ความคาดหวังในการเรียนวิชาสัมนา 

ดิฉันคิดว่าหากได้เรียนวิชานี้แล้วคงจะมีประสบการณ์เพื่มขึ้นและยังเป็นการฝึกฝนตัวเองด้วย(อย่างน้อยก็รู้ว่าหากจะสัมนาต้องทำอย่างไร) เช่น

1. รู้จักคิด เขียน พูดนำเสนอ ในงานทางวิชาการว่าต้องเขียนอย่างไร พูดอย่างไรให้คนอื่นรู้เรื่องกับเรา  การเขียนที่ถูกต้อง การนำเสนอที่ถูกต้องเหมาะสมและต้องเป็นที่ดึงดูดความสนใจเพราะงานวิชาการเป็นเรื่องค่อนข้างเครียด จึงต้องเพิ่มความสนใจด้วยการนำเสนอที่สนุกและทันสมัยหวังว่าการเรียนวิชานี้แล้วคงจะเปลี่ยนเรื่องเครียดให้เป็นเรื่องที่สนุกที่ไม่ไร้สาระได้

2. รู้จักการค้นหาแหล่งของข้อมูลที่ได้จากแหล่งอื่นๆมากขึ้น เช่น งานวิจัยจากแหล่งข้อมูล บนอินเตอร์เนต

3. กล้าแสดงออก กล้าพูดในสิ่งที่คิด กล้าถามสิ่งที่ไม่เข้าใจ ต่อหน้าผู้คนมากขึ้น บุคลิกที่น่าเชื่อถือเหมาะสมว่าต้องวางตัวอย่างไร ฝึกการนำเสนอการออกเสียงภาษาไทย ภาษาอังกฤษให้ถูกต้องและชัดเจน

4. เป็นการเปิดกว้างขององค์ความรู้และเค้าโครงวิจัยเพราะในแต่ละคนจะนำเสนอหัวข้อที่ต่างกัน เราก็จะได้ความรู้มากขึ้นไม่ใช่รู้แค่หัวข้อตัวเอง

5. ฝึกภาษาอังกฤษไปในตัว การอ่านภาษาอังกฤษดีขึ้น แปลรู้เรื่อง ให้คุ้นกับศัพท์เฉพาะ คุ้นกับประโยค ฝึกดึงเนื้อหาที่เขาอยากสื่อให้เรารู้ หากจะแปลให้รู้เรื่องคือเราต้องมีความรู้ในเรื่องนั้นๆด้วย

6. รู้จักวิธีหาเอกสารอ้างอิงที่น่าเชื่อถือ และเขียนอ้างอิงเป็น ซึ่งไม่ใช่ว่าจะเขียนอย่างไรก็ได้

7. รู้จักไปหาผู้รู้หากไม่เข้าใจ เค้าจะได้ช่วยแก้ปัญหาและช่วยเราได้ ไม่ใช่ว่าจะเดาสุ่มไปทำให้เกิดความเข้าใจผิดต่อไปได้ เป็นการฝึกเข้าหาคนหรือปฏิสัมพันธ์

 

 

ได้เรียนรู้อะไรบ้างจากผู้สอนและเพื่อนๆร่วมการสัมนา

1. เรียนรู้เรื่องการเขียนหัวข้อวิทยานิพนธ์ เค้าโครงวิจัย เนื่องจากเราได้เรียนรู้จากเพื่อนๆในห้อง และเอามาเป็นตัวอย่างกับของตนเอง  และมีวิสัยทัศน์ในการเขียนเค้าโครงวิจัยมากขึ้น

2. ได้เรียนรู้เทคนิคการเรียนรูปแบบใหม่ๆ ไม่ซ้ำซาก ทั้งการเรียนออนไลน์ โดยใช้ Gotoknow การเล่นเกมส์ต่างๆ เช่น เกมส์ต่อคำศัพท์  ได้เรียนรู้ความคิดสร้างสรรค์จากการต่อคำศัพท์ของเพื่อนในห้อง การร้องรำทำเพลง เช่น เพลงต่างๆ โดยเฉพาะเพลงภาษาอังกฤษ และมีการทำท่าทางประกอบเพลงด้วย ทำให้เกิดความเพลิดเพลิน และเกิดความสามัคคีขึ้นในหมู่คณะ  การทำกิจกรรมกลุ่ม กิจกรรมคู่ และกิจกรรมเดี่ยว  ทำให้การเรียนเรื่องเครียดๆ กลับสนุกสนาน

3. ได้การปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนในห้องเรียน ได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ร่วมกัน ในการทำกิจกรรมกลุ่ม  พร้อมทั้งนี้ได้กล้าแสดงออก

4. ได้แหล่งข้อมูลเรียนรู้เพิ่มเติมขึ้นเยอะมาก จากเวปไซด์ที่อาจารย์นำมาเสนอ ทั้งเกมส์ต่างๆ เพื่อนำไปเป็นตัวอย่างให้นักเรียนนำไปเรียนรู้ในห้องเรียนต่อไป

5. ฝึกภาษาอังกฤษ จากสื่อต่างๆ เช่น เพลง ได้เรียนรู้ศัพท์เฉพาะ  จากการเรียนในห้อง ฝึกแต่งประโยค และนำเสนองานเค้าโครงวิจัยเป็นภาษาอังกฤษ ฝึกทักษะการพูดภาษาอังกฤษ

6. ฝึกการเป็นผู้นำทางความคิด โดยนำเสนอแนวคิด การวิเคราะห์ของ ตนเองแก่ผู้อื่น

 กล้าแสดงออก กล้าพูดในสิ่งที่คิด กล้าแสดงความคิดเห็นต่อส่วนรวม

7. ได้ฝึกการประเมินผลการการนำเสนอของเพื่อนๆ ในห้องเรียน

8. ฝึกกระบวนการแบ่งงานกันทำในการปฏิบัติงานนำเสนอในวันที่มีการนำเสนอเค้าโครงวิจัย

9. ฝึกให้มีความรู้ ความสามารถ และทักษะในการเขียนเอกสารทางวิชาการ

 

 

 

จะนำเอาความรู้ที่ได้จากการสัมนาไปใช้อย่างไร 

1. นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน คือ เปลี่ยนเรื่องเครียดๆทำให้สนุกสนาน

2. นำไปประยุกต์ใช้ในห้องเรียน คือ ฝึกการเรียนการสอนให้นักเรียนสามารถมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น จากการเล่นเกมส์ ทำกิจกรรมกลุ่ม

3. นำกระบวนการคิดมาปรับใช้กับชีวิตประจำวัน ในการวางแผนทำงานต่างๆ

4. ผู้จัดสัมมนาหรือผู้เรียนสามารถจัดสัมมนาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

5. ผู้เข้าร่วมสัมมนา ได้รับความรู้ แนวคิดจากการสัมมนา สามารถนำไปปรับใช้ในการทำงานและชีวิตส่วนตัวได้

6. ผลจากการที่ผู้เข้าร่วมสัมมนาได้รับความรู้และความสามารถมากขึ้นจากการสัมมนา ช่วยทำให้ระบบและวิธีการทำงานมีประสิทธิภาพสูงขึ้น

7. การจัดสัมมนาจะช่วยแบ่งเบาภาระการปฏิบัติงานของผู้บังคับบัญชา เพราะผู้ได้บังคับบัญชาได้รับการสัมมนา ทำให้เข้าใจถึงวิธีการปฏิบัติงานตลอดจนปัญหาต่างๆ และวิธีการแก้ไขปรับปรุงและพัฒนางานให้ได้ผลดี

8. เป็นการพัฒนาผู้ปฏิบัติงานให้พร้อมอยู่เสมอ ที่จะก้าวไปรับตำแหน่งที่สูงกว่าเดิม หรืองานที่จำเป็นต้องอาศัยความรู้ทางด้านเทคโนโลยีใหม่ ๆ ซึ่งผู้ปฏิบัติงานจะไม่รู้สึกลำบากในการปรับตัว เพราะได้รับความรู้ใหม่ ๆ ตลอดเวลา

9. เกิดความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ เป็นผลให้เกิดแรงบันดาลใจมุ่งกระทำกิจกรรมอันดีงามให้สังคม10. สามารถสร้างความเข้าใจอันดีงามต่อเพื่อนร่วมงาน มีมนุษย์สัมพันธ์ เกิดความร่วมมือร่วมใจในการทำงาน สามารทำงานเป็นทีมได้เป็นอย่างดี

11. เกิดความกระตือรือร้น กล้าคิด กล้าทำ กล้าตัดสินใจ มีความรับผิดชอบ รู้จักยอมรับความคิดเห็นของผู้อื่น รู้จักใช้ดุลยพินิจวิเคราะห์ปัญหา สามารถแก้ปัญหาในการทำงานและเกิดภาวะผู้นำ

12. การสัมนาช่วยส่งเสริมการวิจัยช่วยให้เกิดวิทยาการใหม่ ๆ เพิ่มพูนมากยิ่งขึ้นทั้งทางด้านทฤษฎีและปฏิบัติ

13. การสัมมนาจะทำให้ทราบข้อเท็จจริงต่าง ๆ ซึ่งนำมาใช้เป็นประโยชน์เพื่อการปรับปรุงหรือพัฒนาบุคคลและหน่วยงานต่าง ๆ ให้เจริญก้าวหน้าดียิ่งขึ้น

14. การสัมนาสามารถช่วยในด้านการกำหนดนโยบาย การวางแผนงาน การตัดสินปัญหาหรือการวินิจฉัยสั่งการของผู้บริหารให้เป็นได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว

15. การสัมนาจะช่วยกระตุ้นบุคคลให้มีเหตุผล รู้จักคิด และค้นคว้าหาความรู้อยู่เสมอ

16. การสัมมนาสามารถตอบคำถามที่ยังคลุมเครือให้กระจ่างชัดยิ่งขึ้น

17. การสัมนาทำให้มีผลงานทางการสัมนาเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะช่วยเสริมให้ทราบข้อเท็จจริงได้กว้างขวางและแจ่มชัดยิ่งขึ้น

18. เป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูล ข่าวสารระหว่างผู้เข้าสัมมนา ทำให้มีความเข้าใจข้อเท็จจริงต่างๆดีขึ้น ซึ่งจะทำให้เกิดความร่วมมือเพื่อความสำเร็จต่อไป

19. เป็นการร่วมกันแก้ปัญหาโดยผนึกความคิด ความรู้และประสบการณ์ของคนหลายคนเข้าด้วยกัน ซึ่งย่อมได้ผลดีกว่าคนๆเดียว และเป็นการชักจูงให้หลายคนเข้ามามีส่วนร่วมในการรับผิดชอบ

20. ก่อให้เกิดความรู้สึกร่วมแรงร่วมใจ มีความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมนั้นๆ เพราะได้รับทราบเรื่องราว และมีส่วนเป็นผู้กำหนดเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวเหล่านั้นอยู่ด้วย

21. เป็นการชวยผ่อนผันหรือทุเลาปัญหาที่ยังไม่สามารถแก้ไขได้ เพราะผู้เข้าสัมมนาที่มีปัญหาได้มีโอกาสระบายความอัดอั้นตันใจบ้างแล้ว

22. เป็นการช่วยให้ผู้เข้าสัมมนาได้ฟังความคิดเห็นของผู้อื่น ซึ่งจะทำให้มีทัศนะที่กว้างขวางขึ้นและเกิดแนวคิดของตนเอง

23. ช่วยในการประสานงานได้ดี ถ้าผู้เข้าสัมมนาจากสถานที่หลายแห่งด้วยกัน ความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นในระหว่างประชุมกลุ่มย่อยจะช่วยให้มีความเข้าอกเข้าใจเห็นอกเห็นใจกันยิ่งขึ้น

24. เป็นคุณประโยชน์ที่ตรงตัวมากที่สุดสำหรับการส่งบุคลากรภายไปเข้ารับการอบรมสัมมนา เพราะความรู้บางอย่างก็ไม่ใช่สิ่งที่จะหาอ่านได้จากตามหนังสือทั่วๆไป โดยเฉพาะความรู้ที่มีชื่อว่า “ประสบการณ์ตรง” ที่จะได้รับฟังจากผู้เชี่ยวชาญในสาขานั้นๆในการเข้าร่วมสัมมนา

25. แน่นอนว่าองค์ความรู้ใหม่ๆที่ได้รับจากการไปอบรมสัมมนาจะต้องย้อนกลับมาสร้าง เป็นอาวุธทางความคิดที่ได้จาการเข้าอบรมสัมมนานั่นเอง