รายงานการสำรวจวิเคราะห์และสังเคราะห์คำร้องของบุคคลที่มีปัญหาสิทธิในสถานะบุคคลซึ่งร้องเรียนมายังคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
ก่อนปี พ.ศ.2553
ภายใต้ความรับผิดชอบ
คณะอนุกรรมการเฉพาะกิจด้านสิทธิและสถานะบุคคลของผู้ไร้สัญชาติ
ไทยพลัดถิ่นผู้อพยพ และชนพื้นเมือง ในคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
ความเป็นมา
เนื่องด้วยคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจด้านสิทธิและสถานะบุคคลของผู้ไร้สัญชาติไทยพลัดถิ่น ผู้อพยพ และชนพื้นเมือง คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ มีภารกิจที่จะต้องดำเนินการจัดการปัญหาและให้ความช่วยเหลือกับกรณีร้องเรียนของผู้ถูกละเมิดสิทธิในสถานะบุคคลและถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนอื่นๆอันเป็นผลที่สืบเนื่องจากปัญหาสถานะบุคคลตามกฎหมาย โดยกรณีร้องเรียนเหล่านี้ได้ร้องเรียนเข้ามายังคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนและยังไม่ได้ดำเนินการจนเสร็จสิ้น
ดังนั้นเพื่อให้ภารกิจดังกล่าวบรรลุผลสำเร็จ
คณะอนุกรรมการเฉพาะกิจฯ จึงได้ประชุมหารือและมีมติเห็นพ้องในคราวประชุมครั้งที่ 21 เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553 ให้พิจารณาและสำรวจกรณีร้องเรียนซึ่งอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจฯเพื่อให้ทราบถึงจำนวนที่แน่นอนของกรณีร้องเรียน สภาพปัญหา เพื่อจำแนกประเภทสิทธิที่ถูกร้องเรียนและนำไปสู่การทำงานเพื่อให้ความช่วยเหลือและแก้ปัญหาในขั้นตอนต่อไป
ในวันที่ 22-25 พฤศจิกายน พ.ศ.2553 น.ส.บงกช นภาอัมพร และน.ส.พวงรัตน์ ปฐมสิริรักษ์ คณะทำงานฯ ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการสำรวจแฟ้มคำร้องของผู้ที่มีปัญหาสิทธิในสถานะบุคคลตามที่ปรากฏแฟ้มคำร้องอยู่จริง และวันที่ 13มกราคม พ.ศ.2554 พบแฟ้มคำร้องอีก 8 แฟ้มคำร้อง
ผลจากการการสำรวจวิเคราะห์และสังเคราะห์ข้อเท็จจริงตามแฟ้มคำร้องดังกล่าวได้นำมาจัดทำขึ้นเป็นรายงานการสำรวจวิเคราะห์และสังเคราะห์คำร้องของบุคคลที่มีปัญหาสิทธิในสถานะบุคคลซึ่งร้องเรียนมายังคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ โดยแบ่งผลการสำรวจ วิเคราะห์และสังเคราะห์เป็นสองระยะ คือ รายงานการสำรวจ วิเคราะห์และสังเคราะห์คำร้องของบุคคลที่มีปัญหาสิทธิในสถานะบุคคลซึ่งร้องเรียนมายังคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ก่อนปี พ.ศ.2553 และรายงานการสำรวจ วิเคราะห์และสังเคราะห์คำร้องของบุคคลที่มีปัญหาสิทธิในสถานะบุคคลซึ่งร้องเรียนมายังคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2553 จนถึงวันที่10 มกราคม พ.ศ.2554
โดยรายงานฉบับนี้ เป็นรายงานการสำรวจ วิเคราะห์และสังเคราะห์คำร้องของบุคคลที่มีปัญหาสิทธิในสถานะบุคคลซึ่งร้องเรียนมายังคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ก่อนปี พ.ศ.2553
ขอบเขตการดำเนินการสำรวจ วิเคราะห์และสังเคราะห์คำร้องของบุคคลที่มีปัญหาสิทธิในสถานะบุคคล
ขอบเขตด้านเนื้อหา - เป็นการสำรวจ วิเคราะห์และสังเคราะห์คำร้องซึ่งเป็นกรณีร้องเรียนของบุคคลที่มีปัญหาสิทธิในสถานะบุคคลตามกฎหมายและกรณีร้องเรียนเรื่องสิทธิมนุษยชนอื่นๆอันเป็นผลที่สืบเนื่องจากปัญหาสถานะบุคคลตามกฎหมาย โดยเป็นคำร้องที่ปรากฏคำร้องตัวเอกสารอยู่จริง ไม่ว่าจะมีเลขคำร้องที่แน่นอนหรือไม่
ทั้งนี้เป็นคำร้องที่ปรากฏแฟ้มคำร้องอยู่จริงในวันที่ 25พฤศจิกายน พ.ศ.2553
ขอบเขตด้านระยะเวลา -การดำเนินการสำรวจวิเคราะห์และสังเคราะห์กรณีร้องเรียนดำเนินการใน วันที่ 22-25 พฤศจิกายน พ.ศ.2554
ขอบเขตด้านวิธีการ - การสำรวจวิเคราะห์และสังเคราะห์นั้น คณะทำงานฯ ได้ดำเนินการตามลำดับขั้นตอน ดังนี้
ขั้นตอนแรก คือ สำรวจปัญหาโดยการพิจารณาแฟ้มคำร้อง คำร้องที่ไม่ได้จัดเข้าแฟ้มคำร้องที่ยังไม่มีเลขคำร้องโดยสมบูรณ์ รวมถึงเอกสารอื่น ๆเพื่อประกอบการทำความเข้าใจข้อมูลในคำร้องโดยเริ่มต้นจากการสำรวจประวัติของผู้ร้อง สำรวจข้อเท็จจริงที่ผู้ร้องกล่าวอ้างพร้อมทั้งเอกสารประกอบข้อกล่าวอ้างสำรวจปัญหาที่ผู้ร้องประสงค์จะร้องเรียน รวมถึงคณะทำงานฯต้องดำเนินการพิจารณาสภาพปัญหา การต้องการความช่วยเหลือของผู้ร้อง และสรุปผลออกมาโดยอาศัยข้อมูลจากข้อเท็จจริงในแฟ้มคำร้องเป็นหลักอย่างไรก็ตามมีกรณีที่ผู้ร้องเรียนบางรายไม่สามารถสื่อความถึงสภาพปัญหาของตนเองได้ชัดเจนถูกต้อง
และไม่เข้าใจถึงสถานะบุคคลตามกฎหมายของตนเอง
ขั้นตอนที่สอง จากขั้นตอนการสำรวจปัญหาเสร็จสิ้นลงข้อมูลที่ได้นำไปสู่การวิเคราะห์ปัญหาในการจัดการกรณีร้องเรียนของผู้มีปัญหาสิทธิในสถานะบุคคล
ถึงสาเหตุที่ส่งผลให้ไม่สามารถดำเนินการจัดการให้สำเร็จลุ่ล่วงได้
ขั้นตอนที่สาม คือ สังเคราะห์กรณีร้องเรียน โดยแยกแยะกรณีร้องเรียนต่างๆ ลงในรายละเอียดว่ามีปัญหาและข้อเสนอะแนะใหการจัดการลำดับต่อไปอย่างไร
เมื่อได้ประมวลผลแฟ้มคำร้องดังกล่าวซึ่งประกอบไปด้วยคำร้องที่อยู่ในแฟ้มคำร้องและมีเลขคำร้องคำร้องที่อยู่ในแฟ้มคำร้องแต่ไม่มีเลขคำร้อง และคำร้องที่ไม่ได้จัดเข้าแฟ้ม เอกสารความเห็นทางกฎหมาย ที่มีลักษณะของเอกสารปะปนกันและต้องคัดกรองใหม่ จึงดำเนินการแบ่งคำร้องเป็นกลุ่มต่าง
ๆ ตามแนวทางในการดำเนินงานตามขั้นตอนต่อไปดังนี้
- คำร้องเรื่องสิทธิในสถานะบุคคล โดยคำร้องเรื่องสิทธิในสถานะบุคคลนี้ได้จำแนกกลุ่มบุคคลที่ มีปัญหาออกเป็นกลุ่มย่อย5กลุ่ม ได้แก่
1.1 คนไร้เอกสารพิสูจน์ทราบตัวบุคคลหรือ คนไร้สถานะทางทะเบียน
1.2 คนที่มีข้อเท็จจริงเป็นคนสัญชาติไทยแต่ถูกบันทึกเป็นคนต่างด้าวในทะเบียนราษฏรไทย
1.3 คนต่างด้าวที่เกิดในประเทศไทยและถูกบันทึกในทะเบียนราษฎรไทย
1.4 คนต่างด้าวที่เกิดนอกประเทศไทยและถูกบันทึกในทะเบียนราษฎรไทย
1.5 คนต่างด้าวที่มีจุดเกาะเกี่ยวเข้มข้นกับรัฐต่างประเทศ
2. คำร้องเรื่องสิทธิขั้นพื้นฐาน
3. คำร้องเรื่องสิทธิในคุณภาพชีวิต
4. คำร้องเรื่องสิทธิในการมีส่วนร่วมทางการเมือง
5.คำร้องเรื่องสิทธิในกระบวนการยุติธรรม
หลังจากนั้นคณะทำงานได้บันทึกรายละเอียดการสำรวจ วิเคราะห์และสังเคราะห์กรณีร้องเรียนแต่ละรายในรูปแบบตารางสรุปการสำรวจและสังเคราะห์คำร้อง
แล้วจึงนำมาจัดทำเป็นรายงานการสำรวจและสังเคราะห์คำร้องของบุคคลที่มีปัญหาสิทธิในสถานะบุคคลซึ่งร้องเรียนมายังคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
ก่อน ปี พ.ศ.2553ฉบับนี้
การสำรวจและจำแนกคำร้องของบุคคลที่มีปัญหาสิทธิในสถานะบุคคลและสิทธิด้านอื่นๆ
ณ วันที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ.2553 หลังการสำรวจคำร้องของผู้มีปัญหาสถานะบุคคลซึ่งยื่นคำร้องมายังคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติก่อนปี
พ.ศ.2553 และอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจด้านสิทธิและสถานะบุคคลของผู้ไร้สัญชาติไทยพลัดถิ่น ผู้อพยพ และชนพื้นเมือง
พบคำร้องที่ปรากฎแฟ้มคำร้องจำนวนทั้งสิ้น 21 แฟ้มคำร้องโดยแบ่งเป็นผู้ที่มีปัญหาสถานะบุคคลจำนวนทั้งสิ้น 31 ราย ซึ่งในแฟ้มคำร้องจำนวนนี้นั้น เป็นแฟ้มคำร้องที่มีเลขคำร้องแล้วจำนวน 18แฟ้มคำร้อง ส่วนแฟ้มคำร้องอีกจำนวน 3
แฟ้มนั้นยังไม่มีเลขคำร้อง
อย่างไรก็ตามเมื่อแบ่งคำร้องทั้ง 21คำร้อง เป็นคำร้องเรื่องสิทธิต่าง ๆ นั้น สามารถสรุปผลการสำรวจและสังเคราะห์ได้ดังต่อไปนี้
1. คำร้องเรื่องสิทธิในสถานะบุคคล
จำแนกกลุ่มบุคคลที่มีปัญหาออกเป็นกลุ่มย่อย5กลุ่ม ได้แก่
1.1สรุปกรณีร้องเรียนของคนไร้เอกสารพิสูจน์ทราบตัวบุคคล หรือ คนไร้สถานะทางทะเบียนราษฎร มีจำนวน 4 ราย
1.2สรุปกรณีร้องเรียนของผู้ประสบปัญหาเรื่องสิทธิในสถานะบุคคล กลุ่มคนที่มีข้อเท็จจริงเป็นคนสัญชาติไทยแต่ถูกบันทึกเป็นคนต่างด้าวในทะเบียนราษฏรไทยมีจำนวน 8 ราย
1.3สรุปกรณีร้องเรียนของผู้ประสบปัญหาเรื่องสิทธิในสถานะบุคคลกลุ่มคนต่างด้าวที่เกิดในประเทศไทยและถูกบันทึกในทะเบียนราษฎรไทย มีจำนวน 2 ราย
1.4สรุปกรณีร้องเรียนของผู้ประสบปัญหาเรื่องสิทธิในสถานะบุคคล กลุ่มคนต่างด้าวที่เกิดนอกประเทศไทยและถูกบันทึกในทะเบียนราษฎรไทยมีจำนวน 5 ราย
1.5สรุปกรณีร้องเรียนของผู้ประสบปัญหาเรื่องสิทธิในสถานะบุคคลกลุ่มคนต่างด้าวที่มีจุดเกาะเกี่ยวเข้มข้นกับรัฐต่างประเทศ มีจำนวน1 ราย
1.6สรุปกรณีร้องเรียนของผู้ประสบปัญหาเรื่องสิทธิในสถานะบุคคลที่ไม่สามารถจัดเข้ากลุ่มได้มีจำนวน 3 ราย
2.สรุปกรณีร้องเรียนของผู้ประสบปัญหาเรื่องสิทธิขั้นพื้นฐาน จำนวน 3 ราย
3.สรุปกรณีร้องเรียนของผู้ประสบปัญหาเรื่องสิทธิในคุณภาพชีวิต จำนวน 2 ราย
4. สรุปกรณีร้องเรียนของผู้ประสบปัญหาเรื่องสิทธิในกระบวนการยุติธรรมจำนวน
1 ราย
5.สรุปกรณีร้องเรียนของผู้ประสบปัญหาเรื่องสิทธิที่ไม่สามารถจำแนกได้จำนวน 2 ราย
วิเคราะห์ลักษณะของกรณีร้องเรียนปัญหาที่พบ และจำนวนกรณีร้องเรียนของบุคคลที่มีปัญหาสิทธิในสถานะบุคคลซึ่งยื่นคำร้องเข้ามายังคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ก่อนปีพ.ศ.2553
จากการสำรวจกรณีร้องเรียนของผู้มีปัญหาสิทธิในสถานะบุคคล
ซึ่งร้องเรียนมายังคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ก่อนปี พ.ศ. 2553
สามารถนำไปสู่การวิเคราะห์ถึงสภาพปัญหาในการจัดการกรณีร้องเรียนได้ดังต่อไปนี้
สภาพปัญหา
1.กรณีร้องเรียนที่ปรากฏแฟ้มคำร้องนั้นพบว่าเป็นคำร้องย้อนหลังสุดถึงแค่ปี พ.ศ.2549 ทำให้เกิดประเด็นคำถามว่าก่อนหน้านี้มีกรณีร้องเรียนเรื่องสิทธิในสถานะบุคคลหรือไม่ หากมีกรณีร้องเรียนเข้ามาเหตุใดจึงไม่ปรากฏแฟ้มคำร้องเหล่านั้น
2. จากการประสานกับทางโครงการบางกอกคลินิกฯคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ทำให้ทราบว่า ก่อนปี พ.ศ.2553 โครงการบางกอกคลินิกฯได้ร้องขอความช่วยเหลือแทนผู้ประสบปัญหาสิทธิในสถานะบุคคลหลายรายเข้ามายังคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติแต่ในคราวสำรวจคำร้องครั้งนี้กลับไม่พบคำร้องของผู้ประสบปัญหาดังกล่าว เช่นกรณีร้องเรียนของนายอับดุลเลาะห์ ...
3. จากการสำรวจแฟ้มคำร้องของผู้ประสบปัญหาสิทธิในสถานะบุคคล
พบแฟ้มคำร้องในลักษณะดังกล่าวต่อไปนี้
- ปรากฏแฟ้มคำร้องและเลขคำร้อง
- ปรากฏแฟ้มคำร้องแต่ไม่พบเลขคำร้อง ซึ่งเป็นไปได้ว่าคำร้องดังกล่าวอาจจะยังไม่ได้อยู่ในสารระบบคำร้องของคณะกรรมการสิทธิฯ
- คำร้องยังไม่ได้จัดเข้าแฟ้มและลงเลขคำร้อง ซึ่งเป็นไปได้ว่าคำร้องดังกล่าวอาจจะยังไม่ได้อยู่ในสารระบบคำร้องของคณะกรรมการสิทธิฯ
4. จากการสำรวจแฟ้มคำร้องและวิเคราะห์ลักษณะที่ปรากฏ ทำให้พบสังเกตบางประการในภาพรวมเกี่ยวกับข้อมูลในแฟ้มคำร้องอันส่งผลประการสำคัญต่อการจัดการแก้ปัญหากรณีร้องเรียน
- คำร้องของผู้ประสบปัญหาขาดข้อเท็จจริงประการสำคัญอันเป็นจุดเกาะเกี่ยวที่นำไปสู่การกำหนดและพัฒนาสถานะบุคคลตามกฎหมาย จุดเกาะเกี่ยวประการสำคัญ คือ วันเกิด สถานที่เกิดข้อมูลบิดา ข้อมูลมารดา
- ผู้ประสบปัญหากล่าวอ้างข้อเท็จจริงมาในคำร้อง
แต่กลับไม่ได้แนบพยานหลักฐานประกอบข้อกล่าวอ้างนั้น - คำร้องของผู้ประสบปัญหาสิทธิในสถานะบุคคล
ขาดข้อเท็จจริงที่ชัดเจนถึงเหตุแห่งการละเมิดสิทธิ สิทธิที่ถูกละเมิด
และผู้ที่กระทำการละเมิดสิทธิ - คำร้องไม่ได้ระบุที่อยู่อันสามารถติดต่อได้ของผู้ที่ประสบปัญหาสิทธิในสถานะบุคคลหรือผู้ร้องเรียนแทนทำให้การแสวงหาข้อเท็จจริงเพิ่มเติมเพื่อการแก้ปัญหาไม่สามารถทำได้เท่าที่ควร
สาเหตุแห่งปัญหา
จากการสำรวจและวิเคราะห์แฟ้มคำร้องกรณีร้องเรียนของผู้มีปัญหาสิทธิในสถานะบุคคลตามกฎหมายนั้นพบว่าประเด็นอันเป็นสาระสำคัญที่ทำให้การจัดการกรณีร้องเรียนก่อนปีพ.ศ.2553 ไม่สามารถลุล่วงไปได้นั้น
ประการแรก เพราะขาดข้อเท็จจริงของผู้ประสบปัญหาทำให้ไม่สามารถกำหนดปัญหาที่ชัดเจน และไม่สามารถแก้ปัญหาได้
ประการที่สอง เมื่อต้องการแสวงหาข้อเท็จจริงเพิ่มเติมกลับไม่สามารถติดต่อผู้ประสบปัญหาตามที่อยู่ในแฟ้มคำร้องได้
ประการที่สาม คำร้องบางคำร้องได้รับการแก้ปัญหาแล้วแต่เมื่อขาดการติดตามผลทำให้คณะกรรมการสิทธิฯ ไม่สามารถทราบได้ว่าคำร้องดังกล่าวได้รับการแก้ปัญหาแล้วจึงไม่ได้จัดทำรายงานเพื่อปิดคำร้องดังกล่าว ทำให้กลายเป็นคำร้องที่ค้างอยู่ส่งผลให้การจัดการกรณีร้องเรียนจึงค้างคาอยู่เช่นนั้น
อย่างไรก็ตามสาเหตุทั้งสามประการส่วนหนึ่งมาจากผลของกระบวนการจัดการกรณีร้องเรียนที่ยังมีปัญหา โดยเริ่มต้นตั้งแต่ขั้นตอนการรับคำร้องของผู้ประสบปัญหาอันเป็นขั้นตอนแรกของกระบวนการจัดการกรณีร้องเรียน ซึ่งพบว่าขาดการสอบถามตรวจสอบถึงข้อเท็จจริงอันเป็นจุดเกาะเกี่ยวที่นำไปสู่การแก้ปัญหา ถัดมาในขั้นตอนการจัดเก็บคำร้องอาจจะยังไม่รอบคอบรัดกุมเพียงพอ
พิจารณาได้จากว่า คำร้องบางคำร้องไม่ถูกจัดเข้าแฟ้ม บางคำร้องไม่ระบุเลขคำร้อง และในส่วนของการติดตามความคืบหน้าของกรณีปัญหานั้นก็อาจจะไม่ได้ดำเนินการอย่างสม่ำเสมอทำให้ไม่ทราบว่าแต่ละคำร้องแก้ปัญหาอยู่ในขั้นตอนใด
รายละเอียดลักษณะและปัญหาของกรณีร้องเรียนในแต่ละประเภทกลุ่มคน
สำหรับกรณีร้องเรียนก่อนปี พ.ศ.2553ที่พบแฟ้มคำร้องจำนวน 21 คำร้องหรือผู้ประสบปัญหาจำนวน 31 รายนี้ สามารถสรุปผลการสำรวจและนำไปสู่การวิเคราะห์ลักษณะและสภาพปัญหาของกรณีร้องเรียนในรายละเอียดของแต่ละกลุ่มคนที่มีปัญหาทำให้ทราบถึงเหตุผลที่กรณีร้องเรียนค้างเก่ายังไม่สามารถดำเนินการจนเสร็จสิ้นได้ โดยกรณีร้องรียนมีลักษณะและปัญหาที่พบในรายละเอียดดังต่อไปนี้
1.กรณีร้องเรียนเรื่องสิทธิในสถานะบุคคลจำนวน 23 ราย โดยแบ่งเป็น
1.1 กรณีร้องเรียนประเภทคนไร้เอกสารพิสูจน์ทราบตัวบุคคลหรือ
คนไร้สถานะทางทะเบียน จำนวน 4 ราย
ลักษณะของกรณีร้องเรียนและปัญหาที่พบ
1. เบื้องต้นไม่สามารถติดต่อผู้ประสบปัญหาทางโทรศัพท์ได้ทำให้ไม่สามารถแสวงหาข้อเท็จจริงเพิ่มเติมได้
2. ผู้ประสบปัญหาเป็นคนไร้รัฐหรือไร้สถานะทางทะเบียนราษฎร
และขาดข้อเท็จจริงอันแสดงถึงจุดเกาะเกี่ยวอันนำไปสู่การพัฒนาสถานะบุคคลตามกฎหมาย
3. มีกรณีร้องเรียนที่ทางอำเภอ แจ้งว่าผู้ประสบปัญหาแอบอ้างใช้ชื่อและรายการบุคคลของผู้อื่น
1.2 กรณีร้องเรียนประเภทคนที่มีข้อเท็จจริงเป็นคนสัญชาติไทยแต่ถูกบันทึกเป็นคนต่างด้าวในทะเบียนราษฏรไทย จำนวน 8
ราย
ลักษณะของกรณีร้องเรียนและปัญหาที่พบ
1. เบื้องต้นไม่สามารถติดต่อผู้ประสบปัญหาทางโทรศัพท์ได้ทำให้ไม่สามารถแสวงหาข้อเท็จจริงเพิ่มเติมได้
2. ตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นจากแฟ้มคำร้องพบว่าทุกกรณีร้องเรียนอ้างข้อเท็จจริงอันแสดงถึงจุดเกาะเกี่ยวว่าเป็นคนสัญชาติไทยตามม.23 พรบ.สัญชาติ(ฉบับ4)พ.ศ.2551 แต่ทุกกรณีร้องเรียนยังขาดเอกสารรับรองการเกิด
3. คำร้อง 3.../2552 ผู้ร้องแจ้งว่าผู้ประสบปัญหาทั้ง 5 คนได้รับสัญชาติไทยแล้วแต่ทางคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจ ฯคงจะต้องดำเนินการตรวจสอบกับหน่วยงานในพื้นที่อีกครั้ง คือ อำเภอทองผาภูมิจังหวัดกาญจนบุรี
4. กรณีร้องเรียนของนายสมศักดิ์... คำร้องเลขที่ 7.../2550 ทางอำเภอพร้าวจังหวัดเชียงใหม่แจ้งว่าได้รับสัญชาติไทย ตามระเบียบ 43 แต่คณะอนุกรรมการเฉพาะกิจฯ คาดว่าอาจจะมีความเข้าใจผิดเพราะนายสมศักดิ์อาซางได้ยื่นขอสัญชาติไทยตาม ม. 7 ทวิเมื่อ พ.ศ.2545
5. พบกรณีร้องเรียนว่าความไร้สัญชาติทำให้ประสบปัญหาในการสมัครเข้าเรียนระดับมหาวิทยาลัย
1.3 กรณีร้องเรียนประเภทคนต่างด้าวเกิดในประเทศไทยและถูกบันทึกในทะเบียนราษฎรไทย
จำนวน 2 ราย
ลักษณะของกรณีร้องเรียน และปัญหาที่พบ
1. เบื้องต้นไม่สามารถติดต่อกับผู้ประสบปัญหาทางโทรศัพท์ได้
2. ตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นจากแฟ้มคำร้องพบว่ากรณีร้องเรียนทั้งสองยังขาดข้อเท็จจริงอันแสดงถึงจุดเกาะเกี่ยวที่นำไปสู่การพัฒนาสถานะบุคคล
รวมถึงเอกสารหลักฐานประกอบข้อกล่าวอ้าง เช่น เอกสารรับรองการเกิด (สำหรับยื่นขอสัญชาติไทยตาม
ม.7 ทวิ)
3. เป็นกรณีร้องเรียนที่ประสบปัญหาความไร้สัญชาติทั้งครอบครัว
1.4 กรณีร้องเรียนประเภทคนต่างด้าวเกิดนอกประเทศไทยและถูกบันทึกในทะเบียนราษฎรไทย
จำนวน 5 ราย
ลักษณะของกรณีร้องเรียนและปัญหาทที่พบ
1. คำร้อง .../2550 จำนวนกรณีสองกรณียังขาดข้อเท็จจริงบางประการอันแสดงถึงจุดเกาะเกี่ยวเพื่อนำไปสู่การพัฒนาสถานะบุคคและเบื้องต้นยังไม่สามารถติดต่อผู้ประสบปัญหาได้ทางโทรศัพท์
2. คำร้อง 2.../2550 จำนวนสองกรณีร้องเรียน กำลังดำเนินการพัฒนาสถานะบุคคล โดยจำนวน 1 รายยื่นขอสถานะคนต่างด้าว แต่อีกรายยังไม่ทราบรายละเอียดดังนั้นจึงจำเป็นต้องตรวจสอบถึงสถานะทางทะเบียนราษฎร์ของทั้งสองรายกับหน่วยงานในพื้นที่คือ เทศบาลเมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร
3 . คำร้อง 3..../2550 จำนวนหนึ่งรายนั้นไม่ระบุข้อเท็จจริงอันนำไปสู่การพัฒนาสถานะบุคคลตามกฎหมาย ทั้งประเด็น วันเกิดสถานที่เกิด ข้อมูลบิดา ข้อมูลมารดาและเบื้องต้นยังไม่สามารถติดต่อผู้ประสบปัญหาทางโทรศัพท์
1.5 กรณีร้องเรียนประเภทคนต่างด้าวที่มีจุดเกาะเกี่ยวเข้มข้นกับรัฐต่างประเทศจำนวน 1 ราย
ลักษณะของกรณีร้องเรียน และปัญหาที่พบ
เป็นกรณีของครอบครัวที่หนีภัยความตายและขอสถานะผู้ลี้ภัยจาก UNHCR
ในประเทศไทย แต่ถูกปฏิเสธ และประสบความเดือดร้อนในสิทธิขั้นพื้นฐานอื่นๆ
1.6 กรณีร้องเรียนเรื่องสิทธิในสถานะบุคคลที่ไม่สามารถจำแนกกลุ่มได้จำนวน 3 ราย
ลักษณะของกรณีร้องเรียนและปัญหาที่พบ
1. คำร้อง .../2550 ร้องเรียนเรื่องปัญหาสิทธิในสถานะบุคคลแต่ไม่ได้อ้างข้อเท็จจริงเป็นรายบุคคลในคำร้อง จึงไม่สามารถสำรวจจุดเกาะเกี่ยวของผู้ประสบปัญหาแต่ละรายเพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหาสิทธิในสถานะบุคคลเป็นรายบุคคลได้
2.กรณีร้องเรียนอีกสองกรณี นั้นขาดข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถานที่เกิด จึงยังไม่สามารถนำไปสู่การพัฒนาสถานะบุคคลได้
2. กรณีร้องเรียนเรื่องสิทธิขั้นพื้นฐานจำนวน 3 ราย
ลักษณะของกรณีร้องเรียน และปัญหาที่พบ
1. เป็นกรณีร้องเรียนเรื่องสิทธิในการมีเอกสารพิสูจน์ทราบตัวบุคคลจำนวน
2 รายโดยทั้งสองรายอ้างว่าได้รับการสำรวจและจัดทำบัตรประจำตัวสำหรับคนที่ไม่มีสัญชาติไทยแต่รายแรกบัตรประจำตัวหายเมื่อไปติดต่อขอทำบัตรใหม่กลับได้รับการปฏิเสธและรายที่สองถูกผู้ใหญ่ยึดบัตรประจำตัวโดยเหตุผลว่าเป็นคนที่มีหนี้สินมาก อย่างไรก็ตามผู้ประสบปัญหาไม่ได้แนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนมาพร้อมกับคำร้องจึงไม่แน่ชัดว่าทั้งสองเคยมีบัตรประจำตัวแล้วจริงหรือไม่
จำเป็นต้องตรวจสอบกับหน่วยงานในพื้นที่
2. เป็นกรณีร้องเรียนเรื่องสิทธิในการเดินทางของผู้ถือบัตรประจำตัวผู้หลบหนีเข้าเมืองจากพม่า
3. กรณีร้องเรียนเรื่องสิทธิในคุณภาพชีวิต จำนวน 2 ราย
ลักษณะของกรณีร้องเรียนและปัญหาที่พบ
ทั้งสองกรณีร้องเรียนเป็นการร้องเรียนในลักษณะที่ผู้ร้องได้ร้องเรียนแทนผู้ประสบปัญหาหลายๆคนในชุมชน เกี่ยวกับสิทธิในการประกอบอาชีพของชาวบ้านปิงโค้ง อ.เชียงดาวจ.เชียงใหม่และการเข้าถึงสวัสดิการขั้นพื้นฐานอื่นจากรัฐเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนชาวมลาบรีอ.เวียงสา จ.น่านอย่างไรก็ตามจะต้องแสวงหาข้อเท็จจริงเพิ่มเติมว่าปัญหาสิทธิในคุณภาพชีวิตในรายละเอียดมีประการใดบ้าง
4. กรณีร้องเรียนเรื่องสิทธิในกระบวนการยุติธรรม
จำนวน 1 ราย
ลักษณะของกรณีร้องเรียนและปัญหาที่พบ
เป็นกรณีร้องเรียนจากผู้ที่มีปัญหาสถานะบุคลตามกฎหมาย
ถูกตำรวจจับกุมฐานมีและจำหน่ายยาเสพติดซึ่งปัจจุบันคดีนี้ศาลได้พิจารณาแล้วว่ามีความผิดจริงและพิพากษาสั่งลงโทษ ทั้งนี้เหลือประเด็นปัญหาสถานะบุคคลของผู้ร้องที่คณะกรรมการสิทธิฯจะต้องติดตามว่ามีปัญหาประการใด
5. กรณีร้องเรียนอื่นๆที่ข้อเท็จจริงไม่เพียงพอจะระบุประเภทได้ จำนวน 2 ราย
ลักษณะของกรณีร้องเรียนและปัญหาที่พบ
ข้อเท็จจริงจากแฟ้มคำร้องไม่สามารถรับฟังได้ชัดเจนว่าเป็นการร้องเรียนในเรื่องใดอาจจะต้องแสวงหาข้อเท็จจริงเพิ่มเติม
ข้อเสนอแนะสำหรับการจัดการกรณีร้องเรียนของผู้มีปัญหาสิทธิในสถานะบุคคล
ข้อเสนอแนะการสร้างระบบการจัดการ
การสร้างระบบการจัดการกรณีร้องเรียนของผู้มีปัญหาสิทธิในสถานะบุคคลนั้นควรพิจารณาให้ตลอดทั้งกระบวนการตั้งแต่เริ่มต้นโดยการรับคำร้องเรียน จนกระทั่งสรุปผลการติดตามกรณีร้องเรียนเพื่อปิดกรณีร้องเรียน
ว่ามีแต่ละขั้นตอน อย่างไร โดยขอเสนอประเด็นพิจารณาดังต่อไปนี้
1. การเริ่มต้นกระบวนการโดยการรับคำร้องเรียน
- การร้องเรียนที่ผู้ประสบปัญหาสามารถร้องเรียนได้มีกี่ช่องทางแต่ละช่องทางต้องดำเนินการอย่างไร
- ผู้ที่สามารถร้องเรียน คือ ใคร (ผู้ประสบปัญหา,ผู้ร้องเรียนแทน)
2. สาระสำคัญซึ่งจำต้องสอบถาม ตรวจสอบจากผู้ร้องในเบื้องต้น
- กรณีที่ผู้ร้องแจ้งว่าถูกละเมิดสิทธิจำต้องสอบข้อเท็จจริงในเบื้องต้นว่าถูกละเมิดสิทธิอะไรระบุข้อเท็จจริงอันเป็นเหตุแห่งการละเมิด ผู้ละเมิด ผู้ถูกละเมิด และมีพยานหลักฐานประกอบหรือไม่
- กรณีร้องเรียนเรื่องสิทธิในสถานะบุคคลต้องแสวงหาข้อเท็จจริงเบื้องต้นสำหรับการกำหนดสถานะบุคคล คือข้อมูลเรื่องสถานที่เกิด วันเกิด ข้อมูลบิดา ข้อมูลมารดาเอกสารประจำตัวของผู้ประสบปัญหา
- ทุกกรณีร้องเรียนจะต้องสอบถามถึงที่อยู่ของผู้ร้องที่สามารถติดต่อกลับได้