ไก่แกกาอาหารทานอิ่มท้อง
เพียงคอยจ้องถั่วงาประสาสัตว์
ไม่ปรุงแต่งรสโอชาสารพัด
เพื่อขจัดหิวโหยด้วยโดยดี
มนุษย์เราเขากินสิ้นทุกรส
อ้างโอสถโอชาบ้ากลิ่นสี
ของหายากค่อนข้างแพงก็ตามที
สมศักดิ์ศรีผู้ทานจานหมื่นพัน
แกงทอดต้มรมย่างวางเต็มหน้า
เอือมระอาปาขว้างอย่างสุขสันต์
แหมยินดีอิ่มหมีโอ้พีมัน
ไม่หวาดหวั่นสารเคมีที่ในจาน
ที่พักผ่อนนอนอาศัยกาไก่นก
ในน้ำบกร่มไม้หลายสถาน
รื่นร่มเย็นชุ่มฉ่ำแสนสำราญ
แสนเบิกบานกายใจได้พักพิง
บ้านมนุษย์สุดโสภาคฤหาสน์
วางแผนวาดคาดฝันกันใหญ่ยิ่ง
วางเงินดาวน์ผ่อนไปไม่ประวิง
แสนสุขจริงบ้านโตโอ้แสนงาม
ปูหินอ่อนค่อนภูเขาเอาให้หรู
บ้านของกูเหนือใครในสยาม
ไม้ร้อยต้นหลายภูเขาทั่วเขตคาม
ใครใครขามเจ้าบ้านท่านผู้ดี
นี่คือความคิดจิตมนุษย์
มาสิ้นสุดที่เรื่องสมศักดิ์ศรี
วัตถุนิยมเร่งเติมเพิ่มทวี
จากวันนี้ไกลลับกับวันวาน
ตรงกันข้ามสัตว์น้อยใหญ่ในธรรมชาติ
เหมือนประกาศจุดยืนบนพื้นฐาน
ไม่ทำลายธรรมชาติชั่วกัลป์กาล
เพราะประทานที่อาศัยให้กับเรา
ต่างถ้อยที่พึ่งพาถ้อยอาศัย
ต่างเติบใหญ่กันมาร่วมป่าเขา
ต่างพึ่งพาอาศัยมานานเนา
ต่างฝ่ายเฝ้าฟูมฟักรักผูกพัน
สัตว์กินพืชเพื่อดำรงคงชีวิต
คงน้อยนิดทำลายป่าไม่อาสัญ
สัตว์น้อยใหญ่ร่วงผล็อยลงมาพลัน
พืชรุมกันดูดทานอาหารดี
ยื่นประโยชน์ต่อกันเกี่ยวพันธกิจ
คู่ชีวิตเคียงชีวาไม่ผละหนี
อยู่อย่างกล่าวเนานานนับล้านปี
เร่งทวีความผูกพันกันเรื่อยมา
ป่ายังยืนสัตว์ยังยืนยืนอยู่ได้
ต่างทำลายแต่สร้างซึ่งคุณค่า
ได้ดำรงคงชีพคงชีวา
อนิจจามนุษย์ไหนเข้าใจเรา
นี่คือความคิดจิตมนุษย์
มาสิ้นสุดที่เรื่องสมศักดิ์ศรี
วัตถุนิยมเร่งเติมเพิ่มทวี
จากวันนี้ไกลลับกับวันวาน
ตรงกันข้ามสัตว์น้อยใหญ่ในธรรมชาติ
เหมือนประกาศจุดยืนบนพื้นฐาน
ไม่ทำลายธรรมชาติชั่วกัลป์กาล
เพราะประทานที่อาศัยให้กับเรา
ต่างถ้อยที่พึ่งพาถ้อยอาศัย
ต่างเติบใหญ่กันมาร่วมป่าเขา
ต่างพึ่งพาอาศัยมานานเนา
ต่างฝ่ายเฝ้าฟูมฟักรักผูกพัน
สัตว์กินพืชเพื่อดำรงคงชีวิต
คงน้อยนิดทำลายป่าไม่อาสัญ
สัตว์น้อยใหญ่ร่วงผล็อยลงมาพลัน
พืชรุมกันดูดทานอาหารดี
ยื่นประโยชน์ต่อกันเกี่ยวพันธกิจ
คู่ชีวิตเคียงชีวาไม่ผละหนี
อยู่อย่างกล่าวเนานานนับล้านปี
เร่งทวีความผูกพันกันเรื่อยมา
ป่ายังยืนสัตว์ยังยืนยืนอยู่ได้
ต่างทำลายแต่สร้างซึ่งคุณค่า
ได้ดำรงคงชีพคงชีวา
อนิจจามนุษย์ไหนเข้าใจเรา
มนุษย์เอ๋ยวันนี้ควรมีสติ
เร่งดำริเถิดหนาอย่ามัวเขลา
เพื่ออยู่ร่วมอยู่รอดเนิ่นนานเนา
ข้าให้เจ้าตำแหน่งแห่งประมุข
เราเกิดมาทำไมในชีวิต
ควรต้องคิดหาทางอยู่อย่างสุข
อีกมิให้กระทบใครได้รับทุกข์
หรือรุมรุกตัวเราเปล่าเดียวดาย
จิตกายสุขสองข้อพอเท่านั้น
อย่าวาดฝันชั้นวิมานประมาณหมาย
คิดร่ำรวยเงินทองของนอกกาย
ทุกข์มิวายว้าวุ่นเป็นทุนรอน
โลภกักตุนทุนเพิ่มเติมมิหยุด
มันไม่หลุดหยุดพ้นจนยากถอน
จิตเฝ้าคิดเพ้อพล่ามยามหลับนอน
วันพักผ่อนกายใจแทบไม่มี
กายก็ล้าจิตก็วุ่นทุนนรก
มาไหม้หมกสุมเราเข้าเต็มที่
วนเวียนไปเรื่อยมาชั่วตาปี
คำว่า "สุขี" มิเจอจนเธอตาย
ที่ครูพร่ำร่ำอ้างอย่างเธอเห็น
คงจะเป็นแนวคิดศิษย์ไม่สาย
ที่สังคมกำลังถูกทำลาย
คงจะคลายปมเหตุดังเจตนา
จากกลอนสอนศิษย์300 ท่านสนใจเรื่องอื่น ๆ คลิก http://www.nature-dhrama.com
แวะมาอ่านคำกวีมีความหมายครับผม
ครับ ซึ้งกำลังใจคุณโสภณ
ขอบพระคุณยิ่งสำหรับดอกไม้ krugui
"หากจะให้อาหาร หมูกับกา จะให้ไคร
หมูตัวใหญ่ กินขี้กา ก็น่าสน
หรือจะให้ "กากินขี้หมู" ดูแยบยล
เกิดเป็นคน "หมูกินขี้กา" ดีหวา"กากินขี้หมู"......
ด้วยคารวะครับครู (ผังหรอยจวนครับ)
คุณวอญ่ามีคำผวนแยะ วันหลังนำเสนออีกครับ