จากบันทึกครั้งแรกที่ได้พบกรณีศึกษา คลิกอ่านที่ http://www.gotoknow.org/blog/otpop/453227
เมื่อครบสองอาทิตย์ของการให้โปรแกรมฝึกจิตสำนึกที่บ้านและที่ทำงานของกรณีศึกษา...พบว่า "ร่างกายมีอาการสั่นกระตุกมากขึ้น" การติดตามผลการประเมินทางกิจกรรมบำบัดวันนี้เราจะได้ทราบสาเหตุกันกับ ดร.ป๊อป
ดร.ป๊อป ได้ให้กรณีศึกษาเล่าให้ฟังว่า ได้ฝึกโปรแกรมจิตสำนึกลดอาการกระตุกทุกวัน แต่ช่วงเช้าก่อนไปทำงานและช่วงระหว่างวันที่ทำงานจะฝึกแบบเร่งรัด คือ ฝึกโปรแกรมแต่เร็วเกินไปเพราะคาดหวังที่จะทำกิจกรรมอื่นๆ ที่เคยทำประจำ
แต่เมื่อฝึกหายใจลึกๆ สลับการใช้ร่างกายจากข้างซ้าย (ไม่ถนัด) กับข้างขวา (ถนัด) การจัดลำดับความสำคัญในขั้นตอนของการทำงาน การสื่อสารกับร่างกายขณะหลับตาก่อนการวางแผนการเคลื่อนไหวทำกิจกรรมการดำเนินชีวิต ปรับเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมด้วยสถานการณ์ชีวิตในการใช้เวลาว่างที่สมดุลกับการใช้เวลาทำงาน พบว่า นอนหลับลึกสบายทุกวัน มีความรู้สึกล้าทางความคิดมากกว่าทางจิตใจและร่างกาย เกร็งกระตุกมากขึ้นในท่านั่งทำงาน (ภายหลังตรวจเช็คท่าทางที่ผิดหลักชีวกลศาสตร์ทำให้กล้ามเนื้อน่องเกร็งปวดข้างซ้าย ขณะที่ขาขวาปกติ) แต่เกร็งกระตุกลดลงและไม่สำลักอาหารหลังจากแนะนำการก้มศรีษะเล็กน้อยและเคี้ยวอย่างช้าๆ
ดร.ป๊อป ตั้งสมมติฐานว่า "เมื่อสมองและจิตสองซีกเรียนรู้รูปแบบการเคลื่อนไหวทำกิจกรรมการดำเนินชีวิตที่ท้าทายและหลากหลายมากขึ้น แต่การเรียนรู้รูปแบบการเคลื่อนไหวใหม่ต้องอาศัยการฝึกฝนอย่างต่อเนื่องจนเกิดทักษะ ดังนั้นจะสำรวจสิ่งเร้าที่ชอบและที่ใช้งานจริงว่าเป็นอย่างไร รวมถึงสำรวจรูปแบบการทำกิจกรรมการดำเนินชีวิตทั้งสองวันธรรมดา (เช่น พุธ-พฤหัส) และวันหยุด (เสาร์-อาทิตย์) และได้ผลดังนี้
1. การประเมินรูปแบบกิจกรรมการดำเนินชีวิตวันธรรมดา
กิจกรรมการนอน (7 ชม.) ตื่นนอน-ทานอาหารเช้า (1 ชม.) ขับรถไปทำงาน (1 ชม.)เริ่มงาน+เช็คอีเมล์ (3 ชม.) ทานอาหารเที่ยง (1 ชม.) ประสานงานทั่วไป (5 ชม.) เลิกงาน-ขับรถกลับบ้าน (2 ชม.) พักผ่อนดูทีวี (1 ชม.) อาบน้ำพักผ่อน (1 ชม.) เข้านอน
คะแนนเฉลี่ยของความคิดว่ากิจกรรมนี้เป็น 1.83 อยู่ในช่วงระหว่างกิจกรรมแบบงานประจำ (1 คะแนน) ถึงกิจวัตรประจำวัน (2 คะแนน)
คะแนนเฉลี่ยของความคิดว่าทำกิจกรรมข้างต้นอย่าง 2.72 อยู่ในช่วงระหว่างค่อนข้างดี (2 คะแนน) ถึงปานกลาง (3 คะแนน)
คะแนนเฉลี่ยของความคิดว่ากิจกรรมข้างต้นมีความสำคัญ 1.83 อยู่ในช่วงระหว่างสำคัญมาก (1 คะแนน) ถึงสำคัญ (2 คะแนน)
คะแนนเฉลี่ยของความคิดว่ากิจกรรมข้างต้นทำแล้วรู้สึก 2.83 อยู่ในช่วงระหว่างชอบ (2 คะแนน) ถึงเฉยๆ (3 คะแนน)
2. การประเมินรูปแบบกิจกรรมการดำเนินชีวิตวันหยุด
กิจกรรมการนอน (7 ชม.) ตื่นนอน-ทานอาหารเช้า (1 ชม.) เริ่มงาน+เช็คอีเมล์ (4 ชม.) ทานอาหารเที่ยง (1 ชม.) ออกไปเที่ยว (7 ชม.) พักผ่อนดูทีวี (1 ชม.) อาบน้ำพักผ่อน (1 ชม.) เข้านอน
คะแนนเฉลี่ยของความคิดว่ากิจกรรมนี้เป็น 3.44 อยู่ในช่วงระหว่างกิจกรรมแบบบันเทิงนันทนาการ (3 คะแนน) ถึงการพักผ่อน (4 คะแนน)
คะแนนเฉลี่ยของความคิดว่าทำกิจกรรมข้างต้นอย่าง 2.00 อยู่ในช่วงค่อนข้างดี (2 คะแนน)
คะแนนเฉลี่ยของความคิดว่ากิจกรรมข้างต้นมีความสำคัญ 1.27 อยู่ในช่วงระหว่างสำคัญมาก (1 คะแนน) ถึงสำคัญ (2 คะแนน)
คะแนนเฉลี่ยของความคิดว่ากิจกรรมข้างต้นทำแล้วรู้สึก 1.00 อยู่ในช่วงชอบอย่างมาก (1 คะแนน)
การแปรผลการสำรวจรูปแบบกิจกรรมการดำเนินชีวิต คือ กรณีศึกษาต้องการปรับความคิดระหว่างการทำงานและการใช้เวลาว่างทุกวัน
คำแนะนำ เน้นเรียนรู้การจัดการความล้าในวันทำงาน และเรียนรู้การใช้เวลาว่างในกิจกรรมที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกาย-จิตใจ (กีฬา บันเทิง ศิลปะ ดนตรี นันทนาการ กิจกรรมครอบครัว ลีลาศ วัฒนธรรม งานอดิเรก ฯลฯ ที่ไม่จำเจ ไม่ซ้ำ หากจำเป็นต้องซ้ำก็ปรับเปลี่ยนท่าทางการทำกิจกรรมแทน) ซึ่งครอบครัวควรสังเกตกรณีศึกษาว่า มีอาการกระตุกกี่ครั้งและสีหน้าท่าทางเป็นอย่างไรขณะทำกิจกรรมยามว่าง แต่ไม่ต้องคอยเป็นกังวลถึงอาการกระตุก ไม่ต้องย้ำว่ากรณีศึกษาจะกระตุก ควรให้กำลังใจและชวนทำกิจกรรมสร้างสรรค์-เบี่ยงเบนความสนใจในอาการกระตุก
3. การประเมินสิ่งเร้าสู่สมองและจิตในความชอบและความจริงที่ใช้ในการดำเนินชีวิต ตามกราฟข้างล่าง

การแปรผล กรณีศึกษาชอบรับรู้ทางการมองเห็นและการได้ยิน ไม่ชอบการรับรส-การสัมผัส-การเคลื่อนไหว เพราะเรียนรู้ปรับตัวจากอาการกระตุกมานาน แต่กรณีศึกษาใช้การรับรส (กระตุกสำลักอาหาร) ได้พอดี ส่งผลให้ใช้การสัมผัสเกินไป 10% ส่งผลให้การเคลื่อนไหวใช้น้อยกว่าที่ชอบ 5% (แต่ควรเพิ่มให้มีความชอบในการเคลื่อนไหวอีก 10% ขึ้นไป) คำแนะนำ กรณีศึกษาควรใช้จิตใต้สำนึกฝึกลดอาการกระตุกผ่านกระบวนการรับรู้ทางการมองเห็นอีก 20% และการได้ยินอีก 25%
4. การวัดอัตราการเต้นของชีพจรตลอดการทำกิจกรรมการประเมินและกิจกรรมการฝึกจิตใต้สำนึก (ดูข้อมูลข้างล่าง) แปรผลว่า หัวใจเต้นปกติ ไม่มีความล้าทางร่างกาย แต่มีความล้าทางความคิดและจิตใจทำให้ชีพจรเต้นเร็ว เมื่อร่างกายเรียนรู้และย้ายความสนใจไปที่เสียงการสื่อสารร่างกายขณะเปลี่ยนท่าทาง (จากนั่ง-ยืน-เดิน-หยุดที่ผนัง-กลับหลังหัน) พร้อมๆ กับไฟกระพริบที่ให้มองแล้วกะระยะการเดินโดยไม่รับรู้การสัมผัสและการเคลื่อนไหวมากจนเกินไป แนะนำว่าให้ใช้การมองเห็นและการได้ยินมากขึ้นวันละ 6 รอบทุกวันและเชื่อมโยงกับการทำกิจกรรมยามว่างวันหยุดกับครอบครัว (เช่น เต้นลีลาศ/เล่นโยคะแต่สนใจเสียงเพลง/คนฝึกพร้อมคู่เต้น/ผู้เล่นมากกว่ากังวลสัมผัส-เคลื่อนไหว-กระตุก) เพราะเมื่อลองฝึกฝนจิตใต้สำนึก (หลับตาส่งเสียงเปลี่ยนท่าทางด้วยตนเองสลับกับการหายใจเข้าออกทางจมูกเต็มที่ แต่ไม่ถึงกับตั้งใจหายใจลึกมากเกินไป ให้รู้สึกมีสมาธิและสบาย) ก็พบว่า กรณีศึกษาทำได้ดีโดยอาการกระตุกมือและตัวลดลงในรอบที่ 6 มีการเปลี่ยนแปลงอัตราการเต้นของชีพจรดังนี้
ก่อนทำแบบสอบถาม 86 ครั้งต่อนาที หลังทำแบบสอบถาม 83 ครั้งต่อนาที
ก่อนวัดจิตประสาทการเคลื่อนไหว 83 ครั้งต่อนาที หลังวัดจิตประสาทการเคลื่อนไหว 88 ครั้งต่อนาที
ก่อนการฝึกจิตใต้สำนึก (เฉลี่ย 6 รอบ) 73.17 ครั้งต่อนาที หลังการฝึกจิตใต้สำนึก (เฉลี่ย 6 รอบ) 80.17 ครั้งต่อนาที
นอกจากนี้ได้ติดเครื่องวัดจังหวะการเคลื่อนไหวของร่างกาย (ทั้งที่กระตุกแบบรู้ตัว แบบไม่รู้ตัว และแบบตั้งใจเปลี่ยนท่าทางทำกิจกรรม) รวม 217 ครั้งใน 150 นาที เฉลี่ย 1.45 ครั้งต่อนาที นั่นคือแปรผลว่า ความก้าวหน้าของการใช้กิจกรรมบำบัดจะเป็นไปอย่างช้าๆ คำแนะนำคือ ตั้งเป้าหมายให้ใช้โปรแกรมฝึกจิตใต้สำนึก ไม่ใช้โปรแกรมฝึกจิตสำนึก
สรุปบทเรียนเพิ่มเติม นอกเหนือจากการฝึกจิตใต้สำนึกแล้ว ให้ผ่อนคลายกล้ามเนื้อขณะนั่งเก้าอี้ที่ทำงาน (ปรับระดับความสูงของเก้าอี้ให้วางแขนสบาย มีหมอนรองหลังช่วงเอว มีลูกบอลนิ่มรองช่วงขาถึงข้อเท้า) และขณะนอนบนที่นอน พร้อมเกร็งกล้ามเนื้อ 3 จังหวะและคลายกล้ามเนื้อทันที 1 จังหวะตั้งแต่ศรีษะ-ใบหน้า-ไหล่ แขน มือ-หลัง ท้อง-ก้น หน้าขา - ขา ข้อเท้า
5. การวัดความไวของจิตประสาท ก่อนและหลังทำกิจกรรมข้างต้น ดร.ป๊อป ต้องขอบคุณที่นักศึกษากิจกรรมบำบัด (นศ.กบ.) สุภาพร และวิทยา ช่วยบันทึกข้อมูลด้วย ดัวนี้
ก่อนการฝึกจิตใต้สำนึก
ความไวของการมองเห็น (เฉลี่ย 10 ครั้ง) 0.345 วินาที
ความไวของการได้ยิน (เฉลี่ย 10 ครั้ง) 0.322 วินาที
ความไวของการสัมผัสกระดูกต้นคอ (เฉลี่ย 10 ครั้ง) 0.259 วินาที
ความไวของการสัมผัสกระดูกส้นเท้า (เฉลี่ย 10 ครั้ง) 0.308 วินาที
ความไวของการเคาะ (เฉลี่ย 3 ครั้ง) 58.66 ครั้งต่อ 10 วินาที
ความสั่นของการใช้ตาและมือ (เฉลี่ย 3 ครั้ง) 4.6 ครั้งต่อ 10 วินาที
หลังการฝึกจิตใต้สำนึก (ดูโปรแกรมในข้อ 4 ข้างต้น)
ความไวของการมองเห็น (เฉลี่ย 10 ครั้ง) 0.310 วินาที
ความไวของการได้ยิน (เฉลี่ย 10 ครั้ง) 0.303 วินาที
ความไวของการสัมผัสกระดูกต้นคอ (เฉลี่ย 10 ครั้ง) 0.189 วินาที
ความไวของการสัมผัสกระดูกส้นเท้า (เฉลี่ย 10 ครั้ง) 0.253 วินาที
ความไวของการเคาะ (เฉลี่ย 3 ครั้ง) 54 ครั้งต่อ 10 วินาที (มีความล้า)
ความสั่นของการใช้ตาและมือ (เฉลี่ย 3 ครั้ง) 3 ครั้งต่อ 10 วินาที
แปรผล ระบบจิตประสาทมีความไวขึ้นหลังฝึกจิตใต้สำนึก มีอาการสั่นกระตุกลดลง แต่ยังคงมีความล้าของการระบบประสาทการเคลื่อนไหวอยู่
แนะนำ การเหยียดกล้ามเนื้อที่เกร็ง และผ่อนคลายกล้ามเนื้อตามลำดับ ไม่ตั้งใจในการรับความรู้สึกการเคลื่อนไหว ปล่อยสบายๆ ปล่อยวางจากความคิดความคาดหวังของอาการกระตุกที่เกิดขึ้น
รอติดตามผลการฝึกจิตใต้สำนึกในสิ่งแวดล้อมจริงของกรณีศึกษาภายใน 3 เดือน ซึ่ง ดร.ป๊อป ตั้งเป้าหมายให้ลดอาการกระตุกจาก Gilles de la Tourette Syndrome และเพิ่มความมั่นใจในการทำกิจกรรมการดำเนินชีวิตเพิ่มขึ้นอีก 50% จากสิ่งเร้าที่รับรู้ในจิตใต้สำนึกของการมองเห็นและการได้ยิน รวมทั้งการได้รับกำลังใจจากการปรับรูปแบบกิจกรรมการดำเนินชีวิตร่วมกับครอบครัว
ตามมาเรียนรู้ มีข้อมูลละเอียดมาก รอฟังผลว่าเป้นอย่างไรบ้างนะครับ...
ขอบคุณพี่ ดร. ขจิต และ อ.ดร.จันทวรรณ มากครับผม
การฝึกใต้จิตสำนึก ช่วยเพิ่มความชอบในการเคลื่อนไหว หรือคะ
ขอบคุณครับคุณหมอ CMUpal
การฝึกจิตใต้สำนึก ในแบบกิจกรรมบำบัด คือ เน้นการสื่อสารกับร่างกายด้วยตนเอง โดยมุ่งความสนใจในสิ่งเร้าที่ชอบ เช่น การฟังเสียงตนเองในใจหรือการมองเห็นท่าทางการทำกิจกรรมที่สนใจ เพื่อสื่อสารกับร่างกายว่า เราชอบการเคลื่อนไหวแบบนี้ ทำซ้ำๆ เพื่อให้เกิด Motor relearning & Mental programming
ขอบคุณครับคุณมะปรางเปรี้ยว
แนะนำอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวอย่างการฝึกจิตใต้สำนึกทั่วไปที่
http://en.wikipedia.org/wiki/Subconscious
http://subconscioustraining.net/
http://www.directyourmind.com/
แต่ในทางกิจกรรมบำบัด เราจะเพิ่มแนวคิด "Occupational Science" คลิกที่ http://en.wikipedia.org/wiki/Occupational_science ร่วมกับ "Neuropsychology" คลิกที่ http://en.wikipedia.org/wiki/Neuropsychology ครับ