“เข้ากับออก....เป็นของคู่กัน หากทางนี้เป็น “ทิศตะวันออก” ทางนั้นก็น่าจะเรียกว่า “ทิศตะวันเข้า” นะค่ะ เพราะว่าดวงอาทิตย์มันเข้าไปทางนั้นจริงๆ”

 

 

 

 

เรื่องของลูกสาว :

ทิศตะวันเข้า

 

 

น้องเพียงพอ ตอน 4 ขวบ

        

           
          “คุณพ่อขา!  ด้านนั้นเรียกว่าทิศอะไรค่ะ?”  น้องเพียงพอถามผม พร้อมทั้งชี้นิ้วไปทางทิศตะวันออกซึ่งพระอาทิตย์ยามเช้ากำลังโผล่พ้นจากยอดดอยสูง
          “ทิศตะวันออกจ๊ะ”  ผมตอบเธอ
          “ทำไมถึงเรียกว่าทิศตะวันออกละค่ะ?”  เธอถามต่อไปอีก
          “ก็เพราะว่าตอนเช้าดวงอาทิตย์จะออกทางทิศนี้นะลูก”
          “แล้วด้านนั้น เรียกว่าทิศอะไรค่ะ?”  เธอถาม พร้อมทั้งชี้นิ้วไปทางทิศตะวันตก
          “อ๋อ!  ด้านนั้นเขาเรียกว่าทิศตะวันตกจ๊ะ”  ผมบอกเธอ
          “อ้าว! ทำไมถึงเรียกว่า “ทิศตะวันตก” ละค่ะ? ทำไมถึงไม่เรียก“ทิศตะวันเข้า” ละค่ะ?”  เธอยิงคำถามใส่ผมอย่างไร้เดียงสา
         
           มึนครับมึน.....เจอคำถามแบบนี้เข้า  ทำเอาผมตอบไม่ได้และไปไม่ถูกเลยจริงๆ  (คิคิคิ)
        
           “เอ่อ!......คือ....คือว่า......ตอนเย็นดวงอาทิตย์จะตกทางนี้นะลูก  เขาก็เลยเรียกด้านนี้ว่า “ทิศตะวันตก” จ๊ะ” ผมตอบเธอไปแบบน้ำขุ่นๆ  ในขณะที่ร่างกายเริ่มจะรู้สึกร้อนขึ้นมาเล็กน้อย
          “เข้ากับออก....เป็นของคู่กัน  หากทางนี้เป็น “ทิศตะวันออก” ทางนั้นก็น่าจะเรียกว่า “ทิศตะวันเข้า” นะค่ะ  เพราะว่าดวงอาทิตย์มันเข้าไปทางนั้นจริงๆ”   เธอบอก
         
          ร้อนครับร้อน.....ถึงตอนนี้ทำให้ผมรู้สึกร้อนผ่าวๆ และเริ่มจะมีเหงื่อไหลซึมออกมาจากหน้าผากเล็กน้อย  (คิคิคิ)
         
           “เอ่อ! ....คือว่า......”  ขากรรไกรผมเริ่มแข็ง จนทำให้ออกอาการตะกุกตะกัก
          “น่าจะเปลี่ยนทิศตะวันออกเป็น “ทิศตะวันขึ้น” นะค่ะ  จะได้คู่กับ “ทิศตะวันตก”  เพราะ “ขึ้น” กับ “ตก”  ต้องคู่กันค่ะ  จะได้เหมือน “ทิศเหนือ” กับ “ทิศใต้” ยังไงค่ะ”    ยังไม่ทันที่ผมจะตอบอะไรออกไป เธอก็ชิงอธิบายให้ผมฟังไปก่อนเรียบร้อยแล้ว 
        
          ทึ่ง....อึ้ง....และอัศจรรย์มากครับ  คิดไม่ถึงจริงๆ เลยครับว่าเด็กน้อยอายุเพียง 6 ขวบกว่าๆ อย่างน้องเพียงพอ จะมีมุมมองที่แปลกๆ และถามคำถามง่ายๆ แต่กลับทำให้ผู้ใหญ่อย่างผมตอบไม่ได้เลย และแทบจะต้องมุดแผ่นดินหนีไปดื้อๆ เสียตอนนั้นเลย.....น่าอายแท้ๆ เลย  (คิคิคิ)
         
          “หนูอยากรู้จังเลยค่ะ ว่าใครน่ะเป็นคนตั้งชื่อ “ทิศ” ต่างๆ อย่างนั้น?”  เธอถามอีก ด้วยความสงสัย
          “เอ่อ!.....คือว่า.....คนยุคโบราณเมื่อหลายพันปีก่อนเป็นคนตั้งชื่อนะลูก พ่อเกิดไม่ทัน เลยไม่รู้ว่าคนที่ตั้งหรือเรียกชื่อเป็นคนแรกคือใคร”   ผมมั่วไปแบบน้ำขุ่นๆ อีกจนได้
        
          เมื่อถึงตอนนี้....ผมก็เกิดความรู้สึกว่าอยากจะเข้าไปนั่งอยู่ในเครื่อง Time Machine จังเลย เพื่อจะได้ย้อนเวลากลับเข้าไปตามหาบรรพบุรุษหรือต้นตระกูลของคนไทยคนแรกที่เริ่มต้นเรียกชื่อทิศต่างๆ เป็นคนแรก.....หากรู้ตัวน่ะ  จะขอเขกกระโหลกบรรพบุรุษคนนั้นสัก 2-3 ที....โทษฐานที่เรียกชื่อทิศแบบไม่สมเหตุสมผล จนทำให้ผมตอบคำถามลูกสาวไม่ได้.....คิคิคิ
         
         “คุณพ่อขา!?”   เธอเรียกผม  คล้ายๆ กับจะถามอะไรเพิ่มเติมอีก
         “เอ่อ!  เจ็ดโมงกว่าแล้ว  เดี๋ยวหนูรีบไปแต่งตัวเลยนะลูก  พ่อจะได้ส่งหนูกับน้องแพรวพราวไปโรงเรียนจ๊ะ”  ผมชิงตัดบทขึ้นเสียก่อน  เนื่องจากหากปล่อยให้เธอถามต่ออีก  ไม่รู้ว่าจะทำให้ “เขากวาง” บนหัวของผมงอกยาวเพิ่มขึ้นมาอีกมากน้อยสักเพียงใด ...... คิคิคิ
         
        
         สักพักหนึ่ง..... น้องเพียงพอกับน้องแพรวพราวก็แต่งตัวเสร็จและเดินมาขึ้นรถมอเตอร์ไซค์ที่ผมติดเครื่องรออยู่หน้าบ้าน จากนั้นผมก็พาเธอไปส่งที่โรงเรียน
         ตลอดทาง.....สาวน้อยสองพี่น้องพากันร้องเพลง “กรุณาฟังให้จบ” ของ “แช่ม  แช่มรัมย์”  ด้วยความสนุกสนานบันเทิงใจ  จนทำให้ผมพลอยมีความสุขใจตามไปด้วย
        
       
         ภูมิใจและดีใจจัง..... ที่มีลูกสาวเก่งและอารมณ์ดีตลอดปีและตลอดชาติ.....อย่างนี้

 

 

 

พระอาทิตย์ยามเช้า

พระอาทิตย์ยามเย็น

 

(ภาพพระอาทิตย์....นำมาจากอินเทอร์เนต ขอบคุณเจ้าของภาพไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับ)

 

 

 

เพลง      "กรุณาฟังให้จบ"

ร้องโดย      "แช่ม   แช่มรัมย์"