นโยบายในการบริหารคณะ

dhanarun
การได้นำเสนอต่อสาธารณะบน Blog นี้ ก็อาจก่อให้เกิดผลดีต่อส่วนรวมได้เช่นกัน อย่างน้อยจะได้ผูกมัดดิฉันให้ตระหนักอยู่ตลอดเวลาว่า ต้องพยายาม ต้องพยายาม เพราะป่าวประกาศไปทั่วแล้ว

ดิฉันตรองอยู่นานว่าจะนำข้อความต่อไปนี้มาลงใน Blog ดีหรือไม่ จนกระทั่งเช้าวันนี้  ดิฉันอ่านพบกระทู้ในหน้าเวบบอร์ดของมหาวิทยาลัยว่า มีผู้อยากทราบนโยบายการบริหารงานของเหล่าคณบดีใหม่แกะกล่องทั้งหลายที่ได้นำเสนอต่อสภามหาวิทยาลัย  โดยส่วนตัว ดิฉันจัดลำดับความสำคัญไว้แล้วว่า เรื่องนี้จะต้องเป็นเรื่องแรกที่ทุกคนในองค์กรของดิฉันจะได้รับทราบโดยละเอียด  อย่างไรก็ตาม การได้นำเสนอต่อสาธารณะบน Blog นี้ ก็อาจก่อให้เกิดผลดีต่อส่วนรวมได้เช่นกัน  อย่างน้อยจะได้ผูกมัดดิฉันให้ตระหนักอยู่ตลอดเวลาว่า ต้องพยายาม  ต้องพยายาม เพราะป่าวประกาศไปทั่วแล้ว

คำแถลงนโยบายการบริหารคณะสหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

โดย รองศาสตราจารย์ มาลินี ธนารุณ

 

วิสัยทัศน์

ภายในปี 2553 คณะสหเวชศาสตร์ จะเป็นคณะวิชาแห่งการวิจัย

พันธกิจ

1. พัฒนาคณะสหเวชศาสตร์ให้เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ มีบุคลากรที่สามารถผลิตผลงานคุณภาพสูง มีวิวัฒนาการ สามารถตอบสนองต่อวิกฤตการณ์ของชุมชนหรือของประเทศด้านสหเวชศาสตร์ อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถแข่งขันด้านวิชาการในระดับนานาชาติภายใต้บริบทของไทย

2. พัฒนากระบวนการเรียนการสอน ที่ใช้ฐานการค้นคว้าวิจัยเป็นฐานของการศึกษา ส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ด้วยตนเอง แสวงหาความรู้ด้วยตนเอง สามารถพัฒนาผลงานวิชาการขึ้นมาด้วยตนเอง และเป็นผู้รู้จักสังคมอย่างแท้จริง

3. ส่งเสริมงานวิจัยสถาบัน และการนำเทคโนโลยีสารสนเทศไปใช้ในทุกส่วนงาน เพื่อการบริหารวิชาการที่มีประสิทธิภาพสูง สร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน

4. ทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม และเสริมสร้างวัฒนธรรมที่เกิดจากการศึกษาค้นคว้าในวิถีชีวิตร่วมกันของกลุ่มบุคลากรด้านสหเวชศาสตร์

เป้าประสงค์

1. เป็นที่พึ่งในการแก้ปัญหาด้านสหเวชศาสตร์ ช่วยมองอนาคต และชี้ปัญหา ตลอดจนหาแนวทางป้องกันปัญหาให้แก่วิชาชีพ/สังคมได้ อำนวยประโยชน์อย่างยั่งยืนแก่สังคม ทั้งระดับท้องถิ่น และระดับประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสาขาที่เป็นเลิศด้านสหเวชศาสตร์

2. บัณฑิตของคณะสหเวชศาสตร์ สามารถคิดสร้างสรรค์สิ่งใหม่ สามารถวิเคราะห์ วิจารณ์ปัญหาของวิชาชีพ/สังคม มองเห็นทางแก้ไขและรับผิดชอบต่อสังคม

3. เป็นคณะวิชาที่มีระบบการบริหารวิชาการที่ทันสมัย สะดวกแก่ผู้รับบริการ ทั้งนิสิต ผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร และบุคคลทั่วไป สามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และทันเวลา

4. เป็นคณะวิชาที่บุคลากรทุกระดับมีวัฒนธรรมและค่านิยมในการค้นคว้าวิจัย ผสานคุณธรรมและจรรณยาบรรณอันดีงามในทุกสาขาวิชาชีพ

ยุทธศาสตร์

1. ปลูกฝัง ค่านิยมร่วม (Core values) แก่ คณาจารย์นิสิต และบุคลากรทุกระดับให้รักการวิจัย โดยผู้บริหารเป็นผู้นำ เป็นแบบอย่าง สื่อสาร ประชาสัมพันธ์ และตอกย้ำ ในทุกวิถีทาง

2. กำหนดเป็นนโยบายสำคัญให้ทุกหน่วยงานย่อยจัดทำนโยบายและแนวทางพัฒนางานวิจัยให้ชัดเจน ติดตามและประเมินผลการดำเนินงาน ตลอดจนกำหนดรางวัลและแรงจูงใจสำหรับผลงานที่บรรลุตามเป้าหมาย

3. อำนวยความสะดวก และกระตุ้นให้เกิดบรรยากาศ และวัฒนธรรมของการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ความเกื้อกูลต่อกัน ความคิดเชิงบวก แก่กลุ่มบุคลากรในคณะโดยอาศัยเครื่องมือของการจัดการความรู้

4. ส่งเสริมให้บุคลากรใช้ความรู้/นวัตกรรม ที่เกิดจากการวิจัย หรือผลสำเร็จของงาน ในการพัฒนาคุณภาพการดำเนินงานตามภารกิจของตน ซึ่งสอดคล้องกับพันธกิจหลักของคณะและของมหาวิทยาลัย

ค่านิยมร่วม

1. วิจัยคือรากฐานของความรู้

2. ความรู้อยู่ที่การปฏิบัติและผู้ปฏิบัติ

3. การพัฒนาที่ยั่งยืนคือการพัฒนาที่ผู้ปฏิบัติ

ห้องประชุมสำนักงานอธิการบดี อาคารมิ่งขวัญ มหาวิทยาลัยนเรศวร

24 กันยายน 2548

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ธนารุณ บอก...Dhanarun's Blog

คำสำคัญ (Tags)#ค่านิยม#ยุทธศาตร์

หมายเลขบันทึก: 4582, เขียน: 27 Sep 2005 @ 20:22 (), แก้ไข: 11 Feb 2012 @ 14:00 (), สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 4, อ่าน: คลิก


ความเห็น (4)

วิจารณ์
IP: xxx.151.216.4
เขียนเมื่อ 

ขอเป็นกำลังใจครับ

น่าจะพิจารณษดำเนินการจัดการงานวิจัยของคณะในแบบที่ไม่ใช่ปล่อยให้ อจ. และคนแยกกันคิด   แต่มีการคิดและวางแผนร่วมกัน  และร่วมกันทำ

วิบูลย์
IP: xxx.155.14.4
เขียนเมื่อ 
เชื่อมั่นว่าอาจารย์ทำได้ครับ
รุจโรจน์
IP: xxx.155.14.4
เขียนเมื่อ 
ขอเป็นกำลังใจให้อาจารย์ พัฒนาและสร้างสรรค์งานคณะสหเวชฯ ของเราให้ก้าวไกลและเป็นคณะวิชาแห่งการวิจัยดังที่อาจารย์ตั้งใจไว้ครับ
มาลินี ธนารุณ
IP: xxx.28.21.4
เขียนเมื่อ 

ดิฉันขอกราบขอบพระคุณท่านอาจารย์วิจารณ์เป็นอย่างสูง  และขอน้อมรับคำสอนของอาจารย์ไปปฏิบัติทันทีค่ะ  ด้วยศรัทธาในอาจารย์  ดิฉันไม่ลังเลสงสัยเลย ว่าประโยคทองเพียงประโยคเดียว พร้อมกำลังใจของอาจารย์นี้แหละคือแก่นความรู้ และของขวัญที่ดีที่สุดที่อาจารย์มอบให้

ขอขอบพระคุณท่านอาจารย์วิบูลย์เป็นอย่างสูง  อาจารย์เป็นเสมือนพี่เลี้ยงใจดี  ที่คอยสอนและเป็นแบบอย่างที่ดี  คุณสมบัตินี้ ไม่เพียงเฉพาะดิฉันที่ประจักษ์ได้ด้วยตาและด้วยใจ ผู้ที่เคยร่วมงาน หรือแม้เพียงได้รู้จักอาจารย์ห่างๆ  ก็สามารถรับรู้ได้  และนี่เองทำให้ดิฉันเคารพอาจารย์ด้วยความจริงใจเสมอมา และจะเป็นเช่นนี้ตลอดไปค่ะ

ขอขอบคุณ อ.รุจโรจน์ ที่ส่งกำลังใจผ่าน blog มาให้ ไม่ทราบด้วยเหตุผลอันใด ที่ทำให้ดิฉันสนิทสนม รักใคร่ และชื่นชมคณาจารย์คณะศึกษาศาสตร์ มน. แทบทุกท่านเสมือนพี่น้อง เหมือนอยู่คณะเดียวกันก็ไม่ปาน