โดยส่วนตัว ผมก็หวังใจว่า ฉัน เธอๆ และเด็กๆ ของพวกเขาและของเราด้วยนั้น จะประคับประคองกันไปได้ดีขึ้น ผ่านพ้นคืนวันที่ไม่น่าจะอ้างว้างเหมือนดังเก่าก่อน...ณ จุดนี้ ผมก็ต้องหวังเช่นนี้ และหวังเพียงแค่นี้แหละครับ

เส้นทางการส่งเสริมสุขภาพในเด็ก... ฉัน เธอ และเด็กๆ ของเรา 

 

บ่ายนี้การเยี่ยมเยือนให้กำลังใจคนหน้างานในโรงเรียนมิตรภาพที่ ๖ จ.อุดรธานี ของชาวคณะโรซ่าแซบ ค่อนข้างเหงาใจเล็กน้อย แต่ก็ครื้นเครงเฮอาเมื่อได้เจอเด็กๆ และคุณครูสักคน..ผมได้จัดวงแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับคุณครู ถึงแนวทางดีๆ ในการขับเคลื่อนงานหรือกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพของเด็กๆ ในโรงเรียน  ด้วยหัวปลาใหญ่ในการพูดคุย คือ วิธีการดีๆ ที่ทำให้งานส่งเสริมสุขภาพของเด็กๆ ไม่สะดุด..ผู้ร่วมแลกเปลี่ยนในวงได้แก่ ผม และครูอีกหนึ่งท่าน รวมเป็นสองคนถ้วนๆ!!!

ข้างๆ วงแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (แบบตัวต่อตัว) ของผม มีอีกวงครับ วงเด็กๆ ทีมกัปตันสุขภาพทั้งห้าคน (น้องนุ่น ฝ้าย ส้มโอ ทราย และแบม) กำลังแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับทีมโรซ่าแซบ ในหัวปลาที่ว่า ทำกิจกรรมเสริมสุขภาพอย่างไรให้สนุกและได้ผลดี มุ่งเจาะเน้นไปที่วิธีการเด็ดๆ ของการรุกคืบเดินหน้าทำกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพ ภายใต้หนทางของการคิดสร้างสรรค์เอง สร้างทำเอง โดยมีครูและเจ้าหน้าที่ทางสาธารณสุข หรือท่านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง มาช่วยเป็นพี่เลี้ยง...เด็กๆ ได้เรียนรู้แนวทางตามบริบทแบบเด็กๆ ที่พอจะเป็นไปได้กับการส่งเสริมสุขภาพของเพื่อนๆ น้องๆ ในโรงเรียน และพี่ๆ ทีมโรซ่า ก็ได้เข้าใจเด็กๆ ทั้งโรงเรียนแห่งนี้และโรงเรียนที่ผ่านมาในห้าวัน ว่าควรต้องเสริมเพิ่มเติมอะไร

 

ตัดภาพกลับมาที่วงผู้ใหญ่ทั้งสอง...บรรยายภาพและบรรยากาศกันแบบนี้ครับ ยกที่หนึ่งของวงผู้ใหญ่ ได้มีการแลกเปลี่ยนสถานการณ์การทำกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพอย่างเมามันส์ ซึ่งถ้าเป็นคนนอกวงการ KM ก็คงเรียกว่า “บ่น” (ซึ่งกันและกัน) นั่นแหละครับ สถานการณ์ที่นี่อาจอยู่ในขั้นคลื่นลมสงบ ลมเย็นสบายๆ แต่พร้อมที่จะเต้นเร่าโครมครามได้เสมอ หากได้รับการกระตุ้น  เราสองคนเริ่มยกสองด้วยการปรับ Mode จากบ่นให้กลายเป็นการความเข้าใจ ว่าเหตุปัจจัยสนับสนุนสู่ความสำเร็จ น่าจะมาจากปัจจัยใดๆ กันบ้าง และยกที่สามจึงได้เริ่มเล่าเรื่องราวแบบแลกเปลี่ยนวิธีการดีๆ เด็ดๆ มาเล่าสู่กันฟัง ทั้งแบบเล่าดีๆ แบบค่อนแคะ และเหน็บแนม แต่ก็ต่างพรั่งพรูแลกเปลี่ยนแบบหมัดต่อหมัดไม่มีถอย และแน่นอนว่ายังมุ่งเป้าไปยังวิธีการดีๆ อยู่ตลอดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ โดยไม่หลงลืมการเสริมกำลังใจให้กันตลอดเวลา

