แม่นมผักหวานป่า

      

9’9’2011


          เนื่องในวโรกาสแห่งปีมหามงคลเฉลิมพระชนม์พรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงครบรอบ 84 พรรษา วันที่ 5 ธันวาคม 2554   สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ทรงครบรอบ 79 พรรษา วันที่ 12 สิงหาคม 2554 และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์

   “อุฑยานผักหวานป่า๔๔ ขอเชิญชวนพี่น้องชาวไทยทุกๆท่านร่วมทำความดี เพื่อน้อมเกล้าถวาย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ 

(พ่อหลวง-แม่หลวง ) พ่อรักษ์ดิน--แม่รักษ์น้ำ ลูกๆมาช่วยกัน สร้างป่าเพื่อผืนแผ่นดินให้ชุ่มเย็น   และสร้าง (รักษา) สายน้ำให้ใสบริสุทธิ์สืบไป…..

     ด้วยการปลูกผักหวานป่าสร้างป่าโครงการป่าชาวบ้านในพระราชูปถัมภ์ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี   

(สร้างความหลากหลายทางชีวภาพ) ในที่ดินของทุกๆท่าน ( สร้างชีวิต คน-พืช-และสัตว์ให้อยู่ร่วมกันด้วยความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ช่วยเหลือเกื้อกูลแบ่งปันซึ่งกัน  และกัน = ความสุขในแผ่นดิน )

     ขอพระองค์ทรงพระเจริญ ทรงพระเกษมสำราญ มีพระชนม์มายุยิ่งยืนนาน  

      ควรมิควรสุดแล้วแต่จะทรงโปรดฯ กรุณา 

                ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ                            


ข้าพระพุทธเจ้า อุฑยานผักหวานป่า๔๔ ”  บ้านหนองอ้อน้อย  ตำบลกุดน้ำใส  อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น 


                     

                           อุฑยานผักหวานป่า'๔๔

เจ้าของกิจการและผู้จัดการ: นายโอภาส ไชยจันทร์

                                        และนางศศิธร  ไชยจันทร์ดี

บ้านเลขที่:  51 หมู่ 7  บ้านหนองอ้อน้อย  ตำบลกุดน้ำใส    อำน้ำพอง  จังหวัดขอนแก่น  รหัสไปรษณีย์ 40310    เบอร์โทรศัพท์. 043-373152,081-0618299,086-0258940                                      

E-mail: [email protected]

 www.gotoknow.org/bolg/ChaiChanDee

                      

ที่ปรึกษา อ.ณัฎฐ์  อุตรวิเชียร

                            

                           -----------------------------

 

                         บทความที่ 3 

 

   ผักหวานป่า ช้างเผือกแห่งพงพนา  ราชินีแห่งพืชผัก

      นางเอกตลอดกาล เพราะเธอหวานทุกเวลา (ที่กิน) 

 

            ขึ้นชื่อว่าผักหวานป่าที่คู่กับไข่มดแดง ที่จะมียอดให้ชิมตั้งแต่ปีใหม่ไปจนถึงเข้าสู่ฤดูฝนของทุกๆ ปี(ตื่นนอน,ออกยอด,ออกดอก,ติดเมล็ด 6-8เดือน อีก4เดือน(เข้าพรรษา)นอนหลับ พักผ่อน เก็บแรงสะสมอาหาร ผักหวานป่าเป็นพืชในวงศ์ opiliaeae มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า melientha suavis Pierre ผักหวานป่านับว่าเป็นพืชป่าอีกชนิดหนึ่ง ที่มีกระจายประปรายอยู่ในเขตร้อนชื้น( แถบ-กลุ่มประเทศอินโดจีนได้แก่ ไทย,ลาว,กัมพูชา,พม่าและเวียดนาม ) มากบ้างน้อยบ้าง ขึ้นอยู่กับลักษณะสภาพป่า(ตัวบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์)

 

           สำหรับประเทศไทยผักหวานป่านับเป็นพืชผักท้องถิ่นอีกชนิดหนึ่งที่อยู่คู่ประเทศไทยมาเป็นระยะเวลาอันยาวนานตั้งแต่บรรพกาล  ซึ่งมีกระจายอยู่ทุกภาคของประเทศไทยส่วนมากจะอยู่ทาง ภาคเหนือ,ภาคอีสาน,ภาคกลาง ส่วนทางภาคใต้ มีเป็นบางพื้นที่เพราะผักหวานป่าจะชอบฤดูแล้งมากกว่าฤดูฝน  ด้วยความที่มีเอกลักษณ์อันโดดเด่น ในเรื่องของรสชาติที่หวาน มัน หอม กรอบนุ่ม ที่สำคัญเป็นต้นพืช-ผัก ที่มีอายุยืนยาวถึง100ปี และปลูกได้โดยไม่ต้องพึ่งพาสารเคมี ยิ่งได้เด็ด-เก็บ ยอด ใบ ดอก สดๆจากต้นมาปรุงอาหาร รสชาติความอร่อยนั้นบอกได้เลยค่ะว่า....“สุดยอดและยอดสุด”จริงๆ

 

             แต่ในยุคปัจจุบันผักหวานป่าที่อยู่ตามแหล่งธรรมชาติ-ป่าภูเขามีจำนวน ลดน้อยลง(เนื่องจากฝีมือมนุษย์ ขุดต้น-ขุดรากเพื่อมาปลูกและบริโภคอย่างไม่อนุรักษ์)ทำให้ผักหวานป่าที่ขายอยู่ตามท้องตลาดมีราคาค่อนข้างแพงตามไปด้วย  ซึ่งก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้คนที่ชอบรับประทานผักหวานป่าหันมาสนใจที่จะปลูกผักหวานป่าไว้เพื่อบริโภคเอง และจำหน่ายผลผลิต  แต่ก็พบอุปสรรคปัญหาตรงที่ ผักหวานป่าเป็นพืชป่า ที่ดูเหมือนจะปลูกง่าย แต่คนส่วนมากกลับปลูกไม่ค่อยได้ผล(ปลูกร้อยต้นตายเป็นร้อยต้นก็เยอะ ปลูกพันต้นตายเป็นพันต้นก็มี) 

       ดังนั้นจึงทำให้มีคำถามเกิดขึ้นว่าจะมีวิธีปลูกผักหวานป่าแบบไหน? ทำยังไง?จึงจะปลูกผักหวานป่าให้ได้ผลสำเร็จ ได้เก็บกิน-เก็บขาย(ไม่ตาย และเจริญเติบโต มีอายุยืนยาวเช่นเดียวกันกับต้นที่อยู่ตามธรรมชาติ)


             คำถามดังกล่าวทำให้ คุณโอภาส  ไชยจันทร์ดี  ตั้งใจที่จะหาคำตอบด้วยตัวเอง หลังจากเริ่มแรกที่ทดลองปลูกในสูตร-วิธีปลูก ผักหวานป่าที่มีอยู่ตามหนังสือตำรา ต่าง ๆ(ช่วงประมาณ ปี พ.ศ.2531 )  อาทิเช่นขุดหลุมลึก 50X50 ,30X30 ,กว้างเมตรลึกเมตร ปลวกเดือดร้อนฯลฯโดยเริ่มจาก ซื้อต้นกล้าจากคนที่นำพันธุ์ผักหวานป่ามาขายตามหมู่บ้าน

       ซึ่งสมัยก่อนราคาต้นกล้าผักหวานป่าอยู่ที่ ต้นละ4-5บาท จึงได้สั่งจองต้นพันธุ์เพื่อมาปลูกปีละ10,000-20,000 บาท จัดระเบียบแถวปลูกตามช่องว่างต้นมะขามหวานทุกขั้นตอนการปฏิบัติตามตำรา ทดลองอยู่ 4 ปี  หนุ่มช่างเชื่อม สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานดินแดง กรุงเทพฯ คิดจะปลูกต้นไม้ทำสวน เจอของหวานเข้าแล้ว เพราะการปลูกต้นไม้ให้เจริญเติบโตนั้นมันไม่ง่ายอย่างที่คิด รวมทั้งไม่มีความรู้ด้านการเกษตร มีแต่หัวใจที่ผูกพัน กับธรรมชาติในวัยเด็ก  

 

           จากประสบการณ์ที่ตัวเองปลูกต้นกล้าผักหวานป่าแล้วตายเรียบและจากการได้ไปพบญาติพี่น้องที่เป็นเกษตรกร ผู้สูงอายุใครๆก็เอ่ยปากเกี่ยวกับผักหวานป่าว่า เป็นพืชที่ปลูกยากมากใครๆก็ปลูกไม่ได้ คงไม่มีใครสามารถปลูกได้หรอก  (ดูเหมือนยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ บวกกับสภาพดินภายในสวนของตนเองเป็นดินเหนียวลูกรังไม่สามารถปลูกพืชอย่างอื่นได้ แค่จะปลูกกล้วยพื้นบ้านไว้กินเองยังยาก)

 

            ประมาณปี พ.ศ.2536 หนุ่มช่างเชื่อมออกจากบ้าน-พัก(หยุด)จากภาคปฏิบัติ(ตามตำรา) ไปตามหา วิธีปลูกผักหวานป่าในธรรมชาติ (อุทยานแห่งชาติภูเก้า-ภูพานคำ จังหวัดขอนแก่น) ก็ทำให้ได้พบคำตอบในเบื้องต้นที่พอจะเป็นแนวทางการปลูก สำหรับพืชที่ชื่อผักหวานป่า.  

      ปี พ.ศ.2537  กับภาคการปฏิบัติ ในการค้นหาคำตอบสูตรวิธีปลูกผักหวานป่าตามแนวทางให้ธรรมชาติ เป็นครู( ปลูกแล้วตายคือไม่ใช่ แต่ถ้าปลูกแล้วรอดแปลว่ามาถูกทาง )

(เรื่องราวการเดินทางของชีวิตที่ทุ่มเทเพื่อเรียนรู้และทำความรู้จักกับพืชที่มีชื่อว่าผักหวานป่าของดิฉันกับคุณโอภาส ไชยจันทร์ดี ได้พบเจออะไรมาบ้างจะได้นำมาเล่าสู่กันฟังในโอกาสต่อไปค่ะ  อย่างน้อย เพื่อจะได้เป็นแรงใจให้กับคนที่กำลังปลูกผักหวานป่า และทำให้ทุกคนได้รู้จักกับพันธุ์ไม้ที่ชื่อผักหวานป่าดียิ่งขึ้น เพื่อเกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้มุมมองประสบการณ์ซึ่งกันและกัน)   

        

         จากวันนั้นมาจนถึงวันนี้ พ.ศ.2531- พ.ศ.2554 ประโยคคำถามเพียงไม่กี่ข้อแต่ต้อง ใช้เวลายี่สิบกว่าปีกับคำตอบที่ได้มาในวันนี้คือ สูตร-วิธีปลูกผักหวานป่าที่ประหยัดที่สุด (จากพื้นที่ๆไม่มีต้นผักหวานป่าจะทำให้มีต้นผักหวานป่าเขียวขจีตามธรรมชาติ1,000-10,000 ต้นได้อย่างไร? จากสภาพพื้นที่ ดินทราย  ดินเหนียว  ดินลูกรัง  พื้นที่แห้งแล้งเช่นภาคอีสานจะปลูกผักหวานป่าได้อย่างไร? ปลูกผักหวานป่ากับต้นไม้อะไร? และให้ปุ๋ยแบบไหน?จึงจะทำให้ผักหวานป่าที่ปลูกโตเร็ว. ปลูกผักหวานป่าอย่างไรจึงจะช่วยอนุรักษ์ธรรมชาติ และปลูกผักหวานป่าวิธีไหนที่ต้นทุนต่ำที่สุด ประหยัดเวลาที่สุด ให้ผลตอบแทนเร็ว และอายุยืนที่สุด  ทุกแนวทางปฏิบัติกับการปลูกผักหวานป่าให้ประสบผลสำเร็จได้เก็บกิน-เก็บทาน-เก็บขาย ทุกคำตอบอยู่ที่นี่….“ อุฑยานผักหวานป่า’๔๔ ”

 

      เกี่ยวกับบทความที่สามนี้“ อุฑยานผักหวานป่า’๔๔ ” ขอนำความรู้สูตรวิธีปลูกผักหวานป่าที่ประหยัดที่สุด มาเผยแพร่ให้กับพี่น้องเกษตรกร และทุกท่านผู้มีใจรักษ์ผักหวานป่า  รักษ์รักษ์ธรรมชาติ ให้ได้นำไปปฏิบัติ เพื่อผลิตอาหาร(เลี้ยงโลก) สร้างฐานเศรษฐกิจพอเพียงให้กับชีวิต.. "ช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับแผ่นดินไทยของเรา"

 

        ในวันนี้ดิฉัน นางศศิธร  ไชยจันทร์ดี (ในฐานะผู้รับไม้ต่อ ) ขออาสาเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้สูตร-วิธีปลูกผักหวานป่าที่ประหยัดที่สุดดังกล่าว จากการทบทวนความรู้ประสบการณ์ที่ได้ปฏิบัติในการปลูกผักหวานป่า ซึ่งทำร่วมกันมากับ คุณโอภาส ไชยจันทร์ดี ในทุกขั้นตอนวิธีการตั้งแต่ ปีพ.ศ.2540-2554  ในปัจจุบัน. 

 

      แปลงปลูกต้นแบบสูตร-วิธีปลูกผักหวานป่าคู่กับต้นตะขบ ที่เห็นผลอย่างชัดเจนในสูตร-วิธีปลูกที่ประหยัด  ที่สุด ตั้งอยู่ที่ “ อุฑยานผักหวานป่า’๔๔”  บ้านเลขที่ 51  หมู่ 7 บ้านหนองอ้อน้อย เทศบาลตำบลกุดน้ำใส  อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น 40310   โทร  043-373152,  081-0618299,  086-0258940  ( อยู่ห่างตัวเมืองขอนแก่นไปทางจังหวัดอุดรธานี 31 กิโลเมตร(ทางเลี้ยวหลักกิโลเมตรที่31จากจังหวัดขอนแก่น) จากถนนมิตรภาพขอนแก่น-อุดรธานี เข้ามาที่ อุฑยานผักหวานป่า'๔๔ เพียง 1 กิโลเมตร) 


         สูตร-วิธีปลูกผักหวานป่าที่ได้เผยแพร่-ถ่ายทอดความรู้ให้กับผู้ที่มาศึกษาดูงาน และนำต้นกล้าที่เพาะจาก “ อุฑยานผักหวานป่า’๔๔” ไปปลูกจากการเก็บข้อมูล และติดตามผลจากบันทึกสมุดเยี่ยม (ข้อมูลชื่อบุคคล-สถานที่ปลูก จำนวนต้นที่ปลูก-ในสูตรคู่กับต้นตะขบ ) ผู้ปลูกประสบความสำเร็จ กับการปลูกผักหวานป่าแล้วในหลายพื้นที่ ( เป็นพื้นที่ไหนบ้าง จะได้นำข้อมูลมาเผยแพร่-เล่าสู่กันฟังในโอกาสต่อไปค่ะ ขณะนี้อยู่ระหว่างการเก็บรวบรวมข้อมูล รูปแบบต่างๆของแปลงปลูก และผลการเจริญเติบโตของต้นผักหวานป่าที่ปลูกตามช่วงอายุ)    

 

       ในการที่จะปลูกผักหวานป่าให้ประสบความสำเร็จ (2 ปีเก็บกิน 3ปีเก็บทาน-เก็บขาย) ตามสูตร-วิธีปลูกของอุฑยานผักหวานป่า”๔๔ หลายท่านคงจะทราบดีว่าพืชพี่เลี้ยงที่ให้ร่มเงา โดยปลูกคู่กันกับต้นผักหวานป่า ซึ่งเป็นสูตรทรัพย์สินทางปัญญาที่ได้จากการค้นคว้าตามหาสูตร-วิธีปลูกผักหวานป่า ทั้งวิธีหยอด(ปลูก)ด้วยเมล็ด  และวิธีปลูกด้วยต้นกล้าที่เพาะจากเมล็ด  นั่นก็คือ ต้นตะขบ(แม่นมผักหวาน) อยู่ในวงศ์  tiliceae มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า  muntingia  calabural   ชื่อท้องถิ่น มะแกว๋น(ภาคเหนือ) กือคุ(มลายู) ครบ(ปัตตานี)  หมากตากบ,ตะขบบ้าน(ภาคอีสาน)


           สูตรวิธีปลูกผักหวานป่าด้วยเมล็ดและปลูกโดยต้นกล้าในการเจริญเติบโตของผักหวานป่าที่ปลูกนั้นไม่แตกต่างกัน (โตเหมือนกัน) แต่ข้อแตกต่างจะอยู่ที่ เวลาและความพร้อมของผู้ปลูกที่จะเลือกปลูกผักหวานป่าโดยวิธีใดมากกว่าซึ่งพอจะจำแนกออกได้ดังนี้

 

   ข้อสังเกตบางประการในการปลูกผักหวานป่าด้วยวิธีหยอดเมล็ด 

      1. ข้อดีของการปลูกผักหวานป่าด้วยวิธีหยอดเมล็ด

         -  ประหยัดต้นทุน ( เมล็ดพันธ์ -- ค่าแรง )

         -  ประหยัดเวลา ใช้เวลาไม่นานในการปลูก

         -  ช่วยอนุรักธรรมชาติเนื่องจากใช้เมล็ดในการปลูก ทำให้ต้นผักหวานที่อยู่ตามธรรมชาติถูกทำลายน้อยลง

         -  ประหยัดแรงงานปลูกได้ 1,000-10,000 ต้น ด้วยคนเพียงคนเดียว

   2. ข้อจำกัดของการปลูกผักหวานป่าด้วยเมล็ด 

        - มีระยะเวลาที่จำกัดคือภายใน7-10วัน นับจากที่เก็บเมล็ดสุกของผักหวานป่าลงมาจากต้นจะต้องรีบนำลงปลูก หากเกินกว่าระยะเวลาดังกล่าวมีผลต่ออัตราการงอกที่ลดต่ำลงเรื่อยๆจนไม่งอก

 

   ข้อสังเกตบางประการในการปลูกผักหวานป่าโดยต้นกล้า                        

  1.ข้อดีของการปลูกผักหวานป่าโดยต้นกล้าที่เพาะจากเมล็ด 

      - มีระยะเวลาการปลูกที่นานกว่า วิธีหยอด(ปลูก)ด้วยเมล็ด คือปลูกได้นับจากเมล็ดผักหวานป่าที่เพาะเริ่มงอก-ระยะถั่วงอก ตั้งแต่เดือนมิถุนายน-กุมภาพันธ์ ของทุกปี(9-10 เดือน) สามารถหาซื้อเมล็ดพันธ์ผักหวานป่ามาทำการเพาะเอง เพื่อทำการปลูก เพื่อลดต้นทุน

  2.ข้อจำกัดของการปลูกผักหวานป่าโดยต้นกล้าที่เพาะจากเมล็ด 

     -  ใช้ระยะเวลานานในขั้นตอนของการปลูก

     -  ยากลำบากเกี่ยวกับการขนย้ายต้นกล้าผักหวาน 

 

          ทั้งนี้ไม่ว่าจะปลูกโดยวิธีหยอดด้วยเมล็ดหรือโดยต้นกล้าที่เพาะ ต้นทุนย่อมต่ำกว่าและได้ผลดีกว่า สิ่งสำคัญคืออายุที่ยืนยาวกว่าการปลูกโดยกิ่งตอน  รวมถึงได้ช่วยอนุรักษ์ผักหวานป่าที่อยู่ตามธรรมชาติ-ป่าภูเขา ที่สาธารณะจากการขุดล้อมต้นผักหวานรุ่นพ่อแม่ และขุดต้นผักหวานรุ่นลูกต้นเล็กๆที่เกิดจากราก ขุดรากมาชำ(เพื่อขายและปลูก) 

  (ติดตามอ่านความต่อเนื่องของเนื้อหาบทความสูตรปลูกผักหวานป่าที่ประหยัดที่สุด ได้ในตอนที่2 ค่ะ)