ไม่ได้เขียน blog มาตั้งหลายวัน  ทำให้รู้สึกว่าขาดอะไรไปบางอย่าง และที่สำคัญพอเห็นปฏิทินการเขียน blog ของตัวเองที่ไม่ต่อเนื่องเหมือนข้าวโพดฟันหล่อเลย      ทำให้สำนึกเองว่าคงต้องมาจัดการกับตัวเองให้ดีให้ได้ก่อน  ก่อนที่จะไปส่งเสริมให้คนอื่นจัดการความรู้  

                เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา คุณพิมพร ศิริวรรณ แห่ง My Brand Agency ได้มาพบกับทีม สคส. เรา  คือ พี่หญิง พี่ธวัช (บัดดี้ดิฉันเองคะ) และดิฉัน    ด้วยมีวัตถุประสงค์ต้องการให้องค์กรต่างๆ ทั้งเอกชนและราชการ มีแนวคิดของการสร้างความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร (CSR : Corporate Social Responsibility) ในแบบที่รับผิดชอบต่อสังคมโดยให้สอดคล้องหรือเนียนไปกับการทำงานในองค์กร ไม่ใช่แค่รับผิดชอบสังคมแบบภายนอกเท่านั้น เช่น ให้เงินสนับสนุน จัดกิจกรรม จัดค่ายให้เด็กๆ  ปลูกป่า ช่วยเหลือผู้ประสบภัย ฯลฯ   แต่ควรรับผิดชอบสังคมแบบภายใน คือ รับผิดชอบสังคมในทุกกระบวนการทำงานในองค์กร เช่น การผลิตรถ ในกระบวนการผลิตก็ต้องคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมด้วย  พยายามคิดค้นหาวิธีที่จะประหยัดพลังงานที่สุด เช่น การคิดค้นนำ fuel cell มาใช้แทนเชื้อเพลิงน้ำมันซึ่งมีราคาแพงและกำลังจะหมดไป หรือเปลี่ยนจากการผลิตรถจักรยานยนต์ 2 จังหวะ เป็น 4 จังหวะ เพื่อลดมลพิษ  เป็นต้น    ซึ่งการทำ CSR ทั้งภายในและภายนอกองค์กรล้วนเป็นสิ่งดีทั้งสิ้น แต่ควรให้สอดคล้องกัน เช่น ไม่ใช่ว่าบริษัทผลิตกระดาษ แล้วรณรงค์ให้คนปลูกต้นไม้ โดยมีวัตถุประสงค์ที่แอบแฝง....รณรงค์ให้ปลูกต้นไม้เพื่อทำกระดาษหรือเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมจริงๆ ??? 

                ซึ่งสิ่งที่คุณพิมพร ต้องการให้ สคส. ช่วยคือทำอย่างไร บริษัทสมาชิก 24 บริษัท ซึ่งเป็นบริษัทเอกชนทั้งสิ้น จะทำ CSR แบบภายในองค์กร เพราะนอกจากจะดูแลสังคมแล้วยังดูแลพนักงานในองค์กรด้วย โดยมีบริษัทขับเคลื่อนหรือคุณอำนวย คือ My Brand Agency และ กล่องวิเศษ (ทั้ง 2 องค์กรนี้มาจากตาวิเศษ)   ทีม สคส. เราก็ได้แนะนำเบื้องต้นให้นำบริษัทสมาชิกทั้ง 24 มา ลปรร. กันโดยใช้เทคนิค storytelling ซึ่งเป็นเทคนิคยอดฮิดของ สคส. และได้ผลดี   และให้คัดเลือก best practice จากบริษัทที่ทำ CSR แบบภายในมาเพื่อเป็นกรณีศึกษาในการ ลปรร.

                 สิ่งที่ประทับใจจากการหารือในครั้งนี้คือ คุณพิมพร มาหารือกับ สคส. โดยไม่ได้มุ่งเป้าว่า สคส. จะต้องมาทำ KM ให้ทั้งหมด  เหมือนบางหน่วยงานที่ต้องการให้ สคส. ไปทำให้ทุกอย่าง      และอีกสิ่งที่ประทับใจคือไม่คิดว่าจะมีบริษัทเอกชนที่จะคำนึงถึงการรับผิดชอบสังคมแบบภายในองค์กรมากมายขนาดนี้เพราะส่วนใหญ่จะเห็นแต่การตอบแทนสังคมแบบภายนอกและมักทำตามกระแส ซึ่งไม่ต่อเนื่อง  เพราะส่วนใหญ่ทำ CSR เพื่อ PR บริษัท ไม่ได้หวังให้เกิดผลต่อสังคมอย่างแท้จริง...........    

ถ้าหากองค์กรทั้งหมดทำ CSR  ทั้งภายนอกและภายใน....สังคมเราคงน่าอยู่ขึ้นเยอะนะคะ