 

สาระที่น่าสนใจจากเรื่องราวแลกเปลี่ยนของวงผู้ใหญ่ (ที่ไม่ใช่วงกำนัน) อยู่ตรงที่ปัจจัยเชิงชะงักงันที่ส่งให้การดำเนินกิจกรรมต่างๆ ของการส่งเสริมสุขภาพ ค่อนข้างราบเรียบดั่งคลื่นลมสงบ สวยงามแต่เหงาใจจนน่าเป็นห่วง ก็คือ หน้าที่ปฏิบัติ ที่ “เยอะ” ของครูนั่นเอง ทั้งหน้าที่หลักที่คือการสอน และหน้าที่รองลงมา เช่น การส่งเสริมจริยธรรม การส่งเสริมสุขภาพ และอื่นๆ  ซึ่งไม่ว่าจะโรงเรียนไหนๆ ครูท่านไหนๆ ก็คงจะเข้าใจได้อย่างไม่ต้องอธิบายให้มากความ ณ จุดนี้  และปัจจัยที่จะปลดล๊อคให้ทำงานกันได้อย่างราบรื่นหรือสะดุดน้อยที่สุด น่าจะเป็นการได้ลุกขึ้นมาวิเคราะห์ ประเมินตนเองว่า ณ จุดนี้เกิดอะไรขึ้นบ้าง จะอย่างไรกันต่อ ด้วยวิธีการใดๆ ใครบ้างที่จะต้องยุ่งเกี่ยว ทั้งในและนอกโรงเรียน

และสุดท้าย วิธีการดีๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้และส่งให้การทำงานหน้าที่รองของครู เช่น การทำให้โรงเรียนเป็นโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพด้วยนั้น ทำได้ดีขึ้น ด้วยวิธีการสร้างบริบทใหม่ของแผนงานที่จะขับเคลื่อนกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพในโรงเรียนและกิจกรรมพัฒนาเด็กในด้านอื่นๆ ในหนึ่งปีการศึกษาหรือหลายๆ ปีการศึกษา ที่ “ฉัน” ซึ่งก็หมายถึง โรงเรียน อาจจะต้องมีจุดยืนที่ชัดเจนของฉันเองเนาะ มีวิธีการของฉันเองเนาะ มีจังหวะขั้นตอนในการดำเนินงานของฉันเองเนาะ และได้ทำตามกำลังของฉันกับเด็กๆ ของฉันเองเนาะ  โดยที่ยังสามารถตอบโจทย์และไม่ห่างไกลไปจาก มาตรฐานทางการศึกษา หรือ เกณฑ์ต่างๆ กิจกรรมต่างๆ ในรอบปีที่เยอะแยะ และ ยังไม่ขัดต่อวัฒนธรรมการทำงานในสังคม ของ “เธอๆฉันๆ” ด้วย บางจังหวะ บางขั้นตอน  ฉัน  อาจไม่ได้เข้าร่วมกิจกรรมที่เยอะแยะของ  “เธอๆ”  คงไม่น่าจะก่อความเสียหายมากมายนักในระบบรวมๆ แต่ว่าท้ายที่สุดแล้ว “เด็กๆ ของเรา” ก็จะเป็นทั้งคนที่เรียนได้ดีได้เก่ง (ตามที่ครู “ควร” มีหน้าที่หลักเดียวในการสอน ตรงนี้อยู่แล้ว)  และมีจริยธรรมต่อตัวเองและสังคม (จากการที่ครูทำหน้าที่เชื่อมโยงหน่วยสังคมต่างๆ มาช่วยกันนำพาให้เกิด) และมีการมีสุขภาพที่ดีทั้งกายและใจ (ด้วยการทำงานร่วมกันกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอันมากมาย ทั้งในพื้นที่และหน่วยงานจากพื้นถิ่นอื่น) ตามที่แนวทาง “เธอๆ” สร้างเกณฑ์และคาดหวังเอาไว้....ผมว่า แนวทางอย่างนี้ ก็น่าสนใจอยู่เนาะครับเนาะ หรือว่าอย่างไรกันฮึ?

........................

หลังจากที่ฟ้าครึ้มมืดทะมึน หยาดฝนพร่างพรมอย่างพรั่งพรู และทิ้งหยาดหยดสุดท้ายลง ให้พวกเราคลายกังวลว่าจะตกหนักตกนานกว่านี้หรือไม่  แสงแดดทำหน้าที่แผดจ้าส่องทางสว่างให้พวกเราอีกครั้ง ก่อนจะทยอยวิ่งขึ้นรถตู้กลับออกจากโรงเรียนแห่งนี้...โดยส่วนตัว ผมก็หวังใจว่า  ฉัน  เธอๆ  และเด็กๆ ของพวกเขาและของเราด้วยนั้น จะประคับประคองกันไปได้ดีขึ้น ผ่านพ้นคืนวันที่ไม่น่าจะอ้างว้างเหมือนดังเก่าก่อน...ณ จุดนี้ ผมก็ต้องหวังเช่นนี้ และหวังเพียงแค่นี้แหละครับ

ขอบคุณคุณครูคนสวย  ท่านนั้น  ที่บังเอิญมาเจอกันและร่วมสนทนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ให้กันและกัน รวมถึงเด็กๆ ทีมกัปตันสุขภาพทั้งห้าด้วยนะครับ

 

ส่งท้าย: เด็กๆ ทีมกัปตันสุขภาพ (ระดับ ป.๕ ป.๔ และ ป.๓) ได้ฝากจดหมายน้อยขนาดใหญ่ กับทีมงานโรซ่า ให้ส่งความคิดถึงสู่ทีมกัปตันสุขภาพของโรงเรียนไทยสมุทรมิตรภาพที่ ๑๘๗...

 

น่ารักมากนะครับ เด็กๆ คิดถึงกันอยู่เสมอจากการใช้ชีวิตร่วมกันในค่ายโรซ่าพาแซบ  และพวกเราทีมงานโรซ่าแซบ ทั้งหน้าเก่า และหน้าใหม่อย่างผม ก็ยินดี และถือว่าได้เป็นการทำหน้าที่ไปรษณีย์ ทำหน้าที่สื่อสารเชื่อมโยง ให้ใครบางคนไม่ต้องห่วงกังวลว่าความรู้สึกดีๆ และแรงใจที่มีให้กัน จะเดินทางไปไม่ถึงมือผู้รอรับและไปไม่ฝั่งฝัน..ทุกอย่างที่ช่วยทำไป เป็น “เกียรติ” มากครับ!

 

 

ธนะภูมิ ชาญประไพ

อุดรธานี / ๒ ก.ย. ๒๕๕๔ (ลงบันทึก ๔ ก.ย. ๒๕๕๔)

การเข้าเยี่ยมครั้งที่ ๑ ตามโครงการ "โฮมฮักลูกหลานโภชนาการดี" สนับสนุนสู่โรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ ปี ๒๕๕๔ ระหว่างวันที่ ๒๘ ส.ค. ๕๔ - ๒ ก.ย. ๕๔

สนับสนุนโดย บริษัทไฮคิว อุตสาหกรรม จำกัด ร่วมกับ สำนักโภชนาการ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข