กฎเป็นกฎ
ครั้งหนึ่งผู้เขียนมีโอกาสออกทริปที่สิงคโปร์ สำหรับการออกทริปครั้งนี้ถือว่าเป็นทริปที่น่าจดจำอีกครั้งหนึ่ง ถ้าหากกล่าวถึงประเทศสิงคโปร์แล้ว หลายๆคนซึ่งถ้าเคยได้ยินชื่อเสียงของประเทศนี้มาก่อน คงต้องบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า “ เป็นประเทศแห่งความปลอดภัย และความสะอาด ” ผู้เขียนยังจำได้เสมอว่าในอดีต ถ้าเรียนเรื่องกฎหมาย หรือ เรื่องระเบียบวินัย ประเทศนี้มักจะถูกยกมาเป็นตัวอย่างอยู่เสมอ และมักจะได้ยินประโยคต่อมาที่ว่า ประเทศที่สามารถบังคับให้ประชาชนปฏิบัติตามกฎหมายได้ก็คือ ประเทศสิงคโปร์ ทำให้ประชากรมีมาตรฐานความเป็นอยู่สูง เนื่องจากว่า กฎเป็นกฎผู้ใดที่ฝ่าฝืนกฎ ผู้นั้นจะต้องได้รับการลงโทษ เช่น ปรับ จำคุก หรือถึงขั้นประหารชีวิต
ครั้งหนึ่งที่ผู้เขียนมีโอกาสออกทริปที่สิงคโปร์ ก้าวแรกที่เหยียบบนผืนดินสิงคโปร์ จะหาพบกับความผิดหวังไม่ แต่ต้องยอมรับว่าเป็นประเทศที่มาตรฐานความเป็นอยู่ ระเบียบวินัยสูงมากๆสำหรับประชากรที่นั้น กล้าการันตีได้ว่าขยะไม่มีแม้แต่ชิ้นเดียว รถไม่ติด หมอกควันฝุ่นละอองไม่มี และเวลามีคนข้ามถนน รถจะเป็นฝ่ายหยุดให้คนข้ามไปก่อนถึงแม้ว่าจะเป็นไฟเขียวก็ตาม และอีกเหตุการณ์หนึ่งก็คือ มีโอกาสได้พบกับคนไทยที่ไปทำงานเป็นวิศวกรอยู่ที่นั้น เขาเล่าให้ฟังเกี่ยวกับระเบียบวินัยของที่นั้นหลายอย่าง แต่มีเรื่องหนึ่งที่ผู้เขียนชอบมากก็คือ เขาเล่าว่า วันหนึ่งเป็นซึ่งเป็นวันหยุด เขาและเพื่อนร่วมงานอีก 2 คน ซึ่งเป็นคนสิงคโปร์ ได้ออกไปเที่ยว ต่อท้ายด้วยการดื่มเบียร์ในตอนค่ำ แต่บังเอิญ เขาลืมเก็บฝาเบียร์ฝาสุดท้ายทิ้งถังขยะ (ซึ่งถือว่าเป็นขยะของทั้ง 3 คน ร่วมกัน) ด้วยความที่ประเทศสิงคโปร์เป็นประเทศที่พัฒนาและเป็นประเทศที่เข้มงวดเรื่องระเบียบวินัยจริงจัง และบริเวณที่เขาลืมเก็บฝาเบียร์เพียงแค่หนึ่งฝานั้น เป็นที่ซึ่งมีกล้องวงจรปิดอยู่ ทำให้พวกเขาถูกปรับในข้อหา ทิ้งขยะไม่เป็นที่ โดยปรับเป็นเงินสิงคโปร์คนละ 200 เหรียญ (ซึ่งถ้าตีเป็นเงินไทยก็ประมาณคนละ 5,000 บาท รวมสามคนคิดเป็นเงินไทยก็ประมาณ 15,000 บาท ) เมื่อคิดดูแล้วถ้าเป็นบ้านเราคงต้องบอกได้ว่าเป็นขยะชิ้นที่แพงมากที่สุดเลยก็ว่าได้ เมื่อเทียบว่าขยะนั้นเป็นเพียงแค่ฝาเบียร์แค่ฝาเดียว
ด้วยเหตุที่ว่าประเทศสิงคโปร์เป็นประเทศที่เข้มงวดเรื่องกฎหมาย เอาจริงเอาจัง ทำผิดว่าไปตามผิด ทำให้ส่งผลให้เป็นเมืองที่น่าอยู่ มีความปลอดภัยสูง ผู้เขียนอยากฝากให้คนไทยเห็นความสำคัญของกฎหมาย มากกว่าที่เป็นอยู่อีกนิดหนึ่ง เพื่อที่ชีวิตความเป็นอยู่ของบ้านเมืองจะได้ผาสุก ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินก็จะเพิ่มขึ้นอีกด้วย
สวัสดีค่ะ
ครูอ้อย ไปประเทศสิงคโปร์หลายครั้ง และเป็น ระยะเวลา นาน ด้วยได้ทุนไปเรียนที่นั่น และทำโครงการนักเรียนแลกเปลี่ยน สิงคโปร์ไทย และต่อไป โครงการนักเรียนแลกเปลี่ยน สิงคโปร์ ไทย จีน
ไปกี่ครั้ง ก็ประทับใจ กับการอยู่ ในเมือง ที่เป็นระเบียบ เพราะ รู้ตัวเองว่า ก็เป็นระเบียบ จึงไม่รู้สึกอึดอัด แต่อย่างใด
บ้านเรา ก็ดีอีกมุมหนึ่ง และบ้านเขาก็ดีอีกมุมหนึ่ง
แต่เมื่อไปบ้านเขาแล้ว นำสิ่งที่ดี ที่งาม มาพัฒนา บ้านเรา ซึ่งก็ต้อง คำนึงถึงกันให้ลึกไปถึง จิตใจ
คนไทย ส่วนใหญ่ ยังอยู่กันง่ายๆๆ คิดง่าย พูดง่าย และทำง่ายๆๆ และ มักง่าย (แรงไหม) กรณีศึกษา เมื่อไปอยู่ บ้านเขา เราทำแบบบ้านเราไม่ได้ จึงต้องถูกปรับ...กฏเป็นกฏ อย่างหนูว่า
ขอบคุณค่ะ
เห็นด้วยกับครูอ้อยมากเลยค่ะ