ตักบาตรด้วยดอกไม้... ประเพณีบูชาเสาอินทขิณที่สวยงาม

 

ประเพณี

ขันดอกอินทนิล หรือประเพณีใส่บาตรดอกไม้ เป็นประเพณีที่สวยงามอีกที่หนึ่งโดยเฉพาะในเวลากลางคืน คุณจะได้เห็นองค์พระประธานที่อยู่ภายในโบสถ์วัดเจย์ดีย์หลวง ที่เพียงแค่ผ่านคุณก็จะอดใจไม่ได้ที่จะต้องเข้าไปสักการะ  ซึ่งประเพณีเป็นครั้งแรกที่ข้าพเจ้าได้มีโอกาสไปร่วมงานนนี้ ซึ่งประทับใจมากจึงมาแนะนำให้เพื่อนๆได้รู้จัก

ขfghhg
 ประเพณีขึ้นขันดอกอินทขิล หรือเข้าอินทขิลประเพณีและเทศกาลมีความเกี่ยวข้องกันในแง่ที่ว่า เทศกาลคือเวลาที่ปฏิบัติกิจกรรมตามประเพณีที่กำหนดไว้เพื่อทำบุญและรื่นเริง  ซึ่งนอกเหนือจากความหมายในเชิงวัฒนธรรมแล้ว ปัจจุบันยังเพิ่มความหมายในเชิงธุรกิจท่องเที่ยวเพื่อสร้างชื่อเสียงของท้องถิ่นและของประเทศให้เป็นที่รู้จักออกไปในวงกว้างอีกด้วย

พิธีกรรมและกิจกรรมตลอด  7 วัน
         1.  วันแรกเรียกว่าวัน “เข้าอินทขิล” จะอัญเชิญพระพุทธรูปคันธารราษฏร์ “ฝนแสนห่า” รอบเมืองเชียงใหม่ แล้วกลับมาที่วัดให้ประชาชนสรงด้วยน้ำส้มป่อยโรยกลีบกุหลาบ
         2.  พิธีการสักการะพระประทานในวิหาร มีการใส่บาตรดอกไม้ธูปเทียนลงไปในขัน 28 ใบ  (พระพุทธเจ้า 28 พระองค์)
         3.  นิมนต์พระสงฆ์จากวัดต่าง ๆ มาเจริญพระพระพุทธมนต์ตลอด 7 วัน
         4.  สักการะเสาอินทขิลด้วยดอกไม้ธูปเทียน สมโภชด้วยการละเล่นต่าง ๆ ตลอด 7 วัน
         5.  วันสุดท้ายเรียกว่า “วันออกอินทขิล”  จะมีการนิมนต์พระสงฆ์ 108 รูป เพื่อเจริญพระพุทธมนต์ ถวายภัตราหารและเครื่องไทยะทานเป็นอันเสร็จพิธี

         ประเพณีขึ้นขันดอกอินทขิล เป็นการบูชาใหญ่ของวัดเจดีย์หลวงจัดในช่วงเดือน พ.ค. – มิ.ย. เป็นงานที่สวยสดงดงาม เนื่องจากพิธีส่วนใหญ่จะมีการใส่บาตรดอกไม้ เป็นงานพิธีที่มุ่งการสร้างกำลังใจให้ชาวเมืองอยู่เย็นเป็นสุขและฝนตกต้องตามฤดูกาล  ที่กำลังจะเริ่มต้นฤดูกาลเพาะปลูก

 

 
พระประธานภายใน โบสถ์วัดเจย์ดีหลวง ข้าพเจ้า อยากบอกว่า
ภาพไม่ไม่สวยเท่าที่ตาเห็นจริงๆ
 
กิจกรรม
          บูชาเสาอินทขิล การออกร้านจำหน่ายสินค้า และอาหารพื้นเมือง

 

 

เกี่ยวกับงานประเพณีใส่ขันดอกบูชาเสาอินทขิล 

          ประเพณีเข้าอินทขิล คือ การทำพิธีสักการบูชาเสาหลักเมืองเสาอินทขิล นอกจากจะเป็นเสาหลักเมืองแล้ว ยังนับได้ว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองเชียงใหม่และยังเป็นที่สักการบูชา ถือว่าเป็นที่รวมของวิญญาณของคนเมืองเหนือและบรรพบุรุษ จึงถูกยกย่องเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นอย่างยิ่ง

 

ข้อมูลประเพณีเข้าอินทขิล
          เสาอินทขิล ซึ่งเป็นหลักเมืองของนครเชียงใหม่นี้ตั้งอยู่ภายในวัดหลวง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ วัดนี้เป็นวัดที่ถูกสร้างขึ้นในรัชสมัยของพระเจ้าแสนเมืองมา ซึ่งเป็นกษัตริย์รัชกาลที่ 8 แห่งราชวงศ์มังราย สร้างอยู่ในตัวเมืองเชียงใหม่

          ชาวเชียงใหม่มีความเชื่อว่า เมื่อสักการบูชาเสาอินทขิลแล้ว บ้านเมืองจะพ้นภัยพิบัติและมีความเจริญรุ่งเรืองขึ้น จึงเป็นประเพณีสักการบูชามาตราบกระทั่งทุกวันนี้

          สำหรับกำหนดงานพิธีบูชาเสาอินทขิลนี้ จะมีในช่วงปลายเดือนพฤษภาคมของทุกปี ในวันประกอบพิธี ชาวบ้านชาวเมืองทั้งหนุ่มสาว คนเฒ่าคนแก่ และเด็กๆ จะเตรียมดอกไม้ธูปเทียน ขันน้ำขมิ้นส้มป่อย ใส่พานหรือภาชนะใส่ของที่เรียกว่า "สลุง" เอาน้ำขมิ้นส้มป่อยใส่พานหรือสลุงไป "ทำการสระสรง" (สรงน้ำ) สักการบูชา ที่วัดเจดีย์หลวง

          ในระหว่างการ "บูชาเสาอินทขิล" ชาวบ้านจะจัดให้มี ซอพื้นเมืองและมีช่างฟ้อนประเภท ฟ้อนหอก ฟ้อนดาบ เพื่อเป็นการสังเวยเทพยดาอารักษ์ "ผีเสื้อบ้าน" และ "ผีเสื้อเมือง" หรือที่ภาษาทางเหนือโบราณ เรียกกันว่า "เจนบ้านเจนเมือง"

          การใส่ขันดอกไม้บูชาเสาอินทขิลนี้มีถึง 28 พานใหญ่ นับว่าเป็นการบูชาพระพุทธเจ้า 28 พระองค์ และยังมีขันดอกไม้บูชาท้าวทั้งสี่ คือ ท้าวจตุโลกบาลอีก 1 ที่ บูชารอบ ๆ เสาอินทขิล 8 แห่ง บูชาพระฤาษี 1 แห่ง บูชาตาปะขาวลั้วะ 1 แห่ง บูชาต้นไม้ยาง 1 แห่ง กุมภัณฑ์ 2 ตน ตนละแห่ง บูชาพระสังกัจจาย 2 แห่ง บูชาพระธาตุเจดีย์หลวง 1 แห่ง เสร็จจากใส่บาตรดอกไม้และบูชาดังกล่าวแล้ว ก็ไปสรงน้ำพระพุทธรูปฝนแสนห่า เพื่อขอบันดาลให้ฝนตกตลอดฤดู และบูชาพระอัฎฐารสภายในพระวิหารเพื่อความเป็นสิริมงคลกับตนและครอบครัว

          การใส่ขันดอกอินทขิลเป็นประเพณีบูชาเสาหลักเมืองเชียงใหม่ ซึ่งมีชื่อว่าเสาอินทขิล เป็นเสาหลักเมืองเดิมมีมาตั้งแต่เมื่อครั้งสร้างเมืองเชียงใหม่ และประดิษฐานที่วัดสะดือเมือง

          เสาหลักเมืองเชียงใหม่ ซึ่งมีชื่อว่าเสาอินทขิล เสานี้ก่อด้วยอิฐถือปูน แต่เดิมอยู่ที่วัดสะดือเมือง (หรือวัดอินทขิล) ซึ่งเป็นที่ตั้งหอประชุมติโลกราชข้างศาลากลางหลังเก่า ต่อมาได้เสื่อมสภาพไป พระยากาวิละซึ่งได้ฟื้นฟูประเพณีอินทขิลขึ้นใหม่ จึงได้สร้างและย้ายเสาอินทขิลมาประดิษฐานไว้ ณ ไว้ที่วัดเจดีย์หลวงจนถึงปัจจุบันนี้ ชาวเชียงใหม่ถือว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองอย่างหนึ่ง

ณี และเทศกาลมีความเกี่ยวข้องกันในแง่ที่ว่า เทศกาลคือเวลาที่ปฏิบัติกิจกรรมตามประเพณีที่กำหนดไว้เพื่อทำบุญและเรื่อ นเริง  ซึ่งนอกเหนือจากความหมายในเชิงวัฒนธรรมแล้ว ปัจจุบันยังเพิ่มความหมายในเชิงธุรกิจท่องเที่ยวเพื่อสร้างชื่อเสียงของท้อง ถิ่นและของประเทศให้เป็นที่รู้จักออกไปในวงกว้างอีกด้วย

พิธีกรรมและกิจกรรมตลอด 7 วัน

1.  วันแรกเรียกว่าวัน “เข้าอินทขิล” จะอัญเชิญพระพุทธรูปคันธารราษฏร์ “ฝนแสนห่า” รอบเมือง
     เชียงใหม่ แล้วกลับมาที่วัดให้ประชาชนสรงด้วยน้ำส้มป่อยโรยกลีบกุหลาบ
2.  พิธีการสักการะพระประทานในวิหาร มีการใส่บาตรดอกไม้ธูปเทียนลงไปในขัน 28 ใบ  
     (พระพุทธเจ้า 28 พระองค์)
3.  นิมนต์พระสงฆ์จากวัดต่าง ๆ มาเจริญพระพระพุทธมนต์ตลอด 7 วัน
4.  สักการะเสาอินทขิลด้วยดอกไม้ธูปเทียน สมโภชด้วยการละเล่นต่าง ๆ ตลอด 7 วัน
5.  วันสุดท้ายเรียกว่า “วันออกอินทขิล”  จะมีการนิมนต์พระสงฆ์ 108 รูป เพื่อเจริญพระพุทธ
     มนต์ ถวายภัตราหารและเครื่องไทยะทานเป็นอันเสร็จพิธี

         ประเพณีขึ้นขันดอกอินทขิล เป็นการบูชาใหญ่ของวัดเจดีย์หลวงจัดในช่วงเดือน พ.ค.-มิ.ย. เป็นงานที่สวยสดงดงาม เนื่องจากพิธีส่วนใหญ่จะมีการใส่บาตรดอกไม้ เป็นงานพิธีที่มุ่งการสร้างกำลังใจให้ชาวเมืองอยู่เย็นเป็นสุขและฝนตกต้อง ตามฤดูกาล  ที่กำลังจะเริ่มต้นฤดูกาลเพาะปลูก

กิจกรรม
บูชาเสาอินทขิล การออกร้านจำหน่ายสินค้า และอาหารพื้นเมือง

เกี่ยวกับ
งานประเพณีใส่ขันดอกบูชาเสาอินทขิล ที่วัดเจดีย์หลวง เชียงใหม่
          ประเพณีเข้าอินทขิล คือ การทำพิธีสักการบูชาเสาหลักเมืองเสาอินทขิล นอกจากจะเป็นเสาหลักเมือแล้ว ยังนับได้ว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองเชียงใหม่และยังเป็นที่สักการบูชา ถือว่าเป็นที่รวมของวิญญาณของคนเมืองเหนือและบรรพบุรุษ จึงถูกยกย่องเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นอย่างยิ่ง

 

 

ภาพนี้เป็นภาพเสาอินทนิล ซึ่งจะห้ามให้ผู้หญิงเข้าไปภายใน ผู้หญิงก็จะได้แต่สักการะเอาดอกไม้ไว้ภายนอกเท่านั้น