ผู้แสวงหาความรู้เมื่อเกิดมาเป็นคนในปัจจุบันนี้ทำให้เป็นคนฉลาดมีปัญญาแล.
บันทึกนี้ต่อจากตอนที่แล้ว...
การให้ผลกรรม
พระพุทธเจ้าตรัสยืนยันการให้ผลกรรมว่า...หว่านพืชเช่นใดได้ผลเช่นนั้น ( ผู้ทำดี ได้ดี ผู้ทำชั่ว ได้ชั่ว )...( สํ. ส. 15 / 903 ) หมายความว่าดีหรือชั่วขึ้นอยู่กับการกระทำของคนเรา...ตัณหายังคนให้เกิด จิตของคนนั้น ย่อมวิ่งพล่าน สัตว์เวียนว่ายไปสู่สงสาร กรรมเป็นที่พำนักของสัตว์นั้น...( สํ. ส. 15 / 52 ) หมายความว่า เมื่อคนยังมีกิเลสในจิตใจอยู่ ก็ต้องตกอยู่ใต้อำนาจการให้ผลของกรรมนั้น
การให้ผลที่ส่งไปลงนรกหรือขึ้นสวรรค์นั้น ในมหากัมมวิภังคสูตร พระพุทธเจ้าทรงจำแนกตามผลกรรม...( ม. อุปริ. 14 / 171 ) โดยสรุปได้ดังนี้
1 . คนที่ฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ ประพฤติผิดในกาม พูดเท็จ มีจิตพยาบาท เมื่อเขาตายไปแล้ว ย่อมไปเกิดในทุคติภูมิ ( นรก )
2 . บางคนแม้ทำกรรมอย่างนั้นแต่ไปเกิดในสุคติภูมิ ( สวรรค์ )
3 . บางคนแม่ไม่ทำอย่างนั้นย่อมไปเกิดในสุคติภูมิ ( สวรรค์ )
4 . บางคนแม้ไม่ทำอย่างนั้นแต่ไปเกิดในทุคติภูมิ ( นรก )
จากหลักฐานแสดงว่าแม่คนทำกรรมดีก็ไปเกิดในนรกได้เพราะการให้ผลกรรมนั้นมีความชับซ้อน แต่อย่างไรก็ดีในวัตถุปมสูตร ยังยืนยันเมื่อคนใกล้ตายว่า...เมื่อจิตเศร้าหมองย่อมเข้าถึงทุคติ เมื่อจิตไม่เศร้าหมอง ย่อมเข้าถึงสุคติ...( ม. มู. 12 / 92 ) คือเมื่อจิตจวนจะดับ ถ้ายึดมั่นในกุศลกรรมก็ไปสู่สุคติ ถ้าจิตยึดมั่นในอกุศลกรรมก็ไปสู่ทุคติ นอกจากนั้นในจุฬกัมมวิภังคสูตรยังจำแนกผลกรรมใรชีวิตปัจจุบันโดยสรุปได้ดังนี้