การสอนโดยใช้โครงงานวิทยาศาตร์

การนำเสนอกระบวนการและวิธีการปฏิบัติที่เป็นเลิศ ( Best  Practice)

วันที่ ๙  กันยายน  ๒๕๕๔   

ณ  สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาแพร่ เขต ๑ 

 

ชื่อเรื่อง      การสอนโดยใช้โครงงานวิทยาศาสตร์เพื่อส่งเสริมทักษะกระบวนการวิทยาศาสตร์ 

                 ของเด็กปฐมวัย

ชื่อเจ้าของผลงาน  นางสุจินต์  ใจคนึง

ที่อยู่                ๒๗๓  หมู่ที่ ๙  ตำบลห้วยหม้าย  อำเภอสอง  จังหวัดแพร่

สถานที่ปฏิบัติงาน โรงเรียนบ้านป่าแดง ( รัฐราษฎร์รังสรรค์ )  กลุ่มเครือข่ายการศึกษายมเหนือ

                      สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาแพร่ เขต ๑

 

ความเป็นมา

                การดำเนินกิจกรรมการเรียนการสอนสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ในทุกระดับการศึกษา ต้องมุ่งสร้างความรัก ความสนใจ สร้างคุณลักษณะและนิสัยให้ผู้เรียนเป็นผู้ที่มีความช่างสังเกต มีเหตุผล พัฒนาเจตคติและทักษะกระบวนการวิทยาศาสตร์เป็นสำคัญ  เด็กควรได้รับการกระตุ้นส่งเสริมให้สนใจและกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้วิทยาศาสตร์  มีความสงสัย เกิดคำถามในสิ่งต่างๆที่เกี่ยวกับโลกธรรมชาติรอบตัว  มีความมุ่งมั่นและมีความสุขที่จะศึกษาค้นคว้าสืบเสาระแสวงหาความรู้เพื่อรวบรวมข้อมูลอย่างมีเหตุผล  สามารถสื่อสารคำถาม คำตอบ ข้อมูลและสิ่งที่ค้นพบจากการเรียนรู้ให้ผู้อื่นเข้าใจได้  จึงต้องจัดสาระและกิจกรรมที่หลากหลาย ให้เด็กได้มีโอกาสสัมผัสและเรียนรู้  เด็กจะต้องมีพื้นฐาน องค์ความรู้ ทักษะการเรียนรู้ ทักษะการเทคโนโลยีสารสนเทศ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและสังคมแห่งการเรียนรู้ทั้งในปัจจุบันและอนาคตได้   อีกทั้งในปีการศึกษา ๒๕๕๑ ที่ผ่านมา  การศึกษาระดับปฐมวัย โรงเรียนบ้านป่าแดง ( รัฐราษฎร์รังสรรค์ )ได้รับการประเมินภายนอกจากสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา ( องค์การมหาชน ) หรือ สมศ. ผลการประเมินคือ โรงเรียนไม่ผ่านเกณฑ์การประเมิน และมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐานในจำนวน ๑ ใน ๔ มาตรฐานที่ทำให้โรงเรียนไม่ผ่านเกณฑ์คือมาตรฐานที่ ๔ ผู้เรียนมีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ คิดสังเคราะห์ มีวิจารณญาณ มีความคิดสร้างสรรค์ คิดไตร่ตรอง และมีวิสัยทัศน์   

                กิจกรรมการเรียนการสอนแบบโครงงานเป็นกิจกรรมที่ใช้เทคนิควิธีการหลายๆรูปแบบมาผสมผสานร่วมกันระหว่างกระบวนการกลุ่ม การใช้ทักษะการเขียน การพูด  การคิด การแก้ปัญหา และการลงมือปฏิบัติจริง ทั้งนี้ มุ่งหวังให้เด็ก เรียนรู้เรื่องใดเรื่องหนึ่งจากความสนใจอยากรู้อยากเรียนของเด็กเอง  โดยใช้กระบวนการและวิธีการทางวิทยาศาสตร์   เด็กจะเป็นผู้ลงมือปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ เพื่อค้นหาคำตอบด้วยตนเอง  เป็นการสอนที่มุ่งเน้นให้เด็กได้เรียนรู้จากประสบการณ์ตรงกับแหล่งความรู้เบื้องต้น 

โดยเด็กสามารถสรุปความรู้ได้ด้วยตนเอง ซึ่งความรู้ที่เด็กได้มาไม่จำเป็นต้องตรงกับตำรา  แต่ผู้สอนจะต้องสนับสนุนให้เด็กศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติม  โดยจัดแหล่งการเรียนรู้ให้ แล้วปรับปรุงความรู้ที่ได้ให้สมบูรณ์  ลักษณะสำคัญของโครงงานคือ  เด็กได้เลือกเรื่องหรือประเด็นที่จะศึกษาด้วยตนเอง  ซึ่งอาจจะเป็นรายบุคคลหรือกลุ่มก็ได้  เป็นผู้เลือกวิธีการศึกษาและแหล่งความรู้ ลงมือปฏิบัติด้วยตนเองทุกขั้นตอน  มีการเชื่อมโยงหรือบูรณาการระหว่างความรู้ /ทักษะ / ประสบการณ์เดิมกับสิ่งใหม่ มีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับผู้อื่น โดยเฉพาะการจัดประสบการณ์การเรียนรู้แบบโครงงานวิทยาศาสตร์นั้น เป็นการนำความรู้และกระบวนการทางวิทยาศาสตร์มาใช้ในการแสวงหาความรู้ทางวิทยาศาสตร์ โดยเน้นเกี่ยวกับการแกปัญหาอย่างเป็นระบบ ฝึกทักษะการสังเกต การตั้งสมมุติฐาน การออกแบบ การทดลอง การกำหนดและควบคุมตัวแปร การนิยามเชิงปฏิบัติการ การวิเคราะห์ข้อมูล การอภิปรายและสรุปผลการทดลอง  ตลอดจนการใช้เครื่องมือพื้นฐาน เพื่อนำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ในการดำรงชีวิต  มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ มีความสามารถในการตัดสินวิเคราะห์ สังเคราะห์ มีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และค่านิยมอันพึงประสงค์

                ด้วยเหตุผลดังกล่าวที่ผ่านมาจึงทำให้เป็นที่มาของการเกิดการปฏิรูปการเรียนการสอนระดับปฐมวัย โรงเรียนบ้านป่าแดง ( รัฐราษฎร์รังสรรค์ ) และเกิดแนวคิดว่า หากนำกิจกรรมการเรียนการสอนแบบโครงงานมาใช้ให้เกิดประโยชน์ก็จะสามารถตอบสนองต่อจุดมุ่งหมายของหลักสูตรสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ปฐมวัย และสามารถแก้ปัญหาการไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานข้อที่ ๔ ของสมศ.ได้

 วัตถุประสงค์

                    ๑. เพื่อพัฒนาทักษะกระบวนการวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัย

                   ๒. เพื่อให้เด็กมีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ คิดสังเคราะห์ มีวิจารณญาณ มีความคิดสร้างสรรค์ คิดไตร่ตรอง และมีวิสัยทัศน์

                   ๓. เพื่อพัฒนากระบวนการคิดและจินตนาการ มีความสามารถในการแก้ปัญหา โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์

                   ๔. เพื่อปลูกฝังให้เด็กมีเจตคติที่ดีต่อวิทยาศาสตร์ สนใจใฝ่รู้ทางด้านวิทยาศาสตร์และกล้าแสดงออกอย่างมั่นใจ

                   ๕. เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนเด็กที่มีความรู้ความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์ ด้วยวิธีการและรูปแบบที่หลากหลาย ตามความถนัด และความสนใจของเด็ก

 วิธีดำเนินการ

  • การจัดกระบวนการเรียนรู้

                ๑. การเตรียมการจัดกระบวนการเรียนรู้

                                ๑.๑ ศึกษาและวิเคราะห์หลักสูตรทำกำหนดการสอนเพื่อจัดทำแผนการจัดประสบการณ์

๑.๒ จัดทำแผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้โดยแทรกความรู้การจัดทำโครงงาน พูดชักนำเกี่ยวเนื่องถึงกิจกรรมโครงงานตามลำดับ คือ

                                - กระตุ้นให้เด็กเห็นความสำคัญของโครงงาน

                                - เด็กศึกษาตัวอย่างการจัดทำโครงงาน

                                - ให้ความรู้เรื่องโครงงานแก่เด็ก

                ๒. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้

                                การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงาน แบ่งเป็น ๓ ระยะ ดังนี้

 ระยะที่ ๑ เริ่มต้นโครงงาน

                เป็นระยะที่ผู้สอนต้องสังเกต/ สร้างความสนใจในเรื่องที่จะเรียนรู้ให้เกิดในตัวเด็ก แล้วตกลงร่วมกันเลือกเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เพื่อทำการศึกษาอย่างละเอียดต่อไป  โดยวิธีการดังต่อไปนี้

                ๑. สร้างความสนใจให้เกิดขึ้นกับเด็ก จากเรื่องต่อไปนี้

  • เรื่องที่เรียนรู้ปกติในบทเรียน
  • จากการบอกเล่าของผู้ใหญ่ หรือผู้รู้
  • จากประสบการณ์ของเด็กและผู้สอน
  • จากเอกสารสิ่งพิมพ์หรือสิ่งต่างๆ
  • จากความคิดที่เกิดขึ้น
  • จากตัวอย่างโครงงานที่ผู้อื่นทำไว้แล้ว

๒. กำหนดหัวข้อโครงงาน

  • นำเรื่องที่ผู้เรียนสนใจมาอภิปรายร่วมกัน
  • กำหนดเรื่องนั้นเป็นหัวข้อโครงงาน

                ๓. เขียนเค้าโครงย่อของโครงงาน

 ระยะที่ ๒ ขั้นพัฒนาโครงงาน

                เป็นขั้นที่เด็กกำหนดหัวข้อคำถาม หรือประเด็นปัญหาที่เด็กอยากรู้เกี่ยวกับเรื่องที่สนใจที่ร่วมกันกำหนดเป็นหัวข้อเรื่อง แล้วตั้งสมมุติฐานมาตอบคำถามเหล่านั้น ทดสอบสมมุติฐานด้วยการลงมือปฏิบัติ จนค้นพบคำตอบด้วยตนเอง ตามขั้นตอนดังนี้

  • เด็กกำหนดปัญหาที่จะศึกษา
  • เด็กตั้งสมมุติฐานเบื้องต้น
  • เด็กตรวจสอบสมมุติฐานเบื้องต้น
  • สรุปข้อความรู้จากผลการตรวจสอบสมมุติฐาน

กรณีที่ผลการตรวจสอบเป็นไปตามสมมุติฐาน ให้เด็กสรุปองค์ความรู้จากการค้นพบด้วยการลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง

                กรณีที่ผลการตรวจสอบไม่เป็นไปตามสมมุติฐาน ผู้สอนให้กำลังใจเด็กในการแสวงหาความรู้เพิ่มเติม ไม่ตำหนิหรือกล่าวโทษ  กระตุ้นให้เด็กมีกำลังใจและสามารถตั้งสมมติฐานใหม่ได้

  • เมื่อได้องค์ความรู้ใหม่แล้ว เด็กจะนำองค์ความรู้นั้นไปใช้ในการทำกิจกรรมตามความสนใจต่อไปได้
  • เด็กอาจใช้ความรู้ที่ค้นพบเป็นพื้นฐานของการกำหนดประเด็นปัญหาขึ้นมาใหม่ เพื่อกำหนดเป็นโครงงานย่อย ศึกษารายละเอียดในเรื่องนั้นๆต่อไปอีก

ระยะที่ ๓ ขั้นรวบรวมสรุป

                เป็นระยะสุดท้ายของโครงงานทีเด็กค้นพบคำตอบของปัญหาแล้ว และเด็กได้แสดงให้ผู้สอนเห็นว่าได้สิ้นสุดความสนใจในหัวข้อโครงงานเดิม และเริ่มหันเหความสนใจออกไปสู่เรื่องใหม่  ระยะนี้เป็นระยะที่ผู้สอนและเด็ก จะได้แบ่งปันประสบการณ์การทำงานและแสดงให้เห็นถึงความสำเร็จของการทำงานตลอดโครงงานแก่คนอื่นๆ มีกิจกรรมที่ดำเนินการในขั้นตอน ดังนี้

  • ให้เด็กบันทึกการศึกษาค้นคว้า
  • นำเสนอเป็นนิทรรศการ( แสดงเป็นแผงโครงงาน ) ให้ผู้อื่นรู้
  • สรุปนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

 แผนภาพแสดงวิธีดำเนินการและขั้นตอนการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนแบบโครงงาน