บันทึกการจดทะเบียนสมรสคนไร้สัญชาติ และคนสัญชาติญี่ปุ่น และการบันทึกผลการจดทะเบียนสมรสต่อประเทศญี่ปุ่น

คนไร้สัญชาติ และคนสัญชาติญี่ปุ่นจดทะเบียนสมรสได้แล้ว!!!

                เมื่อวันที่ 15 กันยายน พ.ศ.2554 นายทะเคะ และนางสาวพร ได้เดินทางไปจดทะเบียนสมรส ณ สำนักทะเบียนอำเภอบ้านแพรก จังหวัดพระนครศรีอยุธยา หลังจากได้รับการติดต่อจากนายทะเบียนคุณอมรรัตน์ ซึ่งได้พิจารณาพยานเอกสารประกอบการยื่นขอจดทะเบียนสมรสของทั้งสองเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2554 และพยานบุคคลประกอบข้อเท็จจริงประเด็นว่า “นางสาวพรมีสถานะภาพโสดตามกฎหมายจริง”  โดยได้ความว่าทั้งสองคนมีคุณสมบัติตามที่ประมวลกฎหมายแพ่งกำหนด จึงสามารถจดทะเบียนสมรสได้

                หลังจากจดทะเบียนสมรสแล้ว สำนักทะเบียนอำเภอบ้านแพรกได้มอบ 1)ใบสำคัญการสมรส 2)สำเนาทะเบียนสมรส ให้แก่นายทะเคะ และนางสาวพรถือไว้เพื่อเป็นหลักฐาน

                จากการติดต่อกับทางคุณอมรรัตน์และค้นคว้า ทำให้ผู้เขียนทราบขั้นตอนอันเป็นรายละเอียดเพิ่มเติมว่า ในคราวจดทะเบียนสมรสนั้นคู่สมรสฝ่ายหญิง คือ พรสามารถเลือกได้ว่า จะใช้คำหน้านามว่า “นาง” หรือ “นางสาว” (พระราชบัญญัติคำนำหน้านามหญิง พ.ศ. 2551) ก็ได้ และหากประสงค์จะเปลี่ยนไปใช้นามสกุลของฝ่ายสามี “ยูกิ...” ก็ย่อมได้เช่นกัน (พระราชบัญญัติชื่อบุคคล (ฉบับที่ 3)พ.ศ.2548 ม.12) โดยสิทธิในการเลือกดังกล่าวไม่ได้ขึ้นอยู่กับ “สถานะทางกฎหมายของพรว่าจะเป็นคนไร้สัญชาติหรือไม่” และในกรณีนี้พร เลือกที่จะใช้คำนำหน้าชื่อว่า “นาง” และเปลี่ยนไปใช้นามสกุลของสามี “ยูกิ...”

                แต่ด้วยระบบทะเบียนการจัดเก็บข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์นั้น ไม่อนุญาตให้คนที่มีสถานะบุคคลเช่นพร (คนไร้สถานะทางทะเบียน ถือบัตรเลข 0) แก้ไขคำนำหน้าชื่อ และชื่อสกุลในฐานข้อมูลในทะเบียนราษฎร ดังนั้นในความเป็นจริงจึงราวกับว่ายังไม่สามารถใช้สิทธิดังกล่าวได้ตามที่ตนเลือก–ผู้เขียนเองก็ยังไม่ทราบถึงเหตุผลในข้อนี้นัก อาจจะอาศัยเหตุผลของความต้องการที่จะควบคุมประชาชนกลุ่มที่มีสถานะเช่นนี้หรือไม่ เพราะเกรงว่าหากยอมให้แก้ไขเปลี่ยนแปลงได้โดยง่าย อาจจะเกิดการสวมตัวโดยง่าย— และเพราะสถานการณ์ที่เป็นเช่นนี้ ทางนายทะเบียน จึงเห็นว่าควรมอบเอกสารอีกฉบับที่เป็น บันทึก คร.2 (ปกติจะเก็บไว้ที่สำนักทะเบียนอำเภอเท่านั้น เช่นเดียวกับแบบ ปค.14) ที่ระบุรายละเอียดความต้องการของฝ่ายหญิงว่าต้องการเปลี่ยนคำนำหน้านาง และชื่อสกุล เพื่อใช้เป็นเอกสารที่แนบไปทุกครั้งเมื่ออ้างทะเบียนสมรส ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้เขียนรู้สึกชื่นชมในความรอบคอบนี้อย่างยิ่ง เนื่องด้วยเหตุผล 2 ประการ คือ

  1.       ทำให้เกิดความเชื่อมโยงของสถานการณ์ และเอกสารระหว่าง เอกสารประจำตัวของฝ่ายหญิง (บัตรคนไร้สถานะทางทะเบียน และทร.38ก) และใบสำคัญการสมรส  
  2.      หากอนาคตระบบฐานข้อมูลทะเบียนราษฎรสามารถปลดล็อค ยอมให้ คนที่มีสถานะเช่นพรทิพย์แก้ไขคำนำหน้านาม และชื่อสกุลนี้ได้แล้ว เธอก็จะสามารถใช้เอกสาร บันทึก คร2 นี้เพื่อขอแก้ไขในฐานข้อมูลได้เลย

 

 

หลังจากจดทะเบียนสมรส ณ สำนักทะเบียนเรียบร้อยแล้ว ทั้งทาเคะและพรได้ยื่นคำร้องเพื่อบันทึกการจดทะเบียนสมรสตามกฎหมายญี่ปุ่น ณ กงสุลญี่ปุ่น ประจำประเทศไทย โดยนายคูโดะได้ยื่นคำร้องและได้ยื่นเอกสารดังต่อไปนี้

                1.ทะเบียนสมรส และใบสำคัญการสมรสที่ถูกแปลเป็นภาษาญี่ปุ่น

                2.ทะเบียนประวัติของพร (แทนทะเบียนบ้าน) ที่ถูกแปลเป็นภาษาญี่ปุ่น

                ระหว่างกระบวนการอ้างการจดทะเบียนสมรสในประเทศไทย ให้มีผลเป็นการจดทะเบียนสมรสตามกฎหมายญี่ปุ่นนั้น ใช้เวลาดำเนินการประมาณ 2 เดือน โดยทางกงสุลจะจัดส่งคำร้องและเอกสารให้กับสำนักทะเบียนในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นสำนักทะเบียนตามภูมิลำเนาของทาเคะให้พิจารณาและบันทึก

 

                ในคราวเดียวกันนี้นายทาเคะได้ยื่นคำขอต่อกงสุลญี่ปุ่นเพื่อบันทึกว่า ยูริเป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของตน การพิจารณาในขั้นตอนนี้จะใช้เวลาประมาณ 2 เดือน ควบคู่ไปกับ การบันทึกเรื่องการจดทะเบียนสมรส