วันนี้เรามีพื้นที่ ที่จำกัด มีเมล็ดพันธุ์ดี ที่จำกัด มีฤดูกาลที่จำกัด จึงมีความจำเป็นที่ต้องคิด ก่อนใช้ เมล็ดพันธุ์ และปัจจัยการผลิตอื่นๆตามลงไปในเเปลงนา

ความตั้งใจของผม

ในบันทึกที่ 101 ก็คือว่าเป็นบันทึกที่เริ่มเกินร้อยแล้ว

มา 1 หน่วย จึงกลับไปคิดถึง

 

หน่วยผลิตข้าว

บนพื้นที่ 1 ตารางเมตร* ที่คนกินข้าวส่วนมากไม่รู้จัก/ไม่ได้ใส่ใจ กันจริงๆจังๆ

 

ไม่เคยสังเกตุ ไม่เคยรับรู้ เพราะว่าไม่ใช่เรื่องของ"ก"

แต่จะรับรู้ แบบ กว้างๆ กลาง ๆ กลวง ๆ ว่า 

"พื้นที่การปลูกข้าวของไทยประมาณ 60 ล้านไร่

"ไทยเป็นผู้ส่งออกข้าวอันดับ 1 ของโลก"

 

 

 


 

"ข้อจำกัด" หรือ

"ความมีอยู่อย่างจำกัด" กับ หน่วยผลิตข้าวที่ 1 ตารางเมตร

ว่าจะใช้ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดได้อย่างไร

เรามักจะถกเถียงกันถึงเรื่องของ

 

"การเป็นผู้ส่งออกข้าวอันดับ 1" เป็นแชมป์ส่งออกข้าว

มากกว่าการคำนึงถึง

"ต้นทุนในการเป็นผู้ส่งออกข้าวอันดับ 1"

 

ที่ต้องแลกมาด้วยหงาดเหงื่อ แรงงาน น้ำตา ภาระหนี้สิน ของชาวนาไทย ตั้งเท่าไหร่ ถ้าส่งออกนำเงินเข้าประเทศได้มากมาย

ทำไมชาวนาไทยส่วนใหญ่ ยังอยู่ในวังวนของหนี้สิน ยังไม่สามารถลืมตาอ้าปากได้

 

"ในขณะที่ผลผลิตต่อไร่ ของไทยยังต่ำกว่าผู้ส่งออกอื่นๆ เเปลว่า ต้นทุนต่อหน่วยการผลิตข้าวของไทยสูงกว่าเพื่อนบ้าน"

ครั้นพอราคาข้าวดี ธรรมชาติก็ไม่เอื้ออำนวย

"น้ำท่วม" ผลผลิตที่จะได้เก็บเกี่ยว ก็ไม่ได้เกี่ยว จะทำนาก็ไม่ได้

หลังจากจบเรื่อง น้ำท่วม ต่อไปก็ต้องประสบปัญหา

 

"ภัยแล้ง" เพราะเราไม่มีการจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ

 

"น้ำมาก -ทำนาไม่ได้ น้ำน้อย -ก็ไม่มีน้ำทำนา"

พอดีหละครับ อดตายพอดี

 

ถ้ายังอยู่ในวังวนระบบความคิดเก่าๆ ทำเเบบเดิมๆ ก็จบกันตรงนี้

 


ผมได้รับทราบข่าวจากเครือข่ายที่

ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว แจ้งว่าน้ำท่วมเสียหายทั้งหมด พื้นที่หลาย 10,000 ไร่ และถ้าเป็นอย่างนี้เรื่อยๆ

1.ชาวนาจะไม่มีเมล็ดพันธุ์ดี เพาะปลูก

2.ถ้ายังใช้เมล็ดพันธุ์ สิ้นเปลือง ของที่มีอยู่อย่างจำกัด ก็จะไม่เพียงพอ

3.ราคาข้าวเปลือก ขึ้นไป 15,000 บาท/ตัน แล้วราคาเมล็ดพันธุ์ดี เท่าไหร่???

4.ต้นทุนการผลิตต้องเพิ่มขึ้นไวกว่า

ราคาข้าวที่เพิ่มขึ้นแน่นอน

ดังนั้น "กำไรจากการขายข้าวของชาวนาไม่ได้เพิ่มขึ้น อย่างแน่นอนที่สุด!!!"

ถ้าไม่ลดต้นทุน เมล็ดพันธุ์ ปุ๋ยเคมี ยาเคมี ในเเปลงนา

ในรอบการผลิตที่ทำการเพาะปลูกได้ 

 


 

โปรดติดตามตอนต่อไป