สำนักข่าวรอยเตอร์ตีพิมพ์เรื่อง 'Women smokers have higher heart risk than men: study' = "ผู้หญิงสูบบุหรี่เสี่ยงโรคหัวใจมากกว่าผู้ชาย: (การศึกษาพบ)", ผู้เขียนขอนำมาเล่าสู่กันฟังครับ
.
การศึกษาใหม่ รวบรวมข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง 2.4 ล้านคนที่มีอาการโรคหัวใจ 44,000 ครั้งพบว่า ผู้หญิงที่สูบบุหรี่เสี่ยงโรคหัวใจ (หลอดเลือดหัวใจตีบตัน) มากกว่าผู้ชาย 25%
.
ข่าวดี คือ ความเสี่ยงนี้เพิ่มขึ้นตามจำนวนปีที่สูบ คือ ยิ่งสูบนานยิ่งเสี่ยงเพิ่ม = เสี่ยงมากกว่าผู้ชาย 2%/ปี (ประมาณ 12.5 ปีจะเสี่ยงเต็มที่ = 25%)
.
วิธีที่ดีที่สุดสำหรับผู้หญิง ซึ่งมีโอกาสอายุยืนยาวกว่าผู้ชาย 3-7 ปี คือ ไม่สูบ และไม่หายใจเอาควันบุหรี่ที่คนอื่นสูบเข้าไป
.
วิธีที่ดีรองลงไป คือ เลิกสูบให้เร็วที่สุด
.
กลไกที่เป็นไปได้ คือ เยื่อบุทางเดินหายใจของผู้หญิงน่าจะบาง ("อย่างบาง") หรือดูดซึมสารพิษจากบุหรี่ได้มากกว่าผู้ชาย ("อย่างหนา")
.
ผู้หญิงมีอายุเฉลี่ยนานกว่าผู้ชาย ทำให้มีโอกาสได้รับผลร้ายจากบุหรี่เต็มที่มากกว่าผู้ชาย แถมขนาดร่างกายเล็กกว่า ทำให้เส้นผ่าศูนย์กลางหลอดเลือดหัวใจเล็กกว่า (ท่อเล็กตีบตันง่ายกว่าท่อใหญ่)
.
ประชากรโลก 7,000 ล้านคน (6,954.95 ล้านคนจาก Census) ส่วนใหญ่ไม่สูบบุหรี่ มีเพียงคนกลุ่มน้อยสูบบุหรี่ 1,100 ล้านคน
.
คนที่สูบบุหรี่เป็นผู้ชายประมาณ 4/5, ผู้หญิงประมาณ 1/5
.
ความสามารถในการแข่งขันระหว่างประเทศอย่างหนึ่ง คือ ประชากรชาติใดมีสุขภาพดีกว่า จะมีความสามารถในการแข่งขันสูงกว่า
.
ตัวอย่างเช่น คนไทยขาดไอโอดีนตั้งแต่อยู่ในท้องแม่ทำให้ IQ เด็กไทยต่ำกว่าเวียดนาม มาเลเซีย และประเทศที่พัฒนาแล้วชัดเจน แถมสารตะกั่วในหม้อก๋วยเตี๋ยว-ตู้น้ำกดที่เชื่อมด้วยตะกั่วก็ทำให้ IQ เด็กไทยต่ำลงไปอีก
.
อินโดนีเซียล้าหลังในการห้ามโฆษณาบุหรี่ ทำให้เสี่ยงต่อการพัฒนาไปเป็นมหาอำนาจด้านคนไข้ถุงลมโป่งพองในภูมิภาค
.
เพียงไม่สูบบุหรี่ และไม่หายใจเอาควันบุหรี่ที่คนอื่นสูบ เช่น ไม่เข้าไนท์คลับ-ผับ-บาร์ ฯลฯ ก็นับว่า ช่วยชาติประหยัด (ค่ารักษาพยาบาล) ได้มากแล้ว
.
ถึงตรงนี้... ขอให้ท่านผู้อ่านมีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ
.
- Thank Reuters > SOURCE:bit.ly/qhR9JDThe Lancet, online August 11, 2011.
- นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ รพ.ห้างฉัตร ลำปาง. 12 สิงหาคม 2554. ยินดีให้ท่านนำบทความทั้งหมดไปใช้ได้ > CC: BY-NC-ND.
- ข้อมูลทั้งหมดเป็นไปเพื่อการส่งเสริมสุขภาพ ไม่ใช่วินิจฉัยหรือรักษาโรค; ท่านที่มีโรคประจำตัวหรือความเสี่ยงต่อโรคสูงจำเป็นต้องปรึกษาหมอที่ดูแลท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้.
>