"โลดทะนงแดง" สมุนไพรมารักษาคนถูกงูกัดให้รอดชีวิต

  เมื่อคราวที่ไปประชุมใหญ่ประจำปีของสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา นวมินทราชีนี ทั่วประเทศ ผู้เขียนได้ฟังเรื่องราวของ"โลดทะนงแดง" จากวิทยากรผู้อำนวยการโรงพยาบาลพนมดงรัก จ.สุรินทร์ และแผนโบราณชายสูงอายุที่พูดจาฉาดฉาน ตามสำเนียงคนอีสาน และพวกเราทั้งห้องประชุมได้พร้อมใจกันปรบมือผลงานของท่านทั้งสอง ที่เปิดใจยอมรับซึ่งกันและกัน โดยคุณหมอแผนโบราณ นำ"โลดทะนงแดง" สมุนไพรมารักษาคนถูกงูกัดให้รอดชีวิต ทุกคน ที่สำคัญ ท่านผู้อำนวยการได้เชิญท่านให้มาใช้โลดทะนงแดงรักษาคนไข้ที่โรงพยาบาลของรัฐ โดยท่านร่วมทำการวิจัยเพื่อสนับสนุน ให้มีการยอมรับ"โลดทะนงแดง" ให้มาเป็นพระเอกในการรักษาผู้ถูกงูกัด และแมลงสัตว์กัดต่อยอย่างภาคภูมิ ตราบเท่าทุกวันนี้

   ท่านใดสนใจ ขอเชิญอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ค่ะ

 ผู้เขียนตั้งใจฟังเป็นพิเศษ เพราะช่วงนั้น หลานสาวถูกงูกัด ได้ส่งตัวรักษาที่โรงพยาบาลประจำจังหวัด หวังพึ่งแพทย์แผนปัจจุบัน แต่เมื่อเห็นภูมิรู้และการรักษาที่แพทย์แผนปัจจุบัน มีการเปลี่ยนไป จนรู้สึกไม่สบายใจ คือ ไม่มีการดูงูที่นำไปด้วย ว่าเป็นงูพิษชนิดใด นอกจากนี้ การจะให้เซรุ่มแก้พิษงูแก่คนไข้นั้น ต้องรอให้มีอาการทางประสาทที่ค่อนข้างจะรุนแรงไปหน่อย คือรอให้หนังตาตก หรือหายใจติดขัด ซึ่งเป็นความทรมานใจของญาติๆอย่างยิ่ง

  แต่ผิดกับการรักษาด้วยสมุนไพร แบบแผนโบราณ ที่มีความฉับไวทันท่วงที และและคนไข้และญาติๆ มีความรู้สึกสบายใจขึ้น

 ยาสมุนไพร สมารถนำติดตัวไปได้ทุกหนทุกแห่ง การเรียนรู้การใช้ ก็ง่ายดาย จึงคิดว่าน่าจะมีการเผยแผ่ความรู้การแพทย์แผนไทยนี้ ไปให้มากยิ่งๆขึ้นไป และคนยุคปัจจุบัน ก็สมควรเปิดใจยอมรับสิ่งที่ตัวเองยังไม่รู้บ้าง เช่น ท่านผู้อำนวยการโรงพยาบาลพนมดงรัก หลายท่านจนมาถึงท่านปัจจุบัน ที่เป็นต้นแบบคนรุ่นใหม่ที่ขอชื่นชม(ขออภัยผู้เขียนไม่ได้ขออนุญาติท่าน จึงมิได้เอ่ยชื่อค่ะ)

  "โลดทะนงแดง" จึงเป็นยาสมุนไพร ที่ผู้เขียนได้นำมาแบ่งแจกจ่ายกันไป ในหมู่ญาติมิตร เพื่อยามฉุกเฉิน ก็จะได้นำมาใช้ ช่วยชีวิตผู้คนต่อไป

ไปรู้จัก"โลดทะนงแดง" สักนิดนะคะ

ชื่อสมุนไพร

โลดทะนงแดง

ชื่ออื่นๆ

ข้าวเย็นเนิน (ราชบุรี ประจวบคีรีขันธ์); ดู่เบี้ย ดู่เตี้ย (เพชรบุรี); ทะนง รักทะนง (นครราชสีมา); ทะนงแดง (ประจวบคีรีขันธ์); นางแซง (อุบลราชธานี);  โลดทะนงแดง (บุรีรัมย์);หนาดคำ (เหนือ) หัวยาเข้าเย็นเนิน ข้าวเย็นเนิน  (ราชบุรี ประจวบคีรีขันธ์)

ชื่อวิทยาศาสตร์

Trigonostemon reidioides (Kurz) Craib

ชื่อพ้อง

 

ชื่อวงศ์

Euphorbiaceae

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
    ไม้พุ่มขนาดเล็ก สูงได้ถึง 1 เมตร มีรากเก็บสะสมอาหารพองโต ผิวสีแดงอมม่วง เนื้อสีขาว ลำต้นเรียวเล็ก ขึ้นเป็นกอ ทุกส่วนของต้นมีขน ลำต้นมีขนสั้นนุ่มหนาแน่น ใบเดี่ยว เรียงสลับ เนื้อใบหนา  แผ่นใบรูปขอบขนาน หรือรูปขอบขนานแกมใบหอก กว้าง 2-4 เซนติเมตร ยาว 6-10 เซนติเมตร โคนใบมน มีต่อมเล็กๆ 2 ต่อม ขอบใบเรียบ ปลายใบแหลม เห็นเส้นใบย่อยเห็นชัด และมีขนนุ่มหนาแน่นบนผิวใบทั้งสองด้าน ก้านใบยาว 1-1.5 เซนติเมตร ช่อดอกแบบกระจะ ดอกสีขาว ชมพู ม่วงเข้มหรือเกือบดำ ออกเป็นช่อตามซอกใบและตามกิ่งก้าน ยาว 7-10 เซนติเมตร ดอกแยกเพศอยู่บนต้นเดียวกัน ดอกเพศผู้มีจำนวนมากกว่าอยู่บริเวณโคนช่อ มีลักษณะตูมกลม ดอกเพศผู้มีกลีบเลี้ยง 5 กลีบ ก้านดอกมีขน มีกลีบดอก 5 กลีบ ไม่มีขน มีเกสรเพศผู้ 6 อัน ก้านเกสรเชื่อมติดกันเป็นแท่งเดียว ดอกเพศเมียตูมรูปไข่ มีกลีบเลี้ยง 5 กลีบ มีขน จานฐานดอกล้อมรอบฐานของรังไข่ มีรังไข่เหนือวงกลีบ กลีบดอกสีขาว ผลแห้งแตกได้ รูปค่อนข้างกลม มีขนสั้นนุ่มปกคลุมหนาแน่น แบ่งเป็น 3 พูชัดเจน เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 12 มิลลิเมตร มีก้านสีแดง ยาว 3-5 เซนติเมตร เมล็ดรูปค่อนข้างกลมหรือรูปไข่แกมสามเหลี่ยม ผิวเรียบพบตามป่าเต็งรัง และป่าเบญจพรรณ ป่าดิบแล้ง ออกดอกตลอดปี

 สรรพคุณ   
ยาสมุนไพรพื้นบ้านจังหวัดอุบลราชธานี  ใช้ ราก เข้ายากับน้ำมะนาว ฝนกับน้ำดื่ม แก้ผิดสำแดง พิษแมงมุม ทำให้อาเจียน ถอนพิษเบื่อเมา เหง้า ฝนทา แก้สิว ฝ้า และฟกช้ำ เคล็ดบวม ราก ผสมกับพญาไฟ และปลาไหลเผือก ฝนน้ำดื่มถอนเมาเหล้า
ยาพื้นบ้าน  ใช้ ราก ผสมกับเมล็ดหมาก ฝนน้ำกิน และผสมกับน้ำมะนาว ทาแผลแก้พิษงูชนิดที่ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาท ซึ่งควรมีการวิจัยเพิ่มเติม ต้มน้ำดื่ม หรือฝนรับประทาน ทำให้อาเจียนอย่างหนัก ใช้ถอนพิษคนกินยาเบื่อยาเมา หรือฝนน้ำกินช่วยให้เลิกดื่มเหล้า
ตำรายาไทย  ใช้ ราก มีรสร้อน ฝนน้ำกินทำให้อาเจียน เพื่อถอนพิษคนกินยาเบื่อ เมาพิษเห็ดและหอย แก้พิษงู แก้เสมหะเป็นพิษ (เสมหะหรืออุจาระเป็นมูกเลือด) แก้หืด แก้วัณโรค เป็นยาระบาย ฝนเกลื่อนฝี หรือดูดหนองถ้าฝีแตก แก้ฟกช้ำ เคล็ดบวม แก้ปวดฝี คุมกำเนิด ต้มดื่ม แก้วัณโรค ฝนกับน้ำมะนาว หรือสุรา รับประทานแก้พิษงู ฝนทาแก้ฟกช้ำ เคล็ดขัดยอก  (phargarden.com)

วันนี้รู้จักพระเอก ผู้ปราบพิษงูกันแค่นี้ก่อนนะคะ แต่ยังมีเรื่องของโลดทะนงแดง ที่กำลังจะไปอยู่ในมือผู้ใจบุญอีกท่านหนึ่ง ด้วยความมีจิตเมตตาของท่านเอง บันทึกต่อไปค่ะ