วารสาร Science ฉบับวันที่ ๑๙ ส.ค. ๕๔ มีภาคพิเศษชื่อ Investing Early In Education   และบทความแรกใน Section นี้ชื่อ Past Success Shape Effort To Expand Early Intervention   บอกเราว่า ในทุกสังคมจะมีเด็กอ่อนที่เกิดมาด้อยโอกาส   ครอบครัวไม่สามารถให้การเลี้ยงดูได้ดีพอที่จะเกิดการวางรากฐานจิตใจหรือสมองให้เป็นคนที่เติบโตเป็นวัยรุ่นหรือผู้ใหญ่ ที่มี “ทักษะชีวิต” ที่ดี  เช่นมีแรงบันดาลใจในการเรียน  ทักษะด้านมีสมาธิจดจ่อ  รู้จักควบคุมตัวเองไม่ให้เกเร  

 

          ประเทศที่มีเด็กด้อยโอกาสเช่นนี้มาก ต้องรีบดำเนินการให้เด็กเหล่านี้ได้เข้ารับ “การเยียวยา” หรือซ่อมเสริมสมองก่อนเข้าเรียนอนุบาล   ด้วยการเรียนรู้เพื่อกระตุ้นสมองเด็กเล็ก   ตรงกับคำว่า “รอถึงอนุบาลก็สายเสียแล้ว”  

 

          เขาอ้างถึงการศึกษาในสหรัฐอเมริกา ที่ทำเมื่อกว่า ๕๐ ปีก่อน ในเด็กด้อยโอกาส เปรียบเทียบกลุ่มที่เข้ารับการดูแลเพื่อกระตุ้นสมอง กับกลุ่มเปรียบเทียบ (control)  ดำเนินการเมื่ออายุ ๓ ปี - ๔ ปี เป็นเวลา ๒ ปี หรือกว่า   และบางการทดลอง เริ่มในเด็กเล็กมากอายุเพียง ๖ สัปดาห์ก็มี   พบว่าเมื่อติดตามเด็ก ๒ กลุ่มนี้ไปในระยะยาว จะพบว่าเมื่อเข้าวัยรุ่นและเป็นผู้ใหญ่จะมีความสำเร็จในชีวิตแตกต่างกันชัดเจนมาก   โดยที่ไอคิวไม่ต่างกัน  ส่วนที่ต่างคือ executive function skills ดังกล่าวในตอนที่ ๑ 

 

       ผลการวิจัย ๓ ชิ้นนี้ ส่งผลสหรัฐอเมริกาลงทุนถึงปีละ ๗.๕๖ พันล้านเหรียญ (กว่า ๒๒๐,๐๐๐ ล้านบาท) ในโครงการชื่อ Head Start เพื่อให้การศึกษาเด็กเล็กเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเข้า รร. อนุบาล แก่เด็กจากครอบครัวยากจน   แต่ก็ครอบคลุมเด็กยากจนได้เพียงร้อยละ ๔๐ ของทั้งประเทศ   และคุณภาพของการจัดการศึกษาไม่ค่อยดี   ไม่ดีเหมือนตอนทำโครงการวิจัยเมื่อหลายสิบปีก่อน   อ่านบทความเรื่องนี้ในวารสาร Science ฉบับนี้ได้ที่นี่ 

 

 

วิจารณ์ พานิช
๒๗ ส.ค. ๕๔