โลกคือจักรวาลซึ่งเป็นสถานที่อยู่ของสรรพสิ่งทั้งหลาย...
บันทึกนี้ต่อจากตอนที่แล้ว...
บทที่ 4 ทัศนะนรกและสวรรค์ในพุทธ
คำสอนของศาสนามีการกล่าวถึงนรกและสวรรค์ ตามความเชื่อของคนเราคือเมื่อตายไปแล้วตอนมีชีวิตอยู่ได้ทำชั่วไว้มากก็ไปเกิดในนรก เมื่อทำดีมากก็ไปเกิดในสวรรค์ คนตายตามนัยปกรณ์วิเสสวิสุทธิมรรค คือ ความขาดไปแห่งชีวิตรูปหรือชีวิตินทรีย์ที่เนื่องในภพหนึ่ง ๆ ชื่อว่า การสิ้นชีวิต...มหามกุฎราชวิทยาลัย . ( 2532 : 1 ) . ชีวิตรูปนี้ในอภิธรรมแบ่งเป็น 2 อย่าง ดังนี้
1 . ชีวิตของรูปธรรม คือ ชีวิตคน สัตว์ เป็นต้นเรียกว่ารูปชีวิตินทรีย์
2 . ชีวิตของอรูปธรรม คือ ชีวิตของจิตและเจตสิก เป็นต้นเรียกว่า อรูปชีวิตินทรีย์หรือนามชีวิตตินทรีย์
เมื่อชีวิตทั้ง 2 สิ้นไป นามชีวิตินทรีย์จะไม่ขาดสูญไปแม้รูปชีวิตินทรีย์จะขาดไปแล้วก็ตาม แต่ทั้งรูปและนามก็ต้องถูกทำลายไปเพราะเกี่ยวข้องอิงอาศัยกันและกัน
สาเหตุการสิ้นชีวิต
การตายมีหลายสาเหตุ แต่รวมได้ตามนัยมหาอภิธัมมัตถสังคหฎีกากล่าวไว้ 4 ข้อ ดังนี้
1 . การตายเพราะสิ้นอายุ เป็นอายุขัยของแต่ละคน
2 . การตายเพราะสิ้นกรรม เป็นเหมือนไฟหมดน้ำมันแม้ว่าไส้ยังมีอยู่ แต่แสงไฟก็ต้องดับลง
3 .การตายเพราะสิ้นอายุและสิ้นกรรม เป็นเหมือนไส้และน้ำมันหมดลงพร้อมกัน แสงไฟจึงดับ
4 . การตายเพราะประสบอุบัติเหตุ เป็นเหมือนแสงไฟที่มีไส้และน้ำมันยังอยู่แต่ไฟดับลงเนื่องมาจากสาเหตุต่าง ๆ เช่น โดนลมพัด ฝนตกน้ำท่วม มีสิ่งมาทับ เป็นต้น
ในการตายของคนเราถ้ากล่าวเป็น 2 คือ การตายตามกาลและการตายที่ยังไม่ถึงกาลเวลา
เรื่องของโลก
ในทางพุทธไม่ให้ความสำคัญเพราะต้องการสอนคนให้พ้นทุกข์ ดังพุทธดำรัสว่า...ดูก่อนมาลุงกยบุตร อะไรเล่าที่เราไม่พยากรณ์ ดูก่อนมาลุงกยบุตร ความเห็นว่าโลกเที่ยง โลกมีที่สุด โลกไม่มีที่สุด ชีพอันนั้นสรีระก็อันนั้น...ดังนี้เราไม่พยากรณ์ ความเห็นว่านี้ทุกข์ นี้เหตุเกิดทุกข์ นี้ความดับทุกข์ นี้ข้อปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์ดังนี้เราพยากรณ์..(ม . ม . 13 / 152 )
แต่ในจูฬนีสูตรมีการกล่าวถึงโลกระหว่างพระอานนท์กับพระพุทธเจ้าอยู่เหมือนกัน และพระอรรถกถาจารย์รับมุมคิดเรื่องนี้มากล่าวถึงโลกในองค์รวมมี 3 ประเภท ดังนี้
1 . โลกคือสังขารที่มีการปรุงแต่งให้เกิดขึ้นตามเหตุปัจจัยและดับไปตามเหตุปัจจัย
2 . โลกคือหมู่สัตว์ทั้งในสามโลกคือนรก สวรรค์ และโลกมนุษย์
3 . โลกคือจักรวาลซึ่งเป็นสถานที่อยู่ของสรรพสิ่งทั้งหลาย
จากโลกทั้ง 3 ดังกล่าวมานี้เองทำให้เกิดมุมคิดจินตนาการเรื่องโลกและจักรวาลที่เล่าขานกันไม่จบสิ้นนั้นแล.
........................
บรรณานุกรม
มหามกุฎราชวิทยาลัย. ( 2525 ) . พระไตรปิฎกภาษาบาลี ฉบับสฺยามรฏฺฐเตปิตกํ 2525 . กรุงเทพ ฯ : มหามกุฎราชวิทยาลัย .
มหามกุฎราชวิทยาลัย . ( 2527 ) . พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ 2 วิภังค์ ภาคที่ 2 และอรรถกถา . กรุงเทพ ฯ : เฉลิชาญการพิมพ์.
lสวัสดีค่ะอาจารย์
.คงสบายดีนะคะ
.อ่านแล้วฉลาดขึ้นค่ะ ขอบคุณนะคะ
สวัสดีครับ คุณอุดมพันธ์
เป็นเรื่องเล่าอิงกระแสหลักธรรมทางพระพุทธศาสนานะครับผม...อิ อิ อิ
ขอบคุณครับ