วันจันทร์ที่ ๑๕ ส.ค. ๕๔ ผมมี ๒ ประชุม มีคนพูดเรื่องอิสรภาพในการทำงานเพื่อเปิดโอกาสให้ความริเริ่มสร้างสรรค์ทำงานทั้ง ๒ ที่ กระตุกความรู้สึกของผมว่า เออหนอ ในสังคมไทยเราเต็มไปด้วยการบังคับกดดัน ทำให้เราขาดโอกาสสร้างสรรค์ไปอย่างน่าเสียดาย สังคมอำนาจนิยมทำให้คนโง่ลงไป เพราะอำนาจ หรือความสัมพันธ์แนวดิ่ง มันปิดกั้นบรรยากาศสร้างสรรค์โดยอัตโนมัติ
ตอนเช้า ผมไปประชุมเรื่อง “รวมพลังพัฒนาคุณภาพครู : หัวใจของการปฏิรูปการศึกษา” ที่ มรภ. สวนดุสิต จัดโดย สกศ., ร่วมกับ มูลนิธิเพื่อพัฒนาการศึกษาไทย และมูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาคุณภาพ พบ ดร. รุ่ง แก้วแดง ท่านถามผมว่าจะเป็นประธาน กกอ. ไปอีกนานเท่าไร (หมายถึงวาระไปสิ้นสุดเมื่อไร) ผมตอบว่า ไม่แน่นอน เพราะคิดจะลาออกอยู่ตลอดเวลา เนื่องจากไตร่ตรองแล้วผมไม่ถนัด และไม่สนุก เรื่องการทำงานแบบใช้อำนาจ
ผมฟังการประชุมช่วงเช้า แล้วรู้สึกสงสารครู โดยเฉพาะครูประถม ที่อยู่ในสภาพมีโครงการจากส่วนกลางไปให้ทำมากมาย จนมีการกล่าวว่าครูมัวทำโครงการของส่วนกลางจนไม่มีเวลาเอาใจใส่ลูกศิษย์ เห็นได้ชัดเจนว่า หากจะให้นักเรียนเรียนรู้ได้ดี โรงเรียนต้องมีบรรยากาศแห่งอิสรภาพ บรรยากาศเช่นนี้จะกระตุ้นจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ ทั้งของศิษย์และของครู แต่เวลานี้คล้ายๆ ระบบอำนาจสั่งการของราชการเป็นตัวทำลายบรรยากาศนี้
เรื่องถูกอำนาจสั่งการปิดกั้นความสร้างสรรค์นี้ ผมจะไม่ค่อยเข้าใจ เพราะเคยแต่ทำงานในมหาวิทยาลัย ซึ่งระบบอำนาจสั่งการไม่รุนแรง และผมก้มีวิธีเล็ดลอดบ้าง ดื้อดึงบ้าง ผ่อนปรนบ้างจนอยู่รอดมาจนอายุ ๕๐ จึงมาอยู่ สกว. ที่ตอนนั้นอำนาจรวมศูนย์ของราชการอย่าง กพร. ที่เอื้อมมาบงการยังไม่มี สกว. ในตอนนั้นจึงมีโอกาสสร้างสรรค์เต็มที่
ตอนบ่ายเป็นการประชุมคณะกรรมการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) มีการนำเสนอผลการประเมินการปฏิบัติตามนโยบาย รพสต. (โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล) โดย ศ. นพ. ไพบูลย์ สุริยะวงศ์ไพศาล ที่มีการเก็บข้อมูลกว้างขวางมาก สรุปได้ว่าในช่วง รมต. จุรินทร์ มีนโยบายที่ชัดเจนและว่องไว ในการสนับสนุน (๑) กายภาพและเครื่องมือ (๒) การจัดตั้งคณะกรรมการพัฒนา รพสต. โดยมี อปท. และผู้นำท้องถิ่นร่วมเป็นกรรมการ (๓) กลไกประสานงานส่วนกลาง (๔) เกณฑ์ประเมินผล แต่วิธีจัดสรรทรัพยากรไม่ยืดหยุ่น ไม่สอดคล้องกับความต้องการในพื้นที่
ศ. ไพบูลย์ ชี้ให้เห็นว่า อิสรภาพในการใช้ทรัพยากร (โดยมีการตรวจสอบที่เข้มแข็งป้องกันการรั่วไหล) จะเปิดช่องให้มีการใช้วิธีจัดการที่สร้างสรรค์ ซึ่งในพื้นที่มีมีศักยภาพที่จะจัดการเครือข่ายบริการสุขภาพชุมชนอยู่มากมาย มีตัวอย่างดีๆ ก็มาก หากให้อิสรภาพ การพัฒนาจะเร็วขึ้น และได้ผลดีต้อประชาชนยิ่งขึ้น
อิสรภาพแบบไร้แรงบันดาลใจ ก็คงจะนำไปสู่ความว่างเปล่า หรืออาจก่อความวุ่นวายสับสนด้วยซ้ำ อิสรภาพเฉยๆ คงจะไม่พอ ต้องมีเป้าหมายที่ทรงคุณค่าเป็นแรงดึงดูดความริเริ่มสร้างสรรค์ที่เป็นคุณสมบัติตามธรรมชาติของมนุษย์ออกมาทำงาน ในสภาพเช่นนั้น อิสรภาพก็จะเป็นตัวเอื้อโอกาสให้ทดลองทำงานด้วยวิธีการใหม่ๆ ที่ได้ผลกว่าเดิม
ทั้งหมดนี้คือสภาพการทำงานแบบ เคออร์ดิค
วิจารณ์ พานิช
๑๖ ส.ค. ๕๔
อิสรภาพทำงานสร้างสรรค์
ต้องไม่ปิดกั้นกดดันด้วยอำนาจ
คิดให้เขาทำเหลิงว่าฉลาด
แท้จริงคือพลาดหลงทางดีงาม
อิสรภาพพร้อมแรงบันดาลใจ
หนทางยิ่งใหญ่หนีความสับสน
เอื้อโอกาสให้สร้างกายใจตน
ผลิดอกออกผลงานงดงาม.