล

ยินดี และขอบคุณสำหรับกำลังใจ ยินดี ที่ได้รู้จักครับผม 

 

  • ขอบพระคุณอาจารย์จตุพรเป็นอย่างสูงเลยครับ
  • โดยเฉพาะเรื่องของใบสมัคร ถ้าไม่เป็นการรบกวนอาจารย์มากเกินไปก็ขอขอบพระคุณล่วงหน้าเลยครับ
  • สำหรับกระบวนการต่าง ๆ และแนวความคิดในการทำงานถึงแม้ว่าเราจะมีแตกต่างกัน อย่างที่อาจารย์บอกน่ะครับ ขัดแย้งเพื่อสร้างเสริม เติมเต็มและต่อยอด เป็นความสวยงามทางความคิด
  • ถึงแม้ความคิดและวิธีการแตกต่างกัน แต่เรามีเป้าหมายเดียวกันก็คือ "ประเทศไทย" ของเราใช่ไหมครับ
  • ดังนั้น "ขัดแย้งเพื่อเข้มแข็ง" แตกต่างเพื่อต่อยอดจึงมีประโยชน์มาก ๆ ครับ
  • เหมือนกับที่ผมอ่านบันทึกของคุณเฉลิมลักษณ์ เรื่องของการมีจิตสำนึกสาธารณะ เป็นสิ่งที่ดีมาก ๆ เลยครับ โดยเฉพาะที่มี G2K ทำให้เราสามารถเปิดกว้าง เปิดใจรับฟังความแตกต่างกันได้อย่างมากขึ้น
  • แต่ท้ายที่สุดก็เป้าหมายเดียวกันครับ "ประโยชน์ของส่วนรวม" ครับ
  • ขอบพระคุณอาจารย์อีกครั้งครับ

ต้องขอตอบ ความคิดเห็นของอาจารย์ปภังกรอีกครั้ง

 ผมจะส่งให้ที่ ม.อุบล ตามที่อยู่ที่อยู่ใน Blog อาจารย์

การขัดแย้ง จริงๆ ไม่อยากใช้คำนี้ เป็นเพียงความเห็นที่ต่างออกไปเฉยๆครับ

การขัดแย้งดูแรงและมีการใช้อารมณ์ืเข้าร่วมด้วย  อาจจะเป็นการวิจารณ์เชิงสร้า้งสรรค์ หรือ การติเพื่อก่อ

ยินดีครับ สำหรับความคิดเห็นที่หลากหลายครับ