ช่วงนี้มักจะได้ยินได้ฟังว่า คนโน้นเป็นอย่างโน้น คนนั้นเป็นอย่างนั้น คนนี้เป็นอย่างนี้ มีทั้งแบบที่มองคนอื่น แล้วก็แบบที่บอกคนอื่นว่าตัวเองเป็นยังไง 

สิ่งที่เราจะสังเกตเห็นได้ค่อนข้างบ่อยก็คือ คนที่พยายามบอกว่าตัวเองเป็นคนยังไง (ส่วนมากจะออกไปทางดี) นั้น ส่วนใหญ่จะทำให้เราเกิดความสงสัยเสียมากกว่า เท่าที่ตัวเองเคยพบเห็น จะกลายเป็นว่า คนที่ชอบพูดว่าตัวเองเป็นคนอย่างนั้นอย่างนี่ (ออกไปทางดี) นั้นมักจะเป็นคนที่เราเห็นว่า เขามีการกระทำที่ไม่เป็นไปตามที่เขาบอกว่า ตัวเขาเป็น หลายๆครั้งทำให้เกิดความสงสัยว่า เขาพูดๆกันเพื่อจะบอกตัวเองไปด้วยหรือเปล่า ว่านั่นคือสิ่งที่เขาอยากเป็นแต่ยังทำไม่ได้ 

สำหรับคนที่เราชื่นชมในวิถีปฏิบัติ คนที่เป็นตัวอย่างที่ดี คนที่เรารู้สึกศรัทธานิยมยกย่อง ในชีวิตที่ผ่านมาก็คิดว่ากว่าครึ่งชีวิตแล้วนั้น เท่าที่จำได้ไม่เคยมีคนไหนเลยที่ออกมาป่าวประกาศ หรือพยายามบอกเราว่า ตัวเองเป็นอย่างไร แต่เรารับรู้ ชื่นชม รับแรงบันดาลใจ รู้สึกอยากดำเนินรอยตาม จากสิ่งที่เราได้เห็น ได้รู้ ได้สัมผัสจริงจากการกระทำ จากสิ่งที่เราเห็นท่านเหล่านั้นทำ จากผลงานที่เราเห็นได้ รับรู้ได้จริงๆ

มีคนไม่น้อยที่เราเริ่มจากการศรัทธาในสิ่งที่เขาพูด แต่พอเราติดตามดูตัวตนของคนๆนั้น เราก็จะหมดศรัทธา หมดความชื่นชมไปเรื่อยๆจากผลการกระทำที่เราได้เห็นนั่นเอง

ดังนั้น บทเรียนสอนใจตัวเองที่อยากบันทึกไว้ในวันนี้ก็คือ ไม่ต้องบอกว่าเราเป็นยังไง เพราะมันไม่มีประโยชน์ที่จะพูด แต่การกระทำของเรานี่เองที่จะเป็นเครื่องหมาย เป็นหลักฐาน เป็น"เสียง"ที่ดังกว่าคำพูดใดๆ ว่าเราเป็นอย่างไร อยากบอกใครว่าตัวเองเป็นอย่างไรนั้นง่ายนิดเดียว ขอเพียงลงมือทำสิ่งที่ตัวเองคิด เวลาก็จะเป็นเครื่องพิสูจน์ให้เราเองว่า คนอื่นเห็นเราเป็นอย่างที่เราอยากให้เขาเห็นหรือเปล่